fbpx
วิเคราะห์การลงทุน
อยากรู้ว่าสถานการณ์การลงทุนตอนนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์อะไรส่งผลต่อการเงินอย่างไรบ้าง ลองอ่านทางนี้ได้เลย

ด้วยความสะดวกทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตัวเลือกสินค้าที่หลากหลาย ราคาถูกกว่า และการจัดส่งที่รวดเร็ว ทำให้ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์ยังคงโตต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

 

ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยังมาแรงแม้หลังโควิด

วงการ work from home เข้าแล้วออกยากฉันใด การช้อปปิ้งออนไลน์ถ้าได้ลองแล้วก็เลิกยากฉันนั้น เรียกได้ว่าการซื้อของออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรม “ปกติใหม่” ของผู้ซื้อทุกวันนี้ไปแล้ว นั่นหมายความว่าบรรดาธุรกิจค้าปลีกยิ่งจำเป็นต้องมีตัวตนอยู่ในโลกดิจิทัลให้ได้หากต้องการแข่งขัน ธุรกิจสินค้าประเภทหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเทรนด์นี้ก็คือการขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันผ่านทางออนไลน์ ซึ่งมีจุดขายที่ความสะดวกสบายในฝั่งผู้บริโภคที่สามารถสั่งของที่ต้องซื้อเหมือนเดิมซ้ำ ๆ ให้มาส่งได้ถึงบ้าน… ยังจำได้ไหมกับความรู้สึกที่ต้องแบกทั้งผัก ผลไม้ อาหารสดอาหารแห้งต่าง ๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ตถึงบ้าน แต่ทุกวันนี้แค่กดสั่งในมือถือทุกอย่างก็มาส่งถึงหน้าประตู

ค้าปลีกออนไลน์โต 16% ทั่วโลกในปี 2021

อีคอมเมิร์ซทั่วโลกเติบโตถึง 16% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนในปี 2022 นี้คาดกันว่าการเติบโตส่วนมากน่าจะมาจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (emerging market) เช่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย และบราซิล และยังคาดว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะได้ส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มจากที่คาดไว้ 21% ในปีนี้ เป็น 24.5% ภายในปี 2025 (ข้อมูลจาก eMarketer Insider Intelligence) หนึ่งในธุรกิจที่จะได้ผลกระทบเชิงบวกจากเทรนด์ค้าปลีกออนไลน์ก็คือแพลตฟอร์มบริหารคลังสินค้าออนไลน์สำหรับอีคอมเมิร์ซ (fulfillment platforms) ซึ่งให้บริการ “หลังบ้าน” สำหรับแบรนด์ที่อยากมีช่องทางค้าขายออนไลน์ โดยอาจมีโกดังคอยสต็อกของและทำระบบรับออเดอร์และจัดส่งสินค้าให้แบรนด์ หรือบางทีก็ช่วยทำแผนการตลาดในช่องทางออนไลน์ให้แบรนด์ไปด้วยเลยในตัว

นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีคือปราการป้องกันคู่แข่ง

ผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่มีผลงานดีในด้านโซเชียลคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีอย่าง AR และ VR นั้นมีความพร้อมจะสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนกว่า แม้โรคระบาดและการล็อกดาวน์จะหมดไป แต่คาดว่าการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ก็ยังคงอยู่สูงกว่าเมื่อปี 2019 ก่อนที่จะมีโควิด-19 

ชาวเพียร์ พาวเวอร์จะลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้

เพียร์ พาวเวอร์เปิดระดมทุนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงระยะสั้น (สั้นกว่า 3 เดือน) ให้กับผู้ค้าปลีกออนไลน์และแพลตฟอร์ม e-commerce fulfillment เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการเดินหน้าขยายธุรกิจ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจไหนมีศักยภาพที่จะโตต่อ เพียร์ พาวเวอร์ขอเสนอเกณฑ์พิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

ข้อสังเกต #1 ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องแม้พ้นช่วงโรคระบาดหนัก

หากยอดขายออนไลน์ (Gross Merchandise Volume หรือ GMV) ของธุรกิจที่คุณมองอยู่ยังคงโตต่อเนื่องแม้จะพ้นช่วงล็อกดาวน์ที่ทุกคนจำเป็นต้องซื้อของออนไลน์ไปแล้ว ก็น่าเชื่อได้ว่าธุรกิจนั้นยังมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ยกตัวอย่างบริษัท N ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้ระดมทุนผ่านหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงกับเพียร์ พาวเวอร์ GMV ของบริษัทโตขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2021

ยอดขายอีคอมเมิร์ซหลังโควิด GMV growth: e-commerce fulfillment post-covid

ข้อสังเกต #2 สินค้าหมวดจำเป็น มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าประเภทอื่น ๆ

ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างในปัจจุบัน สินค้าหมวดจำเป็น เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ มีแนวโน้มที่จะรักษายอดขายได้ดีกว่าสินค้าในหมวดอื่น ๆ นอกจากนี้ สินค้าประเภทเหล่านี้ยังซื้อขายออนไลน์ได้ง่ายเพราะส่วนมากผู้ใช้งานมักซื้อซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปเลือกซื้อที่หน้าร้าน 

สำหรับธุรกิจ e-commerce fulfillment ที่จะอยู่รอดได้ก็ควรมีการกระจายประเภทสินค้าให้มีความหลากหลายเช่นกัน ตัวอย่างบริษัท N ที่ระดมทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ มีส่วนแบ่งของสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม กับสินค้าประเภทการแพทย์และสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยทั้งสองประเภทนี้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน 

อีคอมเมิร์ซ​ E-commerce growth diversification post-covid

ข้อสังเกต #3 มีรายได้จากฝั่งธุรกิจบริการ (service revenue) เพิ่มขึ้น

โมเดลธุรกิจของการค้าปลีกออนไลน์อาจแบ่งได้เป็นสองแบบกว้าง ๆ คือ 

1) การซื้อของมาสต็อกไว้เอง (outright purchase) 

2) ธุรกิจทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อโดยไม่ต้องสต็อกของเอง โดยธุรกิจจะมีรายได้จากค่าบริการในการจัดการออร์เดอร์ให้ผู้ผลิต (service revenue) โมเดลธุรกิจแบบนี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าเพราะไม่ต้องซื้อสินค้ามาเก็บสต็อกไว้เอง เงินไม่จมไปกับสต็อกของ จึงใช้เงินทุนหมุนเวียนน้อยลง

ตัวอย่างบริษัท N ที่ระดมทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ จะเห็นได้ว่าบริษัทมีรายได้จากธุรกิจบริการโตขึ้นเกือบ 1.6 เท่า โดยคิดเป็น ⅓ ของรายได้ทั้งหมดในปัจจุบัน

และนี่ก็คือ 3 ข้อสังเกตที่เรานำมาฝากให้นักลงทุนของเพียร์ พาวเวอร์ ใช้ในการประเมินว่า e-commerce ไหนที่ดูมีอนาคต น่าลงทุนด้วย ส่วนผู้ประกอบการก็สามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้พร้อมเติบโตไปกับเทรนด์ค้าปลีกออนไลน์ช่วงหลังโควิดด้วยเช่นกัน

สำหรับใครที่สนใจลงทุนในหุ้นกู้ของธุรกิจ e-commerce ศักยภาพสูง เพียร์ พาวเวอร์มีหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงระยะสั้นความเสี่ยงต่ำมาเปิดระดมทุนกับนักลงทุนของเราอยู่เป็นระยะ ๆ ถ้าคุณยังไม่มีบัญชีนักลงทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ สมัครฟรีได้เลยที่นี่

ลงทุนธุรกิจ พลังงานสะอาด Green Energy

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
PeerPower Team