fbpx
การขยายธุรกิจ
อยากรับมือได้ เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น จะจัดการกับงาน กับคน อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด มาลองหาคำตอบไปด้วยกันได้เลย

5 ข้อผิดพลาดในการขยายกิจการที่ควรหลีกเลี่ยง

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คงทราบดีว่า จะมีวันที่เป็นวันดี และวันที่เป็นวันแย่ ผสมกันไปในการทำธุรกิจ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ การที่ลูกค้าที่ทำธุรกิจกับคุณมานานตัดสินใจทางธุรกิจที่ช่วยให้กิจการของคุณเติบโตมากขึ้น เช่น เพิ่มออเดอร์สินค้า มีโปรเจคเพิ่ม เป็นต้น

แต่คุณทราบหรือไม่ว่า หลายครั้งเหตุการณ์ที่ดีที่สุด ก็สามารถนำพาธุรกิจของคุณไปสู่จุดที่แย่ที่สุดได้ หากคุณไม่มีการเตรียมตัวหรือวางแผนที่ดี

เราจะเห็นว่าเจ้าของธุรกิจหลายคนตกม้าตายตอนที่ธุรกิจเข้าสู่ช่วงขยาย (growth stage) ปัจจัยของความล้มเหลวส่วนใหญ่เกิดจากการที่ธุรกิจเติบโตเร็วเกินไป และเจ้าของรวมไปถึงพนักงานข้างในบริษัทไม่พร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้

วันนี้ PeerPower จะขอพูดถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อเจ้าของกิจการคิดจะต่อยอดธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านที่มีแผนขยายกิจการในอนาคตค่ะ

1. ขาด Mindset ของการเติบโต

ธุรกิจคุณมีรายได้เติบโตขึ้นเท่าตัว ฉะนั้นแนวคิดในการทำธุรกิจของคุณจะเหมือนสมัยที่กิจการของคุณพึ่งเริ่มต้นไม่ได้ ในช่วงแรก คุณอาจจะยอม ”ลงมือ” ทำเอง เนื่องจากยังไม่คุ้มที่จะลงทุนให้เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ช่วย แต่เมื่อธุรกิจขยับขยาย สิ่งที่คุณควรเริ่มคิดก็คือ การ “streamline” ซึ่งหมายถึงลดขั้นตอนบางอย่างโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้พนักงานหนึ่งคนใช้เวลาน้อยลง

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยบริหารจัดการ social media ในที่เดียว แทนที่คุณจะให้พนักงานคอยตอบไลน์ ตอบ Facebook หรือ Instagram ผ่านเครื่องมือหลายๆ ที่ คุณสามารถใช้ซอฟต์แวร์ที่รวบรวม social media เข้าด้วยกัน และ แค่นี้ก็ช่วยประหยัดเวลาพนักงาน 1 คนได้เยอะ

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยเหลือ SME ให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในราคาที่จับต้องได้ คุณจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในเทคโนโลยีคุ้มค่ากว่าการใช้ทรัพยากรคน นอกจากนี้ยังช่วยลดความผิดพลาดของการทำงานอีกด้วย

2. ทรัพยากรบุคคลไม่เพียงพอ

หลายครั้งเจ้าของกิจการจะติดกับดักของการทำงาน เนื่องจากมีปัญหารายวันเข้ามาเยอะ ทำให้เวลาหมดไปกับการแก้ปัญหา จนไม่มีเวลามองภาพใหญ่ เมื่อจังหวะขยายมาถึง หลายคนย่อมคว้าโอกาสไว้โดยไปแก้ปัญหาเรื่องคนทีหลัง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สำหรับใครที่อ่านบทความนี้และมองเห็นอนาคตว่าจะต้องขยายกำลังคนมากขึ้น คุณสามารถเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ เนื่องจากการจ้างคนที่ใช่ หรือหาเทคโนโลยีที่เหมาะกับกิจการของคุณเป็นเรื่องที่ใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน

นี่คือคำถามที่คุณควรหาคำตอบก่อนที่คิดจะลงทุนจ้างพนักงานเพิ่ม

      • Productivity ของพนักงานปัจจุบันเป็นอย่างไร หากเพิ่มงานให้กับบุคลากรข้างในจะทำให้ productivity ลดลงหรือไม่ หลายคนมักจะคำนวณถึงต้นทุนในการจ้างพนักงาน แต่ลืมคิดถึงต้นทุนที่มีของการไม่จ้างพนักงาน ซึ่งเกิดจากการที่พนักงานปัจจุบันทำงานหนักไปเกินไป ส่งผลให้งานคุณภาพลดลง
      • เมื่อคุณสามารถตอบได้แล้วว่าถึงเวลาต้องจ้างคนเพิ่ม คุณควรถามต่อว่า งานที่ต้องการคนนั้นเป็นงานระยะสั้นหรือระยะยาว จำนวนต้องจ้าง full-time หรือไม่ หรือสามารถจ้างเป็น contract หรือไม่ เช่น โปรเจคที่รับมามีระยะเวลา 6 เดือน อาจะจ้างพนักงานสำหรับโปรเจคนี้เท่านั้น
      • ผู้จัดการภายในพร้อมที่จะรับมือกับทีมที่ขยายขึ้นหรือไม่ มีการเทรนผู้จัดการเพื่อเตรียมพร้อมกับการเทรนคนใหม่ๆ หรือไม่

3. ไม่เข้าใจความต้องการผู้ใช้อย่างแท้จริง

การขยายธุรกิจเร็วเกินไป คุณอาจพลาดสิ่งสำคัญที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงธุรกิจคุณ ซึ่งก็คือการฟังเสียงลูกค้าที่แท้จริงนั่นเอง คุณควรศึกษาความต้องการของลูกค้าที่เป็นลูกค้าที่จงรักภักดี (loyal customer) ของคุณ การที่คุณคิดจะขยายธุรกิจเพราะฟังเสียงคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกค้าอาจทำให้คุณเดินผิดทางได้ ดังนั้น คุณควรทำการสำรวจความต้องการของลูกค้าปัจจุบันก่อนที่จะทุ่มทุนไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ หลังจากการทำสำรวจ คุณอาจจะพบว่า จริงๆ แล้วลูกค้าของคุณอาจจะไม่ได้อยากได้ feature ใหม่ แต่เป็นการพัฒนา feature เดิมให้ดีขึ้นก็ได้

4. พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจไม่พร้อม

การขยายกิจการไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว การทำธุรกิจย่อมมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ซัพพลายเออร์ บริษัท shipping หรือ logistics รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ คุณควรตรวจสอบให้ดีว่าพาร์ทเนอร์ทางการค้าของคุณพร้อมรับกับออเดอร์หรือลูกค้าที่มากขึ้น หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณว่าพาร์ทเนอร์ที่ทำธุรกิจด้วยรับไม่ไหว คุณควรเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์รายใหม่ เพื่อรับออเดอร์ที่มากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสามารถจ้าง 2 บริษัทในเวลาเดียวกันเพื่อดู performance และวางแผนลดการจ้าง และเหลือเพียง 1 บริษัทที่ทำงานได้ดีกว่าในอนาคต

5. เงินสดไม่เพียงพอ

กระแสเงินสดคือตัวชี้ชะตาธุรกิจของคุณ เมื่อธุรกิจขยาย คุณจะเป็นต้องมีเงินสดสำรองเพื่อใช้จ่ายกับสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้น พนักงานที่เพิ่มขึ้น อุปกรณ์สำนักงานที่มากขึ้น หรือพื้นที่ออฟฟิศที่ใหญ่ขึ้น ในบางครั้ง กระแสเงินสดไม่ได้เข้ามาทันทีที่คุณคิดจะขยายธุรกิจ
คุณควรตรวจสอบให้ดีว่ามีกระแสเงินสดเพียงพอในบัญชี หากคุณคาดการณ์ว่ากระแสเงินสดไม่เพียงพอต่อการดำเนินกิจการในอนาคตอันใกล้ คุณควรเริ่มมองหาแหล่งทุนที่จะช่วยให้คุณมีกระแสเงินสดและดำเนินกิจการไปได้ตามที่วางแผนไว้

การขยายกิจการเป็นเรื่องที่ดี การเตรียมตัวและการวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้การขยายกิจการเป็นไปได้อย่างราบรื่น

เพียร์ พาวเวอร์ คือผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งระบบคราวด์ฟันดิงคือตัวกลางในการระดมทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ด้วยวิธีการออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ในขณะเดียวกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่สามารถเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่เสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงในแพลตฟอร์มได้ สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่

_______________________________________________________________________

คำเตือน : การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงผ่านเพียร์ พาวเวอร์ เป็นการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอทั้งด้านความเสี่ยง และความสามารถในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์และความเสี่ยงในการสูญเสียเงินจากการลงทุน การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน นักลงทุนจะสามารถเริ่มลงทุนได้ต่อก็ต่อเมื่อนักลงทุนทำการลงทะเบียนและผ่านแบบประเมินความรู้ความเข้าใจในการลงทุนแล้ว

PeerPower Team