Tag

ตลาดการลงทุนที่เกี่ยวกับรถติด

ลงทุนกับรถติด พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

ลงทุนกับรถติด พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ค่าโดยสารรถเมล์จะปรับขึ้นตามมติขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ด้วยเหตุผลหลัก คือมีการชะลอการขึ้นราคามาหลายปีแม้จะได้รับการร้องขอปรับราคาจากผู้ประกอบการเอกชน อัตราค่าโดยสารก่อนปรับไม่สัมพันธ์กับต้นทุนจริง และการปรับราคาครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันและปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น เนื่องจากรถรุ่นที่ใหม่กว่าจะเก็บค่าโดยสารได้มากกว่าตามไปด้วย สิ่งที่ตามมาคือรถตู้ และรถสองแถวเตรียมขยับจะปรับราคาขึ้นตามไปด้วย ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงคุณภาพของบริการว่าดีกว่าเดิมหรือไม่ และหลายคนเลือกจะขับรถมากกว่าใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้กรุงเทพเป็นหนึ่งในเมืองที่รถติดที่สุดเมืองหนึ่งในโลก รถติดเพราะอะไร มีคำตอบมากมายสำหรับคำถามนี้ ทั้งเรื่องการวางผังเมือง วินัยการจราจร ตลอดจนสภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ แต่คำตอบที่ดูจับต้องได้ที่สุด และมีตัวเลขยืนยันน่าเชื่อถือคือ รถติดเพราะในกรุงเทพมหานครจำนวนรถมีจำนวนมากกว่าพื้นผิวการจราจร โดยสถิติจากกรมการขนส่งทางบก พบว่าในเดือนมีนาคม 2562 มีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมในกรุงเทพมหานครรวมกันทั้งหมด 10,193,685 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน หรือรถเก๋งมากที่สุด จำนวน 4,585,242 คัน ไม่นับรถยนต์ทะเบียนจังหวัดอื่นที่เข้ามาวิ่งในกรุงเทพด้วย ในขณะที่หากมองลักษณะผังเมืองกรุงเทพมหานคร เส้นทางการจราจรเป็นไปในลักษณะกระจุกตัว ประกอบกับทำเลที่เป็นศูนย์กลางของบริเวณดังกล่าวมักเป็นห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่งผลให้ถนนกลายเป็นพื้นที่ให้รถไปรวมตัวกัน กินพื้นผิวจราจรที่มีอยู่เพียง 10% ของพื้นที่ทั้งหมดเข้าไปอีก และพื้นผิวการจราจร 10% ข้างต้น ก็ไม่ใช่พื้นที่ที่สามารถใช้งานได้จริงทั้งหมด เพราะมีการปิดถนนเพื่อก่อสร้างปรับปรุงผังเมืองใหม่อยู่เรื่อยๆ รถติดสร้างปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาที่มากับรถติดไม่ใช่ปัญหาเรื่องการจราจรโดยตรง แต่เป็นปัญหาด้านต้นทุนอื่นๆ ที่ผู้ตกอยู่ในสภาวะรถติดต้องแบกรับ เช่นต้นทุนด้านเวลา มีผลสำรวจออกมาว่าคนกรุงเทพเสียเวลาไปกับรถติดปีละ 61 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย เป็นสถิติที่สูงที่สุดในโลก แม้เวลา 2.5 วันนี้จะไม่ถือว่านานแต่ถ้าคิดว่าเป็นวันพักร้อนที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ก็สามารถนับเป็นต้นทุนได้ รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่นสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความสัมพันธ์ที่ส่งผลเสียในระยะยาว รถติดสร้างโอกาสทางการลงทุนอย่างไร จะเห็นได้ว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับรถติดมีด้วยกัน 2 ส่วนหลักๆ คือจำนวนรถและการจราจร ซึ่งเป็นปัจจัยทางตรง และปัจจัยทางอ้อมคือต้นทุนค่าเสียโอกาสอื่นๆ หากมองในเชิงแก้ปัญหา จะสามารถแตกประเภทธุรกิจที่น่าลงทุนได้หลากหลายขึ้น ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ขอแยกออกเป็น 2 ส่วนตามที่กล่าวมาแล้ว คือ ลงทุนกับปัจจัยทางตรง หมายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับรถติดโดยตรง นั่นคือการลงทุนกับกลุ่มรถยนต์และการวางโครงสร้างเมือง ซึ่งธุรกิจในกลุ่มนี้ที่สามารถลงทุนได้คือ ลงทุนกับกลุ่มยานยนต์และการผลิต(Auto) จากจำนวนผู้จดทะเบียนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นว่าความต้องการการใช้รถยังมีอยู่มาก กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์จึงยังน่่าสนใจ แม้ประเทศไทยไม่มีกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง แต่มักดำเนินการในลักษณะฐานการผลิตและตัวแทนจัดจำหน่ายมากกว่า ซึ่งหุ้นในกลุ่มยานยนต์(Auto) ของไทยมีอยู่หลายตัว ราคาซื้อขายต่อหน่วยค่อนข้างผันผวนและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือไม่ขึ้นสูงจนยั่วใจ แต่ก็ไม่ตกจนน่าใจหาย… Read more