Buyer Persona Plan

เข้าใจลูกค้าของคุณง่ายๆ ด้วย Buyer persona

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของธุรกิจที่เจ้าของกิจการทั้งหลายต้องให้ความสำคัญนั่นก็คือ “การตลาด” ยิ่งในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ “ลูกค้าของคุณ” มีตัวเลือกในการบริโภคที่หลากหลาย แถมในยุคเทคโนโลยีที่คนทุกคนสามารถแชร์ประสบการณ์การใช้งานหรือรีวิวถึงสินค้าและบริการของคุณได้ทันทีแบบนี้ ยิ่งทำให้เจ้าของกิจการทั้งหลายต้องใส่ใจและพัฒนาธุรกิจของคุณให้มากขึ้น วิธีการทำการตลาดแบบเดิมๆนั้นอาจจะไม่เพียงพอ วันนี้ เพียร์ พาวเวอร์ มีอีกหนึ่งแนวคิดในการทำการตลาดที่นอกเหนือจากทฤษฎีเดิมๆอย่าง SWOT Analysis หรือ Five Force Model ที่คุณเคยรู้จักกันมา นั้นก็คือ การทำ “Buyer persona” เพื่อให้คุณรู้จักและเข้าถึงตัวตนและความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

มารู้จักกับ Buyer Persona

Buyer Persona หรือ Customer Persona คือ การจำลองกลุ่มลูกค้าสมมติ เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นข้อแตกต่างของลูกค้าแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น อายุ ฐานะ การศึกษา หรือ บุคลิกและความชอบส่วนตัว เพื่อให้สามารถปรับรุงสินค้าหรือวางกลยุทธ์ธุรกิจของคุณให้มีประสิทธิภาพ

วิธีการสร้าง Buyer Persona

ต้องเข้าใจก่อนว่าการสร้าง Buyer Persona นั้นเป็นเหมือนการจิตนาการ หรือ สมมติบุคลิกของลูกค้าขึ้นมา เพื่อให้คุณสามารถโฟกัสเพื่อทำการตลาดได้อย่างตรงจุด สำหรับการสร้าง Buyer Persona หรือ Customer Persona นี้สามารถสมมติบุคลิกของลูกค้าได้มากกว่า 1 คน แต่ก็ไม่ควรทำเยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้ไม่สามารถดำเนินแผนการตลาดให้ครอบคลุมทั้งหมดได้ ซึ่งนั่นก็จะไม่ทำให้การสร้าง Buye persona ของคุณนั้นเกิดประโยชน์เท่าที่ควร (ส่วนใหญ่ มักจะทำที่ 3 Persona )

ตัวอย่าง

ิีัBuyer Persona Example

1. Profile

ส่วนนี้เป็นส่วนของข้อมูลโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ส่วนสูง อายุ เพศ การศึกษา การทำงาน ความชอบ คุณสามารถตั้งชื่อตัวละครนี้ขึ้นมา หรือ ใส่รูปเพื่อให้รู้สึกเหมือนลูกค้าคนนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ และเข้าถึงความต้องการ(Insight) ได้มากขึ้น

2. Priority Initiatives

ความสนใจในตัวสินค้าที่ลูกค้าคนนี้มี ลองวิเคราะห์และมองถึงปัจจัยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะของแพคเกจ สีของแบรนด์ ความชอบทัศนคติที่มีต่อแบรนด์ หรือปัจจัยอื่นๆที่จะมามีผลต่อการเลือกซื้อสินค้า รวมถึง สินค้าหรือของในอุดมคติที่คนคนนี้อยากนั้นควรจะเป็นอย่างไร โดยต้องไม่ลืมว่านี่คือการสมมติหรือจิตนาการความคิดของคนที่มีลักษณะใน Profile แบบข้อ1 ที่คุณกำหนดมา

3. Success Factor

หลังจากที่คุณได้เริ่มต้นทำในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 แล้วจะทำให้คุณเห็นถึงความต้องการของลูกค้าสมมติที่คุณสร้างมามากขึ้น ขั้นตอนที่ 3 นี้คุณจะต้องนำการวิเคราะห์ จากส่วนที่ 2 มามองถึงปัญหาของสินค้าและคิดหาแนวทางเพื่อแก้ไขและปรับปรุงให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าสมมติคนที่ 1 และสามารถทำให้ลูกค้าสมมติของคุณนั้นยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ

4. Perceived Barriers

เพราะชีวิตจริงนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คุณคิด ดังนั้นแล้วแผนการหรือไอเดียที่คุณคิดเอาไว้ในส่วนที่ 3 นั้นอาจจะไม่เกิดผลอย่างที่คาดการณ์ไว้ก็ได้เช่นกัน ส่วนที่ 4 นี้ให้คุณลองหาอุปสรรค์ที่จะทำให้ลูกค้าสมมติคนนี้ยังไม่ยอมเลือกซื้อสินค้าของคุณหลังจากที่ได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

5. Decision Criteria

จำลองสถานการณ์ว่า ถ้าหากลูกค้าสมมติของคุณนั้นมีลำดับความคิดและขั้นตอนในการตัดสินใจเลือกซื้ออย่างไรบ้าง ตัวอย่างเช่น การอ่านรีวิวของสินค้า เดินไปดูสินค้าหน้าร้าน กลับมาเปรียบเทียบราคาของสินค้า หรือถามเพื่อนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ รวมไปถึงความคาดหวังหลังจากการซื้อสินค้า

6. Customer Journey

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นเหมือนการเขียนบทสรุปการเดินทางของลูกค้าสมมติคนนี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นสินค้าไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ผ่านการซื้อประสบการณ์การใช้งานจนถึงการกลับมาซื้อซ้ำหรือใช้บริการใหม่อีกครั้ง สามารถลงรายละเอียดอย่างเช่น ระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนจบเส้นทาง หรือ ความรู้สึกในแต่ละช่วง เพื่อให้คุณมองเห็นข้อบกพร่องของธุรกิจและพัฒนาต่อได้มากขึ้น

หลังจากที่คุณนั้นได้ทำครบหมดทั้ง 6 ขั้นตอนแล้วจะทำให้คุณเห็นภาพรวม ข้อบกพร่องและจุดแข็งของธุรกิจคุณมากขึ้นแล้ว แต่อย่างลืมว่านี่เป็นเพียง 1 บุคลิกสมมติเท่านั้น คุณควรจะต้องคิดในมุมของลูกค้าอื่นๆ อีกเพื่อให้สามารถทราบถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขแบบภาพรวมและครอบคลุมกับทุกตลาด

สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ นี่เป็นเพียงการสมมติบุคลิกที่คุณหรือทีมคิดหรือสร้างขึ้นมาเท่านั้น ควรจะต้องนำ Buyer Persona นี้ไปเช็คหรือตรวจสอบกับฝ่ายขายหรือลงไปสำรวจลูกค้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ชัดว่าตรงกับBuyer Persona ที่ได้ทำขึ้นนี้มากน้อยแค่ไหน

คำแนะนำในการทำ Buyer persona คือ คุณไม่ควรมีอคติ หรือปิดกั้นทางความคิดอย่างเด็ดขาด เพื่อให้คุณสามารถได้ข้อมูลหลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด และยิ่งสามารถใส่รายละเอียดได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้คุณมองเห็นปัญหาและเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากเท่านั้น

เจ้าของกิจการคนไหนที่มองเห็นปัญหาและมองเห็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจแล้วก็ควรที่จะรีบลงมือทำ อย่าปล่อยให้อุปสรรค์นั้นมาขวางความมุ่งมั่นของคุณได้ เพียร์ พาวเวอร์ พร้อมเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของกิจการทุกคนเติบโตและมีอนาคตที่ดีขึ้น

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ แบบไม่ใช้หลักทรัพย์ ขยายกิจการของคุณ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

Leave a Reply