fbpx
ลงทุน
อยากเติมความรู้เรื่องการลงทุนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ เชิญทางนี้ได้เลย


Fintech ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไกลตัวอีกต่อไปสำหรับโลกในปัจจุบัน ที่การเงินกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อจำกัดที่ลดลง

  • Fintech หรือเทคโนโลยีทางการเงิน คือการนำเอาการเงิน (Financial) มาบวกเข้ากับเทคโนโลยี (Technology) เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านการเงิน
  • เทคโนโลยีทางการเงิน แบ่งออกได้กว้าง ๆ เป็น 7 ประเภท คือ
    • Banking Technology การเข้าถึงและทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคาร
    • Lending Technology บริการกู้ยืมขอสินเชื่อ
    • Cryptocurrency เงินสกุลดิจิทัล
    • Payment ระบบการจ่ายเงิน
    • Application Programing Interfaces (API Data) สะพานเชื่อมข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับข้อมูล
    • Regulation Technology เทคโนโลยีตรวจสอบความปลอดภัยทางการเงิน
    • Insurtech เทคโนโลยีประกันภัย
  • คนที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงิน มีทั้งบุคคลทั่วไป ธนาคาร ผู้ให้บริการด้าน E-Commerce ผู้ประกอบการด้านสตาร์ทอัพ และนักลงทุน
  • เราสามารถลงทุนกับ Fintech ได้ด้วยการลงทุนใน Cryptocurrency เทคโนโลยีการให้และขอสินเชื่อ และเทคโนโลยีประกันภัย
  • ในประเทศไทยมีสถิติการใช้ระบบ Payment มากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย จากการซื้อของออนไลน์

Fintech เทคโนโลยีทางการเงิน การบริการ และการลงทุน

ถ้าย้อนเวลากลับไปถามคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกซัก 20 ปีที่แล้ว การบอกว่าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องไปที่ธนาคาร คงถูกมองด้วยความสงสัย เพราะบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินดูช่างซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะมีอำนาจจัดการ แต่ในวันนี้ การเข้าถึงบริการทางการเงิน การลงทุน หรือแม้แต่เรื่องยาก ๆ แบบการขอสินเชื่อก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ เพราะเทคโนโลยีทางการเงินทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย

Fintech คืออะไร

Financial Technology คือการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเงินในการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นสินค้า บริการ การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถึงเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจใหม่ ๆ ทำให้การเข้าถึงทางการเงินเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยี

เทคโนโลยีทางการเงิน มีจุดเริ่มต้นจากการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบงานของธนาคาร เมื่อเทคโนโลยีเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความสามารถในการเข้าถึงของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่ถือเป็น Disrupter แห่งยุค ก็ทำให้อำนาจในการทำธุรกรรมและเข้าถึงบริการทางการเงินไม่ถูกจำกัดอยู่กับสถาบันการเงินอีกต่อไป เทคโนโลยีทางการเงิน ได้แตกแขนงออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ กัน เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ใช้

Fintech มีกี่แบบ อะไรบ้าง 

ถ้าพูดถึง Fintech คนมักจะคิดถึงระบบ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์บอกได้เลยว่าไม่ผิด แต่ตามที่ได้บอกไปแล้วว่าเทคโนโลยีทางการเงินนั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ถ้าจะจำแนกตามจุดประสงค์ในการใช้งาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 แบบ 

Banking Technology

การนำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่คนมักคิดถึงเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีทางการเงิน เพราะหลายคนคุ้นเคยและเชื่อว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทำงานส่วนใหญ่จะมีแอปพลิเคชั่นธนาคารติดตั้งอยู่แล้ว เทคโนโลยีทางการเงิน ประเภทนี้คือ Mobile Banking ที่มีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทำงานในฟังก์ชั่นเดียวกับที่ธนาคารแบบดั้งเดิมทำ ยกเว้นการจัดการกับเงินสด

Lending Technology

เทคโนโลยีเพื่อการขอสินเชื่อ กู้ยืม เพียร์ พาวเวอร์จัดอยู่ในประเภทนี้ คือมีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการขอและให้สินเชื่อ เทคโนโลยีทางการเงินประเภทนี้จะอยู่บนพื้นฐานการสมัครขอสินเชื่อ ตรวจสอบเครดิต และอนุมัติสินเชื่อ

Cryptocurrency

สกุลเงินดิจิทัลทั้ง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการสมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในโลกออนไลน์ แล้วทำให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึงเก็งกำไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่ถือกำเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และที่สั่นสะเทือนวงการการเงินล่าสุดคือการประกาศเปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์เจ้าใหญ่ทั่วโลกซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางการเงิน ประเภทนี้ บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบการเงินดั้งเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากทั่วโลก อย่างไรก็ดี Cryptocurrency ถือเป็นระบบการเงินแห่งอนาคตที่มีการขยายขอบเขตความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

Payment Technology

ระบบการจ่ายเงินที่ดำเนินการด้วยเทคโนโลยี ประเภทนี้คือระบบตัวแทนการใช้จ่าย ที่ผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่นระบบ E-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงที่เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ใช่ธนาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จ่ายเท่านั้น

Application Programming interface (API Data)

ระบบ API Data ทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม เป็นเหมือนประตูบ้านที่จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าของบัญชีหรือผู้ใช้ที่ถูกต้องเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ได้ ระบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับ Mobile banking และแพลตฟอร์มอื่น ๆ

Regulation Technology 

นอกจากจะใช้เพื่อเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว เทคโนโลยีทางการเงินยังสามารถใช้เพื่อตรวจสอบและป้องกันการเข้าถึงบริการเหล่านั้นในลักษณะที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย Regulation Technology หรือ Reg-tech ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบการทำธุรกรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น อาจเป็น AI หรือเป็นระบบภายในของธนาคารหรือแพลตฟอร์มก็ได้

Insurance Technology/ Insurtech

หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง รวมทั้งระบบการคำนวณเบี้ยประกันมีความซับซ้อน การใช้เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาช่วยทั้งด้านการคำนวณเบี้ยประกัน ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงอัตราส่วนลดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้เสนอขายประกันภัย ประกันชีวิตบริหารจัดการระบบประกันได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยีทางการเงิน คืออะไรมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

เทคโนโลยีทางการเงินมีประโยชน์อย่างไร กับใครบ้าง

ในเมื่อรูปแบบของเทคโนโลยีทางการเงิน มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใช้บริการแทบทุกระดับ ประโยชน์ของเทคโนโลยีทางการเงินจึงมีมากตามไปด้วย โดยอาจแบ่งประโยชน์ ตามกลุ่มผู้ใช้งานได้ดังนี้

บุคคลทั่วไป

ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ที่ทำให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทำธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเชื่อ ลงทุนได้ด้วยตนเอง

สถาบันการเงิน

ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินได้ด้วยการนำระบบ API Data มาใช้ หรือการตรวจสอบความปลอดภัยด้วย Regtech รวมถึงสิ่งที่ง่ายและเป็นประโยชน์ที่สุดคือการสร้างระบบธนาคารย่อย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ

ผู้ให้บริการ E-Commerce

ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปแบบของระบบ Payment การเชื่อมต่อ API Data และ Banking Technology เพราะเป็นการขายออนไลน์ที่เกิดการใช้จ่ายขึ้นในแพลตฟอร์ม

นักลงทุน

เทคโนโลยีทางการเงิน เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech และ Lending Technology ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่อยากลองลงทุนในรูปแบบใหม่ ๆ

เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์และผลกระทบต่อใคร อย่างไรบ้าง

Fintech มีผลกระทบอย่างไรกับธนาคารและอุตสาหกรรมอื่น

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเทคโนโลยีทางการเงิน คือการทำให้คนทั่วไปมีอำนาจจัดการการเงินของตัวเองมากพอกับที่ธนาคารสามารถทำได้ ประกอบกับมีหลาย ๆ รูปแบบในการให้บริการ นอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้ว เราจะพบการตั้งคำถามกับเทคโนโลยีทางการเงิน ในลักษณะการ Disruption ระบบการเงินแบบดั้งเดิมด้วย โดยกลุ่มที่มองว่าอาจได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีทางการเงิน มีอยู่ 2 – 3 กลุ่มคือ

ธนาคารหรือสถาบันการเงิน

ด้วยความเป็นเจ้าเก่าที่ครองอำนาจทางการเงินมาโดยตลอด ทำให้เมื่อเทคโนโลยีทางการเงินกำเนิดขึ้นมาโดยมีลักษณะที่คล้ายกับการให้บริการของทางธนาคาร จึงมีการตั้งคำถามว่าธนาคารจะอยู่ได้หรือไม่หากคนหันไปใช้เทคโนโลยีทางการเงินกันมากขึ้น 

จากข้างต้น เราจะพบว่าแม้เทคโนโลยีทางการเงิน จะมีหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริหารจัดการการเงิน แต่ไม่ได้มีที่ไหนรับฝากเงินเหมือนที่ธนาคารทำ การได้รับเงินสดจากเทคโนโลยทางการเงินนั้นเป็นไปได้ยาก เราเห็นตัวเลขแต่ไม่ได้เห็นตัวเงินจริง ๆ จนกว่าจะมีการแลกเปลี่ยนผ่านทางสถาบันการเงินในที่สุด ดังนั้นธนาคารไม่ได้มีบทบาทลดลงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงิน พร้อมกันนั้น ธนาคารก็ย้ายตัวเองลงไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มากขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเช่นกัน การที่สาขาของธนาคารปิดตัวลง อาจมีผลกระทบต่อคนทำงานด้านปฏิบัติการในธนาคาร แต่หากมองในแง่สถานะและความมั่นคงของธนาคารแล้ว นี่อาจเป็นข้อดีมากกว่าก็ได้ 

ธนาคารเองก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงิน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก จะเลือกหนุนหลังธุรกิจที่พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่ต้องลงมือพัฒนาเอง

ห้างสรรพสินค้า

เมื่อมีการซื้อขายออนไลน์แบบครบขั้นตอนในแพลตฟอร์มเกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีทางการเงิน การซื้อขายสินค้าที่ต้องเดินทางออกไปเพื่อค้นหาจึงมีความจำเป็นลดลง รวมถึงขณะนี้ ปนะเทศไทยมีอัตราการใช้จ่ายออนไลน์สูงที่สุดในเอเชีย ห้างสรรพสินค้าจึงเป็นส่วนหนึ่งที่อาจได้รับผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบซื้อของที่ได้สัมผัสด้วยมือ มองเห็นด้วยตา รวมถึงต้องการที่นั่งเล่น พบเจอกับเพื่อนก็ยังมีอยู่เช่นกัน

 

เทคโนโลยีทางการเงิน มีมุมที่เป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย รวมทั้งมีโอกาสและอัตราการเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่การใช้จ่าย และการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพียร์ พาวเวอร์เองเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการเงิน ที่เป็นแพลตฟอร์มหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุนเข้าด้วยกัน ซึ่งหากท่านเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องการบริการนี้ ติดต่อเพียร์ พาวเวอร์ได้เลย

ลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง

Pinwaa
นักเขียนผู้เชื่อมั่นในพลังแห่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการสื่อสาร ที่จะช่วยคลี่คลายเรื่องยากต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเงินการลงทุนที่มีหลายแง่มุม