คู่มือขอสินเชื่อ sme

คู่มือขอสินเชื่อสำหรับ SME: เลือกใช้อย่างไรให้ถูกสถานการณ์

หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาหมุนเวียนสภาพคล่องหรือลงทุนทำธุรกิจ แต่พบว่ามีทางเลือกสินเชื่อมากมายจนเลือกไม่ถูก ไม่มีเวลาศึกษาหาข้อมูล หรือคนที่คอยให้คำแนะนำ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่ SME ควรรู้เมื่อขอสินเชื่อเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจค่ะ

สินเชื่อใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (secured loan)

สินเชื่อที่มีหลักประกัน คือ สินเชื่อที่เจ้าของกิจการจะต้องแสดงหลักประกัน โดยหลักประกันดังกล่าวอาจอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ เช่น การจำนองที่ดิน สถานที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งสินเชื่อมีหลักประกันมักมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน เนื่องจากผู้กู้มีหลักประกันแก่ผู้ให้กู้เพื่อชดใช้ความเสียหายหากเกิดการผิดสัญญาขึ้น และส่วนใหญ่มักใช้เวลาในการอนุมัตินานกว่าสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

1. สินเชื่อเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft หรือ OD)

เป็นแหล่งเงินทุนสำรองพร้อมใช้สำหรับธุรกิจ โดยปกติแล้วในบัญชีทั่วไปถ้าหากเงินหมดก็จะใช้ต่อไม่ได้ แต่ OD จะช่วยให้คุณสามารถเบิกเกินบัญชีได้ตามวงเงินที่คุณได้รับการอนุมัติ โดยจะต้องทำผ่านการสั่งจ่ายเช็คและต้องมีการเปิดบัญชีกระแสรายวัน

2.สินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจ

เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการที่มีบ้านปลอดภาระ และต้องการกู้โดยที่มีภาระผ่อนต่อเดือนไม่มาก เพราะสินเชื่อบ้านนั้นให้เวลาผ่อนได้นานและดอกเบี้ยต่ำ จึงช่วยให้ภาระหนี้และสภาพคล่องของกิจการไม่เป็นปัญหาแก่เจ้าของกิจการมากนัก

3.สินเชื่อรถเพื่อธุรกิจ

เหมาะกับเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่มีรถยนต์เป็นของตนเอง และต้องการได้รับวงเงินที่สูงขึ้นมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล โดยสินเชื่อรถจะมีการอนุมัติที่ง่ายกว่า จึงเหมาะกับเจ้าของกิจการที่อายุกิจการยังไม่นานพอ หรือเงินหมุนน้อยกว่าเกณฑ์สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล หรือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่ได้จดทะเบียน หรือเงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อย

4.​​​​​สินเชื่อแฟ็กเตอริง (Factoring)

เป็นสินเชื่อระยะสั้นที่ช่วยแก้ปัญหาด้านสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่มีเงินทุนจมอยู่ในลูกหนี้การค้า (ขายสินค้าแล้วแต่ต้องรอเครคิตการค้าที่ยาวนาน) โดยจะช่วยเปลี่ยนลูกหนี้การค้าให้เป็นกระแสเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยจ่ายเงินให้ล่วงหน้า 70-90% ของราคาในใบแจ้งหนี้ ที่มีเครดิตเทอม 10-120 วัน และจะจ่ายเพิ่มส่วนที่เหลือ เมื่อธนาคารได้รับเงินจากลูกหนี้การค้าแล้ว ซึ่งจะใช้ลูกหนี้การค้าเป็นหลักประกัน และไม่ต้องใช้หลักประกัน ในการขอสินเชื่อ

ตารางเปรียบเทียบสินเชื่อใช้หลักทรัพย์

peerpower sme loan

สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (unsecured loan)

แปลตรงตัวก็คือ สินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ ซึ่งสถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อโดยอาศัยความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นเครื่องมือในการพิจารณา ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่ชำระเงินคืน สถาบันการเงินไม่สามารถยึดหลักทรัพย์ได้ แต่จะใช้วิธีการทวงถามหนี้ตามกฎหมายและเจรจาผ่อนปรนหนี้ เนื่องจากสถาบันการเงินต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากกว่า อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อไม่มีหลักประกันจึงสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน

1. สินเชื่อส่วนบุคคล/ สินเชื่อเงินสด

ได้รับเป็นเงินก้อนและทยอยผ่อนชำระเท่าๆกันทุกเดือน ให้วงเงินที่สูงกว่าแบบบัตรกดเงินสด เมื่อได้รับการอนุมัติสินเชื่อเงินสด ก็จะมีเงินก้อนโอนเข้าบัญชีทันที และดอกเบี้ยจะเริ่มคิดจากยอดเงินก้อนที่เป็นการคิดรายวันแบบลดต้นลดดอก

2. บัตรกดเงินสด

เป็นบัตรที่ไว้กดเงินสดมาใช้เมื่อต้องการ สามารถจ่ายคืนมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ในแต่ละเดือน แต่ต้องไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่อัตรา 3 – 5%

3. บัตรเครดิต

สามารถนำมาใช้เป็นเงินฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ เช่นเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสด

4. ตลาดสินเชื่อออนไลน์

เป็นรูปแบบใหม่ของการขอสินเชื่อ โดยที่ผู้สมัครสามารถทำการยื่นเอกสารออนไลน์ และทราบผลอนุมัติภายใน 3 วัน ข้อดีของ ตลาดสินเชื่อออนไลน์ คือ ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้เช่นนี้จะพิจารณาเครดิตของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก และจะคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามคะแนนเครดิตของผู้ขอสินเชื่อแต่ละคน สำหรับสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สถาบันการเงินจะนำคะแนนของผู้ถือหุ้นหลักและคะแนนของบริษัทมาคำนวณเพื่อหาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม สำหรับใครที่สนใจขอสินเชื่อประเภทนี้สามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

ตารางเปรียบเทียบสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์

SME ควรพิจารณาเลือกสินเชื่ออย่างไร

สิ่งที่ผู้ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจจะต้องนำพิจารณามี 6 เรื่อง ดังต่อไปนี้

1. จุดประสงค์ในการใช้เงิน

คุณควรรู้จุดประสงค์ในการใช้เงิน หากคุณมองหาเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราว ควรเลือกสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระไม่นานมาก และมีอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เช่น ตลาดสินเชื่อออนไลน์ เพียร์ พาวเวอร์

แต่หากคุณต้องการเงินทุนไปปลูกสิ่งก่อสร้างที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก อาจพิจารณาสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระค่อนข้างยาว เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน สำหรับท่านใดที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

2. อัตราดอกเบี้ย

แน่นอนว่าอัตราดอกเบี้ยคือต้นทุนอย่างหนึ่งของบริษัท คุณควรขอสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยต่ำอาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียว คุณอาจจะต้องนำเรื่องอื่นๆ มาตัดสินใจประกอบด้วย โดยเราจะกล่าวในข้อถัดไป

นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยคงที่หรืออัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเองก็ส่งผล ถ้าหากคุณคาดว่าจะมีความสามารถในการโปะชำระหนี้ได้เร็ว

3. ความเร็ว

หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ เช่น 1-2 เดือนข้างหน้า คุณควรดำเนินการขอสินเชื่อตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากกระบวนการในการขอสินเชื่อใช้เวลาค่อนข้างนาน หากเปรียบเทียบตลาดสินเชื่อออนไลน์กับสินเชื่อ SME จากธนาคารรัฐ เช่น SME Bank, ธนาคารออมสิน ตลาดสินเชื่อออนไลน์ตอบโจทย์ในเรื่องความเร็วมากกว่า เพราะใช้เวลาเพียง 3-4 สัปดาห์ในการรับเงิน ในขณะที่กระบวนการของธนาคารรัฐใช้เวลานานถึง 3-6 เดือน

4. หลักทรัพย์

ข้อนี้เป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการหลายคนโดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่พึ่งเริ่มได้ไม่นานตกม้าตาย ถึงแม้คุณจะเจอข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดี แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักขอแลกกับหลักทรัพย์ของคุณ ดังนั้น เจ้าของกิจการที่ไม่มีหลักทรัพย์อาจต้องยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพื่อแลกกับการไม่เสียหลักทรัพย์

เพียร์ พาวเวอร์เป็นสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ที่ตอบโจทย์ SME เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และความรวดเร็วในการอนุมัติขอสินเชื่อไม่ต่างกันมาก ในขณะเดียวกันก็ได้เปรียบสินเชื่อแลกบ้าน หรือสินเชื่อแลกรถ ตรงที่ไม่ใช้หลักทรัพย์

ท่านใดที่สนใจสมัครขอสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์เพียร์ พาวเวอร์สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

5. ระยะเวลาผ่อนชำระ

คุณควรพิจารณาระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งนั่นก็ส่งผลกับจำนวที่คุณชำระต่อเดือน รวมไปถึงดอกเบี้ยที่คุณต้องเสียด้วย ท่านสามารถคำนวณจำนวนที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนด้วยเครื่องคำนวณของเรา

สำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการระยะเวลาผ่อนชำระนาน อาจพิจารณาขอสินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจ สำหรับเจ้าของกิจการที่มีความต้องการโปะยอดหนี้ก่อนกำหนด คุณควรศึกษาเงื่อนไขให้ดี เนื่องจากหลายสถาบันการเงินจะคิดค่าธรรมเนียมหากคุณชำระเงินคืนเต็มจำนวนก่อนกำหนดในสัญญา

6. ค่าธรรมเนียม

ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการกดเงิน หรือปิดชำระยอดหนี้ให้เร็วขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในธุรกิจของคุณ จึงควรศึกษาข้อดีและข้อเสียของสินเชื่อแต่ละประเภทและผู้ให้กู้แต่ละราย เพื่อที่จะเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

สินเชื่อเพียร์ พาวเวอร์ให้ความยืดหยุ่นผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่มีค่าธรรมเนียมในการโปะสินเชื่อ

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง