fbpx
บทความผู้ประกอบการ
สร้างความมั่นคง ส่งเสริมการเติบโตและศักยภาพ สำหรับผู้ประกอบการทุกช่วงธุรกิจ

3 คำถามเช็กความพร้อมทางการเงินของธุรกิจ
ในยุคอัตราดอกเบี้ยสูง

 

“อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้เดิม” เป็นความเห็นล่าสุดจากการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 

อัตราเงินเฟ้อประเทศไทย 2564-2565 Thailand inflation rate อัตราดอกเบี้ยสูง

หลายประเทศมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยกันไปแล้วจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยยังมีมติ 4-3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดตั้งแต่ไทยเริ่มมีการใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ส่งสัญญาณชัดว่ามีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าน่าจะทยอยปรับขึ้นรวมทั้งหมด 75 basis points (bp) ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะ 1 วัน) อาจขึ้นไปอยู่ที่ 1.25% ในสิ้นปีนี้

 

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลต่อเงินกู้ของธุรกิจอย่างไร

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็หมายความว่าสถาบันการเงินต่าง ๆ มีแนวโน้มจะส่งต่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในด้านการเงินมาให้ลูกค้าด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันเช่นกัน สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเงินกู้ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นหลัก ส่วนผู้ที่กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าเพราะยังมีเกราะป้องกันระดับหนึ่งในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยกำลังขึ้นสูงเช่นนี้

 

ธุรกิจควรรับมืออย่างไรในสภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง — 3 คำถามที่เจ้าของกิจการต้องตอบ

เจ้าของธุรกิจคงหนีไม่พ้นจะต้องเห็นผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อกำไรของธุรกิจ เนื่องจากทั้งอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อธุรกิจที่สูงขึ้น และยังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการที่ซัพพลายเออร์ขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินการของตนที่สูงขึ้นเช่นกัน

เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะมาถึง เจ้าของธุรกิจควรดูแลกระแสเงินสดให้เหมาะสมกับความต้องการทางการเงินของธุรกิจตนเอง ลองถามคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้กับตัวเองกันดูเพื่อเช็คสุขภาพทางการเงินของธุรกิจของคุณ

  1. คุณสามารถคาดการณ์กระแสเงินสดของธุรกิจ (แบบเผื่อความเสี่ยงแล้ว) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าได้หรือไม่
  2. คุณสามารถคาดการณ์ (อย่างแม่นยำ) ได้หรือไม่ว่าธุรกิจจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมการเงินในระยะ 12 เดือนข้างหน้าอย่างไรบ้าง
  3. มีทางใดที่จะสามารถลดจำนวนเงินกู้ หรือกิจกรรมหาทุนของธุรกิจ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าได้หรือไม่

 

การตั้งคำถาม 3 ข้อนี้กับตัวเองจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นสถานการณ์ที่แท้จริง และปรับค่าใช้จ่ายด้านไฟแนนซ์ให้เหมาะสมกับกระแสเงินสดที่มีอยู่ รวมทั้งเป็นแนวทางหากธุรกิจจำเป็นต้องมองหาตัวเลือกในการรีไฟแนนซ์หรือปรับหนี้

 

รีไฟแนนซ์กับหุ้นกู้เพียร์ พาวเวอร์

หุ้นกู้ของเพียร์ พาวเวอร์ให้คุณชำระคืนแบบดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายด้านสินเชื่อของธุรกิจคุณจะไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. หรือปัจจัยอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาการกู้ยืม

หุ้นกู้คราวด์ฟันดิง 3 ประเภทของเพียร์ พาวเวอร์ PeerPower crowdfunding bond types

นอกจากนี้ หุ้นกู้ประเภทที่ใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกันของเพียร์ พาวเวอร์ ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจสามารถใช้สินทรัพย์ที่ดินมาช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมได้เพิ่มขึ้นอีก โดยอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ประเภทนี้จะอยู่ที่ 7-9%

 

 

เมื่อพูดถึงเรื่องไฟแนนซ์หรือการกู้ยืมเงินของธุรกิจแล้ว สิ่งที่เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องตอบให้ได้ก็คือ ค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมอยู่ที่เท่าไหร่ รายละเอียดมีความชัดเจนและแน่นอนตลอดระยะเวลาการกู้ยืมหรือไม่ ยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ การได้ความแน่นอนเกี่ยวกับการกู้ยืมก็จะช่วยตัดกังวลไปได้หนึ่งเรื่อง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจอย่างคุณได้ใช้พลังสมองไปกับการหาวิธีขยายกิจการได้มากขึ้น แทนที่จะต้องมากังวลกับเรื่องที่คุณจัดการได้ตั้งแต่ต้น

 

เลือกความแน่นอนในการบริหารสินเชื่อ เลือกระดมทุนผ่านหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงกับเพียร์ พาวเวอร์ ปรึกษาเราได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

 

ผู้ประกอบการ-โควิด-19

อ่านเพิ่มเติม

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
PeerPower Team