debt crowdfunding กับการลงทุน

Debt Crowdfunding การระดมทุนเพื่อธุรกิจ SME

Debt Crowdfunding คือรูปแบบการระดมทุนเพื่อการขยายกิจการ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย และอาจมีความแตกต่างกับต่างประเทศในแง่รายละเอียด

  • Debt Crowdfunding คือการที่ผู้ประกอบการนำกิจการของตนเองมาระดมทุนจากนักลงทุนผ่านแพลตฟอร์มในรูปแบบของหุ้นหรือหุ้นกู้ โดยมีกำหนดชำระคืนพร้อมผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
  • ผู้ขอระดมทุนคือเจ้าของกิจการที่จดทะเบียนบริษัทแล้ว และต้องการระดมทุนระหว่าง 500,000 – 5,000,000 บาท เพื่อขยายกิจการ โดยสามารถเลือกระยะเวลาการชำระคืนและผลตอบแทนที่จะให้กับนักลงทุนได้ตามศักยภาพของกิจการที่ผ่านการประเมินโดยตัวกลางการลงทุน
  • นักลงทุนที่ลงทุนแบบ Debt Crowdfunding มีทั้งแบบนักลงทุนรายบุคคล และนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมีคุณสมบัติและข้อจำกัดในการลงทุนแตกต่างกัน
  • การระดมทุนจะทำผ่านผู้ให้บริการที่เปิดพื้นที่ให้กับเจ้าของกิจการและนักลงทุนมาพบกัน และจัดการเรื่องการออกหุ้นกู้ สัญญา ตลอดจนวงเงินและผลตอบแทน โดยมีรายได้จากค่าธรรมเนียม
  • ข้อดีของ Debt Crowdfunding คือผู้ประกอบการจะได้รับเงินทุนในเงื่อนไขความน่าเชื่อถือที่ต่างจากสถาบันการเงิน และในเมื่อเป็นลักษณะการระดมทุน นักลงทุนจะสามารถกระจายความเสี่ยงด้วยการเฉลี่ยการลงทุนได้ในหลายๆ ธุรกิจ
  • ความเสี่ยงของ Debt Crowdfunding สำหรับผู้ประกอบการคือ นักลงทุนอาจไม่สนใจลงทุนในธุรกิจนั้น ส่วนนักลงทุนมีความเสี่ยงเรื่องการเบี้ยวหนี้และสภาพคล่องจากการลงทุน

Debt Crowdfunding การระดมทุนเพื่อธุรกิจ SME

ถ้าพูดถึงการร่วมระดมทุนเพื่อธุรกิจ SME ในลักษณะหุ้นกู้แล้ว สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนของเพียร์ พาวเวอร์ คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะลักษณะบริการของเพียร์ พาวเวอร์ที่ผ่านมาเป็นบริการเงินทุนที่มีลักษณะคล้ายกับ Debt Crowdfunding

แต่สำหรับประเทศไทย การระดมทุนในรูปแบบนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ และเชื่อว่าแม้แต่ผู้ที่เคยใช้บริการกับเพียร์ พาวเวอร์มาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะยังทราบข้อมูลไม่รอบด้าน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันบทความนี้จะบอกได้ว่าการระดมทุนในรูปแบบ Debt Crowdfunding ในประเทศไทยตามประกาศของ SEC เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 นั้นเป็นอย่างไร

Debt Crowdfunding คืออะไร

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการทำได้หลายวิธี แต่ส่วนใหญ่ถ้าต้องการเงินทุนจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เงินเก็บหรือครอบครัว ที่แรกที่จะนึกถึงก็คือธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ เพราะเป็นแหล่งทุนดั้งเดิมที่เราจะนึกถึงได้ในทันที แต่สำหรับ Debt Crowdfunding แล้วรูปแบบของแหล่งทุนและวิธีการที่ได้มาจะต่างออกไป เพราะเป็นลักษณะของการระดมทุนเพื่อธุรกิจ SME โดยผู้ประกอบการจะนำธุรกิจของตนออกมาขอระดมทุนจากนักลงทุนในลักษณะการออกหุ้นหรือหุ้นกู้ผ่านตัวกลางที่ทำหน้าที่จัดการและนำเสนอกิจการดังกล่าวเพื่อให้นักลงทุนเลือกลงทุน โดยมีหน่วยลงทุนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท จากนักลงทุนที่สนใจในธุรกิจนั้น ซึ่งสามารถมีได้หลายคน โดยแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางการลงทุนจะเป็นผู้ระดมทุนโดยผู้รับฝากเงิน(Custodian)จะทำหน้าที่รวบรวมเงินที่ได้จากการลงทุนไปมอบให้กับเจ้าของกิจการเมื่อมีการระดมทุนครบจำนวนแล้ว และส่งมอบผลตอบแทนให้นักลงทุนเมื่อมีการชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย โดยผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียม

Debt Crowdfunding มีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ในการระดมทุนแบบ Debt Crowdfunding มีองค์ประกอบสำคัญ 3 องค์ประกอบที่มีจุดประสงค์และหน้าที่ต่างกัน

ผู้ประกอบการซึ่งขอออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง

เจ้าของธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว และต้องการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ จึงนำกิจการของตนเองมาขอระดมทุนจากนักลงทุนในลักษณะการออกหุ้นหรือหุ้นกู้ ผ่านผู้ให้บริการที่ทำหน้าเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประกอบการกับนักลงทุน ซึ่งผู้ขอออกหุ้นกู้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • เป็นบริษัทจดทะเบียนเพื่อขอกู้ยืมสำหรับการประกอบธุรกิจ
  • ขอระดมทุนจากนักลงทุนในลักษณะการออกหุ้นกู้

ผู้ขอระดมทุนจะได้รับเงินทุนตามวงเงินที่ขอไป ถ้าการระดมทุนประสบผลสำเร็จ และต้องชำระเงินต้นและผลตอบแทนคืนให้กับนักลงทุนตามสัญญา แต่การระดมทุนอาจจะล้มเหลวได้ถ้าไม่มีผู้สนใจลงทุน

นักลงทุน

คือผู้ที่นำเงินมาลงกับกิจการ SME หรือสตาร์ทอัพ ที่ต้องการระดมทุน ในการลงทุนแบบ Debt Crowdfunding จะเริ่มลงทุนได้ที่หน่วยลงทุนละ 50,000 บาท โดยมีนักลงทุน 2 แบบ คือ

นักลงทุนรายย่อย

นักลงทุนรายบุคคล เป็นนักลงทุนทั่วไป ที่มีคุณสมบัติตามที่ SEC กำหนด โดยจะลงทุนได้สูงสุดไม่เกินปีละ 1,000,000 บาท

นักลงทุนที่มิใช่รายย่อย

นักลงทุนสถาบัน เป็นนักลงทุนที่มีลักษณะเป็นธุรกิจจดทะเบียนเพื่อการลงทุนหรืออื่นๆ สามารถลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน

นักลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นนักลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์การลงทุนตามกำหนดของ SEC ซึ่งลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน มีคุณสมบัติดังนี้

1. เคยลงทุนโดยตรงในหุ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี + มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป โดยสินทรัพย์ดังกล่าวไม่นับรวมมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยประจำของบุคคลนั้น (อาจนับรวมกับส่วนของคู่สมรสได้)

2. เคยลงทุนโดยตรงในหุ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี + มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป (อาจนับรวมกับส่วนของคู่สมรสได้)

3. ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรือการลงทุน หรือผู้ที่เคยประเมินคุณค่าของผู้ประกอบธุรกิจหรือให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาธุรกิจ มาไม่น้อยกว่า 3 ปี เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน นักวิเคราะห์ ผู้บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) กรรมการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบัน หรือผู้บริหารของธุรกิจ เป็นต้น โดยบุคคลดังกล่าวต้องมีเงินลงทุนโดยตรงในหุ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา(Loan term) ซึ่งในการลงทุนแบบ Debt Crowdfunding ผลตอบแทนจะขึ้นอยู่กับการประเมินและเงื่อนไขจากผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการในการลงทุน

เป็นบริษัทหรือกลุ่มบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยมีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีสำหรับการคัดกรองธุรกิจที่มีศักยภาพ และเปิดตลาดให้ธุรกิจที่ต้องการขอระดมทุนกับนักลงทุนได้พบกัน และดูแลกระบวนการกู้ยืมตั้งแต่การระดมทุน ทำสัญญา รายงานผลการระดมทุน ดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้ยืม ตลอดจนผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ โดยได้รับค่าตอบแทนจากค่าธรรมเนียม 

Debt Crowdfunding คืออะไร

Debt Crowdfunding มีประโยชน์อย่างไร

การระดมทุนในรูปแบบดังกล่าว เอื้อประโยชน์ให้กับ 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ประกอบการ SME หรือ สตาร์ทอัพ ที่จะเรียกว่าผู้ออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงกับกลุ่มนักลงทุน โดยผลประโยชน์ที่ได้จาก Debt Crowdfunding สามารถแยกตามกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ทั้ง 2 กลุ่มได้ดังนี้

ผู้ประกอบการซึ่งขอออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง

ในที่นี้คือผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคล และดำเนินกิจการมาระยะหนึ่งและต้องการขยายกิจการให้เติบโตขึ้น

เข้าถึงได้ง่ายกว่า สาเหตุที่ผู้ประกอบการ SME จะหันไปหาแหล่งเงินทุนอื่นที่ไม่ใช่ธนาคารซึ่งเป็นสถาบันการเงินดั้งเดิม เป็นเพราะข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ แต่ Debt Crowdfunding มีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่า เช่นจดทะเบียนมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีการพิจารณาอนุมัติให้เข้าไปอยู่ในระบบของผู้ให้บริการเพื่อเตรียมการระดมทุนได้ง่ายกว่า

มีโอกาสได้รับเงินทุนมากกว่า เพราะ Debt Crowdfunding ทำให้การลงทุนในวงเงินก้อนใหญ่สามารถแบ่งหน่วยลงทุนให้ย่อยลงจากนักลงทุนหลายคนได้ ซึ่งโอกาสที่นักลงทุนจะกล้าลงทุนเป็นจำนวนน้อยในหลายธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง ย่อมมากกว่าลงทุนก้อนใหญ่ในคราวเดียว

สามารถเลือกวงเงินที่เหมาะสมและระยะเวลาในการชำระคืนได้สะดวกกว่า การขอระดมทุนในวงเงินที่มากเกินความต้องการ เป็นอีกหนึ่งในกับดักที่ทำให้ผู้ประกอบการล้มเหลวในการได้รับเงินทุน นอกจากจะไม่ได้รับอนุมัติแล้ว การมีหนี้สินก้อนใหญ่เกินกว่ากำลังการผลิตและบริหารกิจการจะกลายเป็นภาระในการชำระคืนทันที ซึ่งระบบ Debt Crowdfunding มีข้อกำหนดว่าผู้ให้บริการที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางต้องมีเครื่องมือหรือระบบที่มีความสามารถในการประเมินความเสี่ยง รวมถึงอัตราดอกเบี้ย และระยะเวลากู้ยืมที่เหมาะสมให้กับผู้ประกอบการที่เข้ามาขอออกหุ้นกู้ได้ด้วย

ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะเป็นการออกหุ้นกู้เพื่อขอระดมทุน ทำให้ผู้ประกอบการที่กิจการกำลังเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาค้ำประกันซึ่งมักเป็นข้อเรียกร้องหนึ่งจากสถาบันการเงินหลัก

นักลงทุน

ผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งของนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันไม่ต่างกัน คือได้เป็นการชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ Debt Crowdfunding ยังมีประโยชน์อื่นสำหรับนักลงทุนอีกด้วย

เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสด ตามที่ได้บอกไว้ด้านบน ว่า Debt Crowdfunding มีการจ่ายผลตอบแทนในลักษณะการชำระคืนเป็นงวดๆ พร้อมดอกเบี้ย เท่ากับนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดรายเดือนพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เลือกไว้

มีระยะเวลาถือหุ้นกู้ไม่นาน  Debt Crowdfunding จะมีช่วงระยะเวลาในการถือหุ้นกู้อยู่ที่ระหว่าง 12 – 24 เดือน เมื่อเทียบกับหน่วยลงทุน ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินไปเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เช่นพันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม ซึ่งมักให้ผลตอบแทนทุก 6 เดือน

กระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ดี การกระจายการลงทุนเป็นหน่วยย่อยๆ ในหลายๆ ธุรกิจ เป็นการลงทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยง(Diversification) ได้ดีกว่าการลงทุนในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งในคราวเดียว

Debt Crowdfunding ข้อดีและความเสี่ยง

Debt Crowdfunding กับความเสี่ยง

เมื่อพูดถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากDebt Crowdfunding ไปแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะละเลยในการพูดถึงความเสี่ยงสำหรับทั้งผู้ขอออกหุ้นกู้และนักลงทุน ซึ่งรับความเสี่ยงกันคนละด้าน

ผู้ประกอบการซึ่งขอออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง

ความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาก่อนนำธุรกิจเข้าสู่ระบบ Debt Crowdfunding มีอยู่เพียง 2 ข้อ

การให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลการเงินของบริษัท ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ให้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และมีความสามารถในการชำระหนี้คืนก่อนนำเข้าสู่ระบบระดมทุน ซึ่งส่วนนี้เองที่ผู้ประกอบการต้องส่งเอกสารเกี่ยวกับการเงินของบริษัทให้ผู้ให้บริการตรวจสอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดความกังวลได้

การระดมทุนไม่สำเร็จ Debt Crowdfunding คือการขอทุนก้อนใหญ่จากจำนวนเงินย่อยๆ ของนักลงทุนหลายๆ คน ซึ่งหากธุรกิจไม่น่าสนใจ หรือมีระยะเวลาการขอทุนที่นานเกินไป ก็อาจไม่ได้รับความสนใจและเสนอขายหุ้นกู้ได้ไม่เต็มจำนวน ทำให้การระดมทุนไม่สำเร็จได้เช่นกัน

นักลงทุน

การลงทุนใน Debt Crowdfunding สำหรับนักลงทุนแล้วก็ไม่ต่างจากการซื้อหุ้นกู้ คือการซื้อสิทธิ์ความเป็นเจ้าหนี้ ซึ่งสำหรับการลงทุนในลักษณะนี้ ความเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึงมีอยู่หลายข้อ

ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ เป็นความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับเจ้าหนี้ทุกคน ซึ่งความเสี่ยงที่เกิดจากการชำระหนี้นี้ จะเกิดขึ้นหากบริษัทที่ลงทุนไปไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามที่คาดหวัง อาจทำให้ผู้ประกอบการ SME หรือสตาร์ทอัพจ่ายคืนหนี้ไม่ได้ตามกำหนด หรือเลวร้ายกว่านั้นคือธุรกิจปิดตัวลง วิธีแก้ไขในลักษณะนี้คือต้องดูทิศทางกิจการที่ลงทุนให้ดี ตลอดจนเลือกกระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้หลากหลายธุรกิจ

ความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง ปกติแล้วสินทรัพย์เพื่อการลงทุนมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ในตลาดแรกหรือตลาดรอง แต่ Debt Crowdfunding ทำไม่ได้ เพราะเยังไม่มีตลาดรองในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

สำหรับนักลงทุนในประเทศไทยแล้ว Debt Crowdfunding อาจเป็นเรื่องใหม่ แต่สำหรับในประเทศอื่น Debt Crowdfunding เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ดังนั้นหากนักลงทุนจะเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า การลงทุนกับ Debt Crowdfunding ผ่าน เพียร์ พาวเวอร์ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

เปิดบัญชีนักลงทุน

Leave a Reply