รู้จัก “Lean Thinking” แนวคิดที่จะช่วย SME อยู่รอดในยุคดิจิทัล

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโต เจริญก้าวหน้า และอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการพัฒนากลยุทธ์ รูปแบบ และระบบการทำงาน รวมถึงบุคลากรอยู่เสมอ เชื่อว่าหลายธุรกิจอาจจะเคยพบเจอกับปัญหาที่ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามเป้าหมาย ระบบการดำเนินงานไร้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ไม่ตอบรับกับกระแสธุรกิจในปัจจุบันที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องเสียเวลาและโอกาสในการค้าขายสินค้าไป จึงเป็นที่มาของแนวคิดแบบลีน (Lean Thinking) ซึ่งเป็นการมุ่งเม้นการสร้างคุณค่า และขจัดความสูญเปล่า โดยบทความนี้จะพูดถึงว่าเราจะนำ Lean Thinking มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ SME ได้อย่างไรค่ะ

ก่อนที่เราจะอธิบายว่า SME สามารถนำแนวคิดแบบลีนไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรนั้น เรามาทำความรู้จักแนวคิดแบบ Lean กันก่อนค่ะ

ทำความรู้จัก Lean Thinking

แนวคิดแบบลีน (Lean Thinking) คือ แนวทางที่จะขจัดความสิ้นเปลืองและสูญเปล่า (Wastes) ของทุกกิจกรรม และกระบวนการดำเนินงานที่ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลค่า โดยการทำให้ต้นทุนต่ำลง และจัดเรียงทุกๆ กิจกรรมที่สร้างคุณค่า (Value) ให้กับผลิตภัณฑ์ ให้มีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่น้อยที่สุด เพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าโดยการใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

โดยแนวคิดแบบลีนที่มีรากฐานมาจากระบบการผลิตแบบโตโยต้า ภายใต้แนวคิดเพื่อรักษาการไหลเวียนของสินค้า ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการผลิตเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ในปริมาณที่จำเป็น และในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อขจัดความสูญเปล่าออกไป โดยความสูญเปล่าที่ต้องกำจัดตามวิถี The Toyota Way มีดังนี้:

ความสูญเปล่าที่ต้องกำจัด (8 Wastes: DOWNTIME)

  1. Defect – มีของเสียมากเกินไป ต้นทุนสูญเปล่า และเกิดการซ่อมแซมแก้ไข
  2. Over production – ผลิตสินค้ามากเกินไป เปลืองที่จัดเก็บและงบประมาณ
  3. Waiting – รอนานเกินไป ทำให้กระบวนการทำงานหยุดชะงัก
  4. None utilized talent – ไม่รับฟังความเห็นพนักงาน ใช้คนไม่เป็น
  5. Transportation – ขนย้ายบ่อย ต้องใช้กำลังคนและเวลา
  6. Inventory – สินค้าคงคลังมากเกินไป สินค้าไม่ถึงมือลูกค้า
  7. Motion – การเคลื่อนไหวมากเกินไป อาจเกิดความเสียหาย
  8. Excess processing – ขั้นตอนการทำงานมากเกินความจำเป็น

SME สามารถนำแนวคิดแบบลีนไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร?

สำหรับแนวคิดแบบลีน (Lean Thinking) ที่ไม่ใช่เพียงแต่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตได้เท่านั้น แต่ภาคธุรกิจก็สามารถนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ได้เช่นกัน โดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเรียนรู้ได้จากแนวคิด Lean Startup และ Lean Canvas

Lean Startup คือ แนวทางในการออกแบบและพัฒนาสินค้า ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล โดยแนวคิดนี้เริ่มต้นมาจาก Eric Ries ที่เน้นการสร้างวงจรการเรียนรู้แบบไม่รู้จบ เพื่อให้ธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ โดยการค้นหา “คุณค่า” และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภค การสำรวจตลาด และสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อนำมาสร้างสรรค์ และนำเสนอสินค้าและบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้อง ต่อเนื่อง และรวดเร็ว โดยหัวใจหลักของ Lean Startup คือ การสร้าง (Build) การวัดผล (Measure) และการเรียนรู้ (Learn) เมื่อสินค้าออกมาสู่ตลาด ไม่ได้แปลว่ากระบวนการทุกอย่างจะจบลงเพียงเท่านั้น แต่จะต้องมีการรับฟัง Feedback จากลูกค้า และผู้ใช้งานจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาสินค้า โดยมุ่งเน้นในการใส่ใจคุณภาพ และการตอบสนองความต้องการลูกค้า และโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

Lean Canvas คือ เครื่องมือในสำหรับเขียนโมเดลธุรกิจฉบับย่อและกระชับ เพื่อให้เห็นภาพรวมของธุรกิจทั้งหมด และสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งถูกคิดค้นโดย Ash Maurya โดยหัวใจหลักเน้นที่การค้นหาปัญหา (Pain point) ของลูกค้า และความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและนำไปทดลองตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยการวางแผนนั้นพิจารณาปัจจัยธุรกิจที่สำคัญดังนี้:

  1. Problem – ปัญหาของผู้บริโภค
  2. Customer Segment – กลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค (อายุ เพศ พฤติกรรม ความชอบ ความสนใจ)
  3. Unique Value Proposition – ธุรกิจสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภค และมีความโดดเด่นอย่างไร
  4. Solution – สินค้าจะสามารถแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคได้อย่างไร
  5. Channels – การสื่อสารกับผู้บริโภคจะทำผ่านช่องทางใด
  6. Revenue Streams – ธุรกิจจะมีรายได้จากทางใดบ้าง ประมาณการรายได้
  7. Cost Structure – ต้นทุนในการผลิต การกระจายสินค้า การตลาด
  8. Key Metrics – กำหนดการวัดผล เพื่อประเมินความเสี่ยงของธุรกิจ
  9. Unfair Advantage – ข้อได้เปรียบที่ทำให้ธุรกิจโดดเด่น และเหนือกว่าคู่แข่ง

เมื่อกรอกข้อมูลครบทั้งหมดแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจภาพรวมธุรกิจได้ง่ายขึ้นและกว้างขึ้น ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปเพื่อวิเคราะห์ Strategy ที่เหมาะสม รอบด้าน เพื่อวางแผนธุรกิจต่อไป ซึ่งคุณสามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปทดลองจริง ซึ่งนั่นจะทำให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้น

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง