ธุรกิจ SME

ธุรกิจ SME เริ่มต้นอย่างไรดี

หากผู้ประกอบการอยากมีธุรกิจ SME เป็นของตัวเอง สิ่งแรกที่จะต้องตอบให้ได้คือจะทำธุรกิจอะไร และเริ่มต้นอย่างไรดี 6 ไอเดียต่อไปนี้ช่วยคุณได้

  • เริ่มต้นจากความชอบหรือความถนัดหาความชอบและทำได้ดีให้เจอ เพื่อต่อยอดเป็นสินค้าที่ขายได้
  • ต่อยอดจากธุรกิจของครอบครัว ถ้าเกิดมาก็เห็นคนที่บ้านทำกิจการนี้แล้ว เท่ากับเรามีทุนเบื้องต้นทั้งด้านแรงงานและภูมิปัญญา สเต็ปต่อมาคือการต่อยอดเพื่อเป็นกิจการของตัวเอง
  • รวมกลุ่มกับคนที่มีความฝันคล้ายกัน การช่วยกันทำธุรกิจจากกลุ่มคนที่มีความฝันที่ใกล้เคียงกัน มีจุดหมายเดียวกัน จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการริเริ่มธุรกิจ
  • มองตลาดและกลุ่มลูกค้าเพื่อพัฒนาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการ คือ ทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายเป็นอันดับแรก แล้วค่อยคิดขายสินค้า
  • เริ่มด้วยสินค้าแฟชั่นก็ขายง่าย แต่มาไวไปไว ต้องขยันอัปเดต
  • เริ่มต้นจากความจำเป็นต้องใช้ถ้าเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น โอกาสขายได้ก็มีมากตามไปด้วย

ธุรกิจ SME เริ่มต้นอย่างไรดี

การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อาจเป็นความฝันของผู้ประกอบการหลายคน แต่พอจะเริ่มทำธุรกิจ หลายคนคงมีข้อสงสัยว่า จะทำธุรกิจอะไรดี และควรเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร เพียร์ พาวเวอร์ มีไกด์ไลน์สำหรับการต่อยอดไปสู่จุดเริ่มต้นการเป็นผู้ประกอบการ 5 แบบที่สามารถนำไปเป็นไอเดียเริ่มต้นธุรกิจได้ค่ะ 

ธุรกิจ SME เริ่มต้นจากความชอบหรือความถนัด

การได้ทำในสิ่งที่ชอบหรือถนัดนอกจากจะได้ทำในสิ่งที่สร้างความสุขให้กับเราได้แล้ว ความใส่ใจที่มีต่อสิ่งที่รักจะเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีที่ทำให้เรามุ่งมั่น ขยันพัฒนาต่อยอด การทำธุรกิจจากความชอบจึงเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ผู้ประกอบธุรกิจ SME หลายคนเลือกเป็นไอเดียเริ่มต้น

เพียร์ พาวเวอร์เคยเห็นธุรกิจ SME ที่เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ต่อยอดเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่จากหลายคนเลยค่ะ เช่น ร้านอุปกรณ์กีฬาฟุตบอลที่ชื่อ Ari ร้านเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบกีฬาฟุตบอลและชอบรองเท้าสตั๊ด ซึ่งในไทยหาซื้อได้ยาก เขาจึงเปิดร้านขายอุปกรณ์กีฬาฟุตบอลขึ้นเอง ต่อมาเป็นเสื้อผ้า อุปกรณ์สำหรับนักวิ่ง ปัจจุบัน ร้าน Ari เป็นที่รู้จักในแวดวงนักกีฬาและขยายสาขาไปทั่วประเทศถึง 10 สาขาด้วยกัน

ธุรกิจ SME เริ่มต้นด้วยการต่อยอดจากครอบครัว

ข้อดีของการทำธุรกิจแบบต่อยอดจากครอบครัวคือความได้เปรียบด้านความพร้อมเพราะถือว่ามีต้นทุนแรกมาก่อนแล้ว ประกอบกับผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่เป็นคนรุ่นใหม่หลายคน มีความรู้ด้านเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ที่จะปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เติบโตตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ การรับช่วงต่อจากครอบครัวก็เป็นตัวเลือกที่ดี 

สำหรับธุรกิจที่ต่อยอดจากครอบครัวและประสบความสำเร็จ เท่าที่เพียร์ พาวเวอร์รู้จัก และคิดว่าหลายคนก็น่าจะรู้จักเหมือนกันก็คือชาตรามือ เครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบดับร้อนแบบอากาศเมืองไทยได้ชะงัดที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่านั่นเองค่ะ  ชาตรามือมีในไทยมามากกว่า 70 ปีแล้ว ปัจจุบันอยู่ในการดูแลโดยทายาทรุ่นที่ 3 คุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ซึ่งปรับเปลี่ยนให้ชาตรามือเป็นแบรนด์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น จากที่เคยเน้นขายให้กับธุรกิจร้านเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ขยายทิศทางไปขายให้กับลูกค้าทั่วไป มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่สม่ำเสมอ โดยความสำเร็จของ ชากุหลาบที่มีสรรพคุณดี ใส่ใจไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ชากุหลาบจึงได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมากการต่อยอดธุรกิจ SME ที่หลายคนเคยมีคำถามว่ายังอยู่อีกหรือ ครั้งนี้จึงหมดคำถามและกลับมาเป็นแฟนตัวยงแทน

ธุรกิจ SME เริ่มจากการรวมกลุ่มของคนที่มีความฝันคล้ายกัน

หลายหัวดีกว่าหัวเดียวค่ะ ถ้าหากผู้ประกอบการและเพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวมีไอเดียในการทำธุรกิจ SME ที่คล้ายกัน การมาช่วยกันคิดช่วยกันทำก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะคนที่มีความฝันคล้ายกันหมายถึงกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายใกล้เคียงกัน การร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นจึงเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ นอกจากเป้าหมายที่คล้ายกัน เราจะพบว่าคนแต่ละคนมีความสามารถ มีความถนัดเฉพาะตัวคนละด้าน จึงทำให้แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบไม่เหมือนกัน ไม่หนักไปที่คนใดคนหนึ่ง ที่จริงการเริ่มทำธุรกิจในรูปแบบนี้เรามักพบว่าเป็นแนวคิดของธุรกิจสตาร์ทอัพ มากกว่าธุรกิจ SME แต่ถ้าผู้ประกอบการมีเพื่อนที่ทำงานร่วมกันได้แบบนี้ จะเป็นธุรกิจแบบไหนก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกันค่ะ

ตัวอย่างธุรกิจแนวนี้ เช่นกระเป๋าแบรนด์ Boyy แบรนด์ที่เกิดจากสองสาวที่มีความชื่นชอบในกระเป๋าแฟชั่นเหมือนกัน จึงร่วมกันสร้างสรรค์กระเป๋าถือออกมาวางขายในนิวยอร์ก และได้รับความนิยมในกลุ่ม Celebrity จนมีคนเห็น ชื่นชอบ และใช้ตาม สุดท้าย Boyy จึงกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ธุรกิจ SME เริ่มต้นอย่างไรดี

ธุรกิจ SME เริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายทางการตลาด

การขายของนอกจากขายอะไรแล้วเราต้องตอบให้ได้ว่าขายให้ใคร ซึ่งการกำหนด “ใคร” ที่จะมาเป็นลูกค้าของเรานั้นทำได้หลายวิธี ซึ่งการขายของโดยมองเห็นตลาดก่อนจะช่วยให้เราจับคู่สินค้ากับลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยวิธีการมองจากตลาดมีหลายวิธีด้วยกันค่ะ 

ลูกค้าแบบ B2B หรือ B2C

B2B(Business to Business) คือ ธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรหรือธุรกิจด้วยกันเองค่ะ เช่น บริษัทเอเจนซี่ บริษัทผลิตสินค้าขายส่ง บริษัทผลิตซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าประเภทนี้จะมองหาธุรกิจที่น่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ถ้าผู้ประกอบการจะเริ่มต้นจากธุรกิจ SME ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็น B2B อาจต้องศึกษาว่าองค์กรส่วนใหญ่ต้องการอะไร แล้วเราจะช่วยตอบสนองเขาในทางใดได้บ้าง โดยผู้ประกอบการต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นอย่างลึกซึ้ง

B2C(Business to Consumer) คือ ธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าทั่วไป เช่น ขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม ร้านนวดแผนไทย เป็นต้น ถ้าผู้ประกอบการจะทำธุรกิจ SME ขายสินค้าหรือบริการให้ลูกค้ากลุ่มนี้ อาจต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ หรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้จริงๆ

ตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ

กลุ่มลูกค้าในประเทศ หากจะเริ่มต้นธุรกิจ SME ผู้ประกอบการอาจจะมองเห็นถึงความต้องการของลูกค้าได้ง่าย เพราะว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการเริ่มต้นธุรกิจใน

ต่างประเทศ คือการมองตลาดส่งออกซึ่งทำให้ผู้ประกอบการต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละประเทศอย่างละเอียดพร้อมกับวางแผนธุรกิจให้รัดกุมที่สุด รวมถึงเรื่องกฎหมายด้วยนะคะ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าธุรกิจอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ในประเทศต่างๆ เพื่อทำให้ธุรกิจ SME สามารถเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม

ตลาด Mass หรือ ตลาด Niche

Mass market เป็นการเลือกขายสินค้าให้กับกลุ่มคนทั่วไป ถ้าผู้ประกอบการสนใจและอยากเริ่มต้นธุรกิจ SME กับกลุ่มนี้ สินค้าที่น่าสนใจคือของที่จำเป็นต่อกิจวัตรประจำวัน และต้องทำให้มีความแตกต่างจากสินค้าของแบรนด์อื่นๆ เพราะสินค้าประเภทนี้มักมีคู่แข่งทางการค้าจำนวนมาก ถ้าสินค้าของเรามีข้อดีหรือโดดเด่นมากกว่า โอกาสการซื้อขายก็จะเพิ่มขึ้น

Niche market การขายสินค้าหรือบริการให้กับคนเฉพาะกลุ่ม เช่น ธุรกิจขายอุปกรณ์กีฬาแบดมินตัน หรือผ้าอ้อมสำหรับผู้สูงอายุที่ติดเตียง เป็นต้น ซึ่งบางกลุ่มเป้าหมายอาจเป็นตลาดที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้มีคู่แข่งน้อยหรือแทบไม่มี โอกาสที่ลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น หากผู้ประกอบการมีกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจ SME กับการตลาดแบบนี้ไม่เสียหายค่ะ แต่ต้องศึกษาดูว่ากลุ่มเป้าหมายที่วางไว้มีขนาดน้อยไปหรือไม่ เพราะถ้ากลุ่มเป้าหมายขนาดเล็กเกินไป กำไรที่ได้รับอาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

ธุรกิจ SME เริ่มต้นจากสินค้าที่เป็นกระแสนิยม

เราเรียกตลาดแบบนี้อีกคำว่าตลาดสินค้าแฟชั่น ซึ่งมีธรรมชาติคือความมาไวไปไวค่ะ การเริ่มต้นธุรกิจจากการจับกระแสนิยมของลูกค้า มักเป็นสินค้าแบบที่เน้นความถูกตาต้องใจ การเริ่มต้นธุรกิจจากกระแสนิยม ผู้ประกอบการต้องหมั่นติดตามข่าวสารในหลายด้าน เพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหวของสังคม เช่น การขายอาหารเพื่อสุขภาพในช่วงที่ผู้คนหันมารักสุขภาพและออกกำลังกายมากขึ้น หรือการขายชานมไข่มุก ในช่วงที่เป็นกระแส รวมถึงการขายเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ ตามเทศกาลหรือตามที่ดาราใส่ เป็นต้น

ธุรกิจ SME เริ่มต้นจากความจำเป็นต้องใช้

ถ้าเป็นของจำเป็น คนก็ต้องใช้ การขายสินค้าในเวลาที่คนต้องการพอดีย่อมทำให้สินค้าได้รับความสนใจและมีโอกาสขายได้มากขึ้น เช่น เหตุการณ์ฝุ่นละออง pm 2.5 หลายร้านค้านำหน้ากากอนามัยมาขาย มีผู้คนจำนวนมากมายที่เลือกซื้อ สร้างกำไรในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือช่วงที่เป็นฤดูฝน ก็จะพบว่าพ่อค้าแม่ค้าเลือกที่จะเอาร่มหรือเสื้อกันฝนมาขายนั่นเอง

การเริ่มต้นธุรกิจ SME นอกจากจะหาไอเดียแล้ว ผู้ประกอบการต้องศึกษาหาข้อมูลทั้งเรื่องแผนการตลาด พฤติกรรมลูกค้า หรือกฎหมาย เพื่อให้การเริ่มต้นธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น และเพิ่มโอกาสเติบโตได้ในอนาคตค่ะ หากผู้ประกอบการท่านใดที่เริ่มต้นธุรกิจไปแล้ว และจดทะเบียนบริษัทมากกว่า 1 ปี แล้วสนใจต้องการขยายธุรกิจแต่ยังขาดเงินทุนลองปรึกษาเพียร์ พาวเวอร์ได้เลยนะคะ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

Leave a Reply