fbpx
วิเคราะห์การลงทุน
อยากรู้ว่าสถานการณ์การลงทุนตอนนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์อะไรส่งผลต่อการเงินอย่างไรบ้าง ลองอ่านทางนี้ได้เลย

‘2-10 Spread’ ผลต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีและ 2 ปีบอกอะไรกับนักลงทุน

 

สัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจดังขี้นอีกรอบเมื่อกราฟผลต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชนิดอายุ 10 ปีกับ 2 ปีเคลื่อนเข้าสู่แดนลบ ซึ่งเราได้เห็นเป็นครั้งแรกในปีนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม และล่าสุดอีกครั้งตั้งแต่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเป็นบวกอีกเลย

2-10 spread recession inverted yield curve ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

กราฟแสดงผลต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรุ่นอายุ 10 ปีกับ 2 ปี

ที่มา : Federal Reserve Bank of St. Louis

 

2-10 Spread คืออะไร 

แม้จะเรียกว่า 2-10 Spread แต่ความเป็นจริงแล้วกราฟนี้แสดงผลต่างระหว่างผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รุ่นอายุ 10 ปีกับ 2 ปี นั่นคือผลตอบแทนของพันธบัตรชนิด 10 ปี ลบด้วยผลตอบแทนพันธบัตรชนิด 2 ปี (10-2) 

  • หากกราฟนี้อยู่ในแดนบวกหมายความว่าเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve) เป็นรูปโค้งขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ “ปกติ” ที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี จะมากกว่า 2 ปี
  • หากกราฟเข้าใกล้ศูนย์หมายความว่า yield curve กำลัง “แบน” ลง นั่นคือผลตอบแทนพันธบัตรชนิด 10 ปีน้อยลง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรชนิด 2 ปีเยอะขึ้น พูดง่าย ๆ ว่าความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี กับ 2 ปีมีน้อยลงจนเกือบเป็นศูนย์ และหากเป็นศูนย์เมื่อไหร่แปลว่าผลตอบแทนของพันธบัตรทั้งสองชนิดมีค่าเท่ากัน  
  • หากกราฟนี้เข้าสู่แดนลบ หมายความว่าพันธบัตรอายุ 2 ปี กลับให้ผลตอบแทนมากกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี เส้น yield curve กลายเป็นรูปโค้งลง หรือที่เราได้ยินบ่อยในช่วงนี้ว่า “inverted yield curve” … จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาพบว่าเมื่อ 2-10 Spread ติดลบมักเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ช่วงถดถอย (recession)

ทำไม 2-10 Spread ถึงสำคัญ

โดยปกติแล้วพันธบัตรรัฐบาลรุ่นที่อายุยาวกว่ามักให้ผลตอบแทนมากกว่าพันธบัตรระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนโดยปกติย่อมต้องการอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแลกกับการที่ต้องถือพันธบัตรเป็นระยะเวลานาน (มีความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ) นั่นก็หมายความว่าผลต่างระหว่างดอกเบี้ยพันธบัตรแบบ 10 ปี กับแบบ 2 ปี ควรจะมีค่าเป็นบวก… แต่ก็ไม่เสมอไป

2-10 spread ผลต่างผลตอบแทนพันธบัตร ลงทุน

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นขึ้นสูงกว่าแบบระยะยาว กราฟ 2-10 Spread ก็จะเข้าสู่แดนลบ

ซึ่งมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า “เฟด” (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ (อย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้) และนั่นก็มักเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังจะตามมา

 

ผลกระทบต่อธุรกิจ


ปัจจุบันธนาคารกลางในประเทศฝั่งเอเชียหลายประเทศ (ยกเว้นญี่ปุ่น) กำลังพิจารณาเพิ่มอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย

การจะพิจารณาผลกระทบของ 2-10 Spread ที่มีต่อธุรกิจ อาจวิเคราะห์ได้จากมุมมองของธนาคาร (หรือสถาบันการเงิน) ว่าเมื่อกราฟเข้าสู่แดนลบเช่นนี้สถาบันการเงินมีแนวโน้มจะปล่อยเงินกู้มากขึ้น หรือจะเก็บรอไว้ลงทุนในระยะยาวมากกว่ากัน ธนาคารมักระมัดระวังมากกับเรื่องผลต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของธนาคาร พูดง่าย ๆ ก็คือ หากธนาคารไม่สามารถทำกำไรได้มากพอคุ้มความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ แนวโน้มการปล่อยเงินกู้ก็จะน้อยลง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะเดินได้ช้าตามไปด้วย

 

คำถามสำคัญก็คือ เศรษฐกิจถดถอยจะมาเยือนเราเมื่อไหร่

ในฐานะนักลงทุนเรายังไม่ต้องรีบตกใจว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแบบทันทีทันใด จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ตั้งแต่กราฟส่วนต่างดอกเบี้ยเริ่มติดลบไปจนเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยจริง ๆ กินระยะเวลาสั้นยาวต่างกันไป แต่ก็มักใช้เวลาหลายเดือน 

2-10 spread recession ดอกเบี้ยพันธบัตร สหรัฐ เศรษฐกิจตกต่ำ

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในช่วงนี้

  1. เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเหมาะสม เช่น ทอง อสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนแบบ “เชิงรับ” (defensive) ซึ่งหมายถึงการเลือกสินทรัพย์ในธุรกิจหมวดสินค้าจำเป็น เช่น หมวดอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน หรือหมวดธุรกิจที่เป็นเทรนด์ระยะยาวของโลก เช่น สังคมสูงวัย พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น
  2. ในช่วงที่ตลาดยังไม่แน่นอน ดอกเบี้ยไม่รู้จะขึ้นแค่ไหน ทางเลือกหนึ่งคือฝากเงินไว้กับหุ้นกู้ระยะสั้นที่เป็นโอกาสให้นักลงทุนปรับแผนได้ตามปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป 
  3. หาโอกาสลงทุนใน private market หรือการลงทุนในธุรกิจที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ ข้อดีคือสินทรัพย์ประเภทนี้จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากการผันผวนของตลาด ไม่ต้องมีการปรับราคาตามตลาด (mark to market) ซึ่งอาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์ลดลง และนักลงทุนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารธุรกิจโดยตรงเพื่อทำการบ้านศึกษาความเสี่ยงได้ละเอียดขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในช่วงที่ต้องลงทุนอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

อ่านเพิ่มเติม

 

หุ้นกู้บนแพลตฟอร์มของเพียร์ พาวเวอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนในหุ้นกู้ระยะสั้นที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนที่สนใจสามารถเปิดพอร์ตลงทุนกับเราได้ฟรี

2-10 spread ลงทุน

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
PeerPower Team