fbpx
บทความนักลงทุน
สร้างความเข้าใจให้การลงทุนรูปแบบใหม่เป็นไปอย่างคุ้มค่า เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสได้มากที่สุด

การฝากประจำ (Fixed Deposit) เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวแรกๆ ที่นักลงทุนมักจะนึกถึง เพราะถือเป็นการลงทุนที่ซับซ้อนน้อย และมีความเสี่ยงต่ำ

  • การฝากประจำคือการนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารโดยจะไม่ถอนเงินส่วนนั้นออกมาถ้ายังไม่ครบสัญญา
  • ระยะเวลาในการฝากประจำเริ่มตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
  • ถ้ามีการถอนก่อนครบกำหนดสัญญาดอกเบี้ยที่ได้อาจจะลดลงหรือไม่ได้เลย
  • บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account) มี 2 ประเภทคือฝากประจำแบบทั่วไป (General Deposit Account) กับฝากประจำแบบปลอดภาษี (Tax Free Monthly Deposit)
  • การฝากประจำให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.4 – 3% แล้วแต่เงื่อนไขด้านของธนาคารและระยะเวลาในการฝาก
  • ผลตอบแทนจากการฝากประจำคือดอกเบี้ย (Interest) ซึ่งถ้าเป็นการฝากประจำแบบทั่วไปจะมีการหักภาษีจากผลตอบแทนหรือดอกเบี้ย 15%

“ฝากประจำ” ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่ แบบไหนคุ้มค่าสุด

ถ้าไปคุยกับคุณปู่คุณย่า หรือ คนรุ่นผู้ใหญ่หน่อย เรื่องการลงทุน หรือ การเก็บออม เชื่อว่าตัวเลือกหนึ่งที่จะถูกพูดถึงคือการฝากประจำ (Fixed Deposit) เพราะเป็นการเอาเงินไปฝากไว้แล้วได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น ไม่มีความเสี่ยง ได้ฝึกนิสัยการออม และทำให้มีวินัยทางการเงิน ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ไม่มีข้อโต้แย้งในแนวคิดดังกล่าว แต่ในอีกมุมหนึ่ง การฝากประจำก็มีความก้ำกึ่งกันระหว่าง การเก็บออม (Saving) กับ การลงทุน (Investment) เพราะมีทั้งลักษณะการเก็บเงินไว้ และการได้ผลกำไรงอกเงย ฝากประจำจึงมีมุมที่น่าพูดถึงหลายอย่าง

ฝากประจำ คือ อะไร ?

การฝากประจำ คือ การเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารใด ธนาคารหนึ่ง โดยมีสัญญาว่า ผู้ฝากจะฝากเงินจำนวนนี้ไว้โดยไม่ถอนเลย ในช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ ช่วงเวลาอาจเป็น 3 6 12 24 เดือน หรือมากกว่านั้นก็ได้ โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ตกลงกันไว้ ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากออมทรัพย์ โดยอาจมีการจ่ายทุก 6 เดือน 12 เดือน ตามข้อตกลง ยิ่งฝากเป็นระยะเวลานาน อัตราดอกเบี้ยยิ่งสูง เพราะธนาคารสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า แต่ถ้าผู้ฝากถอนเงินก่อนครบสัญญาที่ตกลงกันไว้ ธนาคารมีสิทธิ์จะไม่ให้ดอกเบี้ย หรือให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ได้ แล้วแต่เงื่อนไข และถ้าเป็นการฝากประจำแบบทั่วไป (General Fixed Deposit) จะต้องเสียภาษี 15% จากดอกเบี้ย

บัญชีเงินฝากประจำมีกี่แบบ อะไรบ้าง ?

บัญชีเงินฝากประจำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

บัญชีเงินฝากประจำ แบบทั่วไป (General Fixed Deposit)

คือ การฝากเงินก้อนไปในธนาคารเป็นครั้ง ๆ โดยมีสัญญาว่าจะไม่ถอนเลยในระยะเวลาหนึ่ง บัญชีฝากประจำแบบทั่วไปจะฝากกี่ครั้งก็ได้ ครั้งละเท่าไหร่ก็ได้ โดยต้องฝากเป็นเงินก้อนใหญ่ ๆ และเงินแต่ละก้อนจะนับช่วงเวลาแยกกัน  เช่น

  • ฝากเงินครั้งแรกเดือนมกราคม 200,000 บาท
  • ฝากเงินครั้งที่สอง เดือนมีนาคม 500,000 บาท

สมมติเป็นบัญชีที่จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนวิธีนับอายุเงินฝาก และดอกเบี้ยกรณีที่ไม่ถอนก่อนครบสัญญา คือ

เงินฝากครั้งแรกจะได้ดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 200,000 บาท และจะได้ดอกเบี้ยจากการฝากครั้งที่สองในเดือนกันยายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 500,000 บาท

และบัญชีเงินฝากประจำประเภทนี้มีการหักภาษีจากดอกเบี้ย 15% ซึ่งหนึ่งคนสามารถเปิดได้หลายบัญชี

บัญชีเงินฝากประจำ แบบปลอดภาษี (Tax Free Monthly Deposit)

เป็นการฝากประจำที่สัญญาว่าจะฝากเงินจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือนในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ถอน และไม่ผิดสัญญา คือไม่มีการเว้นเดือน หรือ ไม่นำเงินเข้าบัญชีตามกำหนดเวลา (บางธนาคารอาจจะเว้นได้ 1 เดือน แต่เดือนต่อมาฝากX 2 แล้วแต่เงื่อนไข) โดยมักเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทซึ่งบัญชีประเภทนี้เป็นบัญชีประเภท 1 คน 1 บัญชี และเป็นบัญชีได้รับการยกเว้นภาษี

ฝากประจำแบบทั่วไปกับฝากประจำแบบปลอดภาษีต่างกันยังไง

ฝากประจำแล้วได้อะไร ?

สิ่งจูงใจที่ทำให้คนอยากฝากประจำ คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งบัญชีออมทรัพย์อาจให้ผลตอบแทนประมาณ 0.2% ต่อปี ในขณะที่บัญชีเงินฝากประจำให้ผลตอบแทนได้ระหว่าง 0.4 – 3% ต่อปีแล้วแต่เงื่อนไขและระยะเวลาในการฝากประจำของธนาคารนั้น ๆ แต่ใช่ว่าฝากครบตามกำหนดแล้วอัตราดอกเบี้ยจะได้ตามนั้นเสมอไป เพราะตามที่เพียร์ พาวเวอร์ได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่า มีการเสียภาษี 15% และถ้ามีการถอนก่อนกำหนดขึ้นมาการคิดดอกเบี้ยของธนาคาร จะคิดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นวัน

ฝากประจำคำนวณดอกเบี้ยยังไง ?

ดอกเบี้ยเงินฝากประจำจะเป็นดอกเบี้ยแบบขั้นบันได คือ ยิ่งฝากนาน ดอกเบี้ยยิ่งสูง โดยมีวิธีคำนวนณดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ดังนี้

จำนวนเงินที่ฝาก x ดอกเบี้ย(%)) /365 วัน X จำนวนวันที่ฝาก – ภาษี 15%จากดอกเบี้ยทั้งหมด = ดอกเบี้ยที่จะได้รับ

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อน เพียร์ พาวเวอร์จึงมองหาโปรแกรมคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากมาให้ใช้ เพราะน่าจะง่ายและช่วยประหยัดเวลามากกว่าคำนวณเอง

ฝากประจำแบบ 12 เดือน หรือ 1 ปีที่ไหน ได้ดอกเบี้ยสูงที่สุด

เมื่อดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเลือกบัญชีเงินฝากประจำ เรามาลองดูกันว่า ระยะเวลา 12 เดือน ธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำมากที่สุด (ขอบคุณข้อมูลจาก Checkraka.com : อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ เดือนมกราคม 2564)

 

ธนาคาร

ชื่อบัญชีเงินฝาก

เปิดบัญชี (บาท) ดอกเบี้ย

(%ต่อปี)

รายละเอียด

เครดิตฟองซิเอร์ แคปปิตอล ลิ้งค์ ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 500,000 3.000 คลิก
เครดิตฟองซิเอร์ เอสเม ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 100,000 3.000 คลิก
เครดิตฟองซิเอร์เวิลด์ ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 100,000 2.750 คลิก
ไทยเครดิต   บัญชีเงินฝากประจำ ประเภทสมุดคู่ฝาก 1,000 1.900 คลิก
ศรีสวัสดิ์ ใบรับฝากเงินแบบมีกำหนดเวลา 10,000,000 1.600 คลิก
แอดวานซ์ บัญชีเงินฝากประจำทั่วไป 10,000 1.500 คลิก
ไทยเครดิต   บัญชีเงินฝากประจำ ประเภทสมุดคู่ฝาก 1,000 1.500 คลิก
ซีไอเอ็มบี ไทย บัญชีเงินฝากประจำซีเนียร์ (Senior) 1,0000 1.500 คลิก
ซิตี้แบงก์ บัญชีเงินฝากประจำอีลีท 1,000,000 1.500 คลิก

ฝากประจำมีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร

ก่อนจะไปถึงคำถามว่าการฝากประจำคุ้มค่า หรือไม่ ลองมาดูข้อดี – ข้อเสียของการฝากประจำ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ข้อดีของการฝากประจำ

  • เหมาะกับคนที่ต้องการมีเงินเก็บ และไม่คาดหวังผลตอบแทนจำนวนมาก โดยการฝากประจำแบบฝากทุกเดือน จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ดี
  • ความเสี่ยงต่ำ เพราะไม่ได้เอาเงินไปทำอะไร แค่ฝากไว้เฉย ๆ ในธนาคาร
  • เพิ่มเครดิตทางการเงิน ทำให้การขอสินเชื่อได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น เป็นแหล่งเงินทุนสำรอง

ข้อเสียของการฝากประจำ

  • ถ้าเป็นบัญชีฝากประจำทั่วไป มีการเสียภาษีจากดอกเบี้ย 15%
  • ถอนก่อนกำหนดไม่ได้ดอกเบี้ย หรือ ได้ดอกเบี้ยต่ำมาก
  • บัญชีแบบฝากประจำทั่วไปจำนวนเงินฝากเริ่มต้นค่อนข้างสูง ผลตอบแทนจึงจะคุ้มค่า
  • ผลตอบแทนต่ำสุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
  • เสียโอกาสในการลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในระยะเวลาที่เท่ากัน

จากทั้งหมดที่กล่าวมา หลายคนคงพอจะมีคำตอบในใจแล้วว่าการฝากประจำคือการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเหมาะกับตัวเราหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การลงทุนมีตัวเลือกมากมาย และให้ผลตอบแทนต่างกันตามระดับความเสี่ยงการลงทุนที่เสี่ยงน้อยที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็ได้ เพราะการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน แม้แต่ลงทุนกับหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงของ เพียร์ พาวเวอร์ก็ไม่เว้น และความเสี่ยงสูงกว่าก็ให้ผลตอบแทนที่มากกว่า ซึ่งถ้าชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้อง กับการลงทุนของคุณ สามารถลองมาสอบถามละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

ฝากประจำแบบทั่วไป

_______________________________________________________________________

คำเตือน : การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงผ่านเพียร์ พาวเวอร์ เป็นการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอทั้งด้านความเสี่ยง และความสามารถในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์และความเสี่ยงในการสูญเสียเงินจากการลงทุน การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน นักลงทุนจะสามารถเริ่มลงทุนได้ต่อก็ต่อเมื่อนักลงทุนทำการลงทะเบียนและผ่านแบบประเมินความรู้ความเข้าใจในการลงทุนแล้ว

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
PeerPower Team