เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ปี 2019 ด้วย แผนธุรกิจ(Business Plan)

การทำธุรกิจก็เหมือนการเดินทาง ถ้าเราไม่มีการวางแผน บางครั้งเราก็จะไปไม่ถึงจุดหมาย การที่ไม่วางแผน ข้อดีคือ เราอาจจะได้ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ลุ้นๆ ตลอดทาง แต่ข้อเสียคือเราไม่ได้ตั้งรับ ไม่ได้เตรียมตัวเจอสิ่งที่ไม่ได้คาดหมาย ซึ่งอาจจะทำให้เราล้มหรือเจ็บตัวมาก แต่ถ้าเราแผนการเดินทางหรือแผนธุรกิจที่ดี เราสามารถมองเห็นภาพรวมของการเดินทาง เช่นเดียวกัน การที่เรามีแผนธุรกิจก็ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของธุรกิจเรา ปี 2018 ก็ใกล้จะจบลงแล้ว ใครที่กำลังหาต้นแบบแผนธุรกิจเตรียมตัวรับปี 2019 สามารถนำตัวอย่างนี้ไปปรับใช้ได้เลยค่ะ

1. บทสรุปผู้บริหาร

เป็นเหมือนใจความสำคัญของแผนธุรกิจที่คุณตั้งใจทำละวางแผนมาไว้ทั้งหมด ซึ่งมีความยาวไม่เกิน 2 หน้า บทสรุปผู้บริหารนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนมักเลือกอ่านเป็นส่วนแรกและถ้าหากมีการเรียบเรียงที่ไม่น่าสนใจก็อาจจะทำให้ไม่อ่านส่วนที่เหลือต่อได้ ดังนั้นควรจะต้องชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจของคุณนั้นมีโอกาสที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในตลาด และ สินค้าหรือบริการของธุรกิจคุณนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ นอกจากนี้บทสรุปผู้บริหาร ต้องเขียนให้มีความน่าเชื่อถือ หนักแน่น และน่าสนใจ ชวนให้ติดตามรายละเอียดของแผนต่อไป และควรนึกอยู่เสมอว่า บทสรุปผู้บริหารนั้นจะต้องสะท้อนถึงศักยภาพของแผนธุรกิจโดยรวมของคุณได้
ควรมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ปัญหาและแนวทางแก้ไข
  • ภาพรวมของธุรกิจ
  • โอกาสทางการตลาดและการแข่งขัน
  • ภาพรวมสินค้าหรือบริการ
  • เป้าหมายของธุรกิจ
  • กลยุทธ์
  • การลงทุน
  • ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ

2. ข้อมูลบริษัท

เพื่อเป็นการนำเสนอให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาที่ไปของบริษัท จุดเริ่มต้นหรือความเป็นมาในการก่อตั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ประวัติผู้ก่อตั้งบริษัท การสืบทอดกิจการ ระยะเวลาการเปิดกิจการ สถานที่ตั้งของกิจการ หรือ ในด้านแนวคิดและวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง รูปแบบการจดทะเบียน หรือ กระบวนการและความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจ หรือรูปแบบการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงเป้าหมายในอนาคตของบริษัทที่ตั้งไว้

3. วิเคราะห์สถานการณ์

ธุรกิจควรทำ Five Force Analysis หรือ SWOT Analysis เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และแผนการดำเนินงานของกิจการ

  • คู่แข่งธุรกิจ
  • แนวโน้มคู่แข่งรายใหม่
  • สินค้าทดแทน
  • ผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ
  • ลักษณะผู้บริโภค

4. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ

แน่นอนว่าอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญของแผนธุรกิจนั้นก็คือ เป้าหมายของธุรกิจที่ตั้งไว้ ซึ่งสามารถใส่รายะเอียดได้ทั้งเป้าหมายโดยรวมของธุรกิจ เป้าหมายเฉพาะสำหรับการทำงานในแต่ละแผนก หรือแม้กระทั่งเป้าหมายตามลกษณะงาน อย่างเช่น เป้าหมายทางการเงิน เป้าหมายทางยอดขายหรือการตลาด ก็สามารถระบุไว้ในแผนธุรกจิของคุณได้เช่นกัน นอกจากนี้ควรจะมีการกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจน โดยปกติแล้วจะแบ่งเป็น เป้าหมายระยะสั้น คือมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เป้าหมายระยะกลาง คือ ระยะเวลา 3-5 ปี และเป้าหมายระยะยาวคือมากกว่า 5 ปี

สำหรับใครที่อยากตั้งเป้าหมายของแผนธุรกิจให้ดี สามารถใช้ เทคนิค Smart Goal ได้

เทคนิค Smart Goal ก็คือ การตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ธุรกิจสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการได้สำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย 5 หลักที่สำคัญ คือ

      1. Specific – เป้าหมายที่ดีควรจะต้องมีการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ
      2. Measurable – เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ควรจะต้องสามารถวัดผลได้ เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าหรือการเติบโตของธุรกิจที่ชัดเจน
      3. Achievable – เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ต้องมีโอกาสและสามารถทำให้สำเร็จได้ มีลำดับและขั้นตอนในการดำเนินกาที่ชัดเจน
      4. Realistic – เป้าหมายที่ดีควรจะมีความสมเหตุสมผล สามารถทำให้เป็นจริงและมีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าใจและเข้าถึงมันได้อย่างแท้จริง
      5. Timely – เป้าหมายควรจะต้องมีการกำหนดขอบเขตของระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน

5. แผนการตลาด

ส่วนหนึ่งในการประสบความสำเร็จของธุรกิจนั้นก็คือการเข้าใจผู้บริโภค สามารถผลิตสินค้าหรือบริการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ แต่อีกสิ่งหนึ่งี่สำคัญนั้นก็คือการกระจายสินค้าเพื่อไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายรวมถึงกลยุทธ์ต่างๆเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นแล้ว แผนการตลาด ที่ดีควรจะต้องมีการวิเคราะห์ในหลายๆส่วน ทั้ง ผู้บริโภค ตลาด สถาการณ์การแข่งขันของธุรกิจ และกำหนดทิศทางของกลุ่มเป้าหมาย และออกมาเป็นกลยุทธ์ของแผนการตลาด เพื่อให้สามารถบรรลุตามป้าหมายและตรงกับวัตถุประสงค์ที่ธุรกิจมุ่งหวังไว้
นอกจากนี้การวางแผนการตลาดควรจะต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและควรมีความยืดหยุ่นให้สามารถตอบรับกับสถานการณ์ที่ต่างๆและความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้เสมอ

แผนการตลาดประกอบด้วย

  • การวิจัยตลาด
  • การแบ่งส่วนตลาด การกําหนดตลาดเป้าหมาย และ การกําหนดตําแหน่งผลิตภัณฑ์
    (STP – Segmentation, Targeting, and Positioning)
  • กลยุทธ์ทางการตลาด
  • เป้าหมายทางการตลาด
  • การกําหนดส่วนผสมทางการตลาด (4P)
  • การสื่อสารทางการตลาด
  • การควบคุมและประเมินผลทางการตลาด

6. แผนการดำเนินงาน

เมื่อมีวัตถุประสงค์ของบริษัท การวิเคราะห์ธุรกิจ และแผนการตลาดแล้ว ก็มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของแผนธุรกิจนั้นก็คือ แผนการดำเนินงาน เจ้าของกิจการควรจะต้องอธิบายถึงรายละเอียดในการดำเนินการที่ตั้งใจไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การจัดการในขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการส่งสินค้าไปยังลูกค้า หรือจะเป็นรายละเอียดในการจัดการต้นทุน ทั้ง แรงงาน วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายให้การใช้ทุกทรัพยากรที่มีนั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยรายละเอียดทั้งหมดในแผนธุรกิจนั้นจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และตรงกับเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ในตอนต้นด้วย

ซึ่งในการวางแผนการดำเนินงานของธุรกิจนั้น มีประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณา ดังนี้

      1.คุณภาพของสินค้าหรือบริการ
      2.ลักษณะการออกแบบสินค้า หรือรูปแบบของการให้บริการ
      3.การออกแบบกระบวนการผลิตและปฏิบัติการ และการตัดสินใจเรื่องกำลังการผลิต
      4.สถานที่ตั้งในการดำเนินงานต้องมีความเหมาะสม
      5.การออกแบบของสถานประกอบการต้องเหมาะสมกับการใช้งาน
      6.ระบบในการดำเนินงานและการวางแผนกำลังคน
      7.การจัดกระบวนการจัดส่งวัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูป (Supply-Chain Management)
      8.ระบบการจัดเก็บและการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง
      9.กำหนดการผลิตและะการดำเนินงานโดยรวม
      10.การดูแลรักษาเครื่องมือและเครื่องจักร

7. แผนการเงิน

แผนการดำเนินธุรกิจของคุณนั้นดูเป็นไปได้อย่างสวยงามแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั้นก็คือการบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อให้แผนการดำเนินธุรกิจของคุณที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีสะดุด คุณจึงต้องมีการวางแผนในด้านการเงินด้วยเช่นกัน ซึ่งหัวข้อสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจะเขียนลงไปในแผนธุรกิจของคุณให้ชัดเจนมีดังนี้

  • สมมติฐานที่ใช้ในการจัดทําแผนการเงิน
  • การประมาณการรายได้
  • การประมาณงบการเงิน
  • งบดุล เป็นรายงานที่แสดงถึงฐานะของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง ในงบดุลจะประกอบไปด้วยข้อมูลทางการเงินที่แสดงถึงฐานะของกิจการ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้เป็นเจ้าของ
    งบกำไรขาดทุน เป็นงบที่แสดงถึงผลการดำเนินงานของกิจการ โดยแสดงรายได้ ค่าใช้จ่ายและกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

  • การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
  • การวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
  • การวิเคราะห์จุดคุมทุน

การเขียนแผนธุรกิจนั้นนอกจากจะช่วยให้คุณได้เห็นภาพรวมข้อดีและข้อเสียของธุรกิจคุณมากขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจในกรณีที่คุณต้องการขยายกิจการได้อีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อธุรกิจที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

ถ้าหากว่าคุณยังไม่มั่นใจในแผนธุรกิจของคุณเท่าไหร่นัก เพียร์ พาวเวอร์ ก็มีตัวอย่างแผนธุรกิจมาให้คุณนั้นสามารถเข้าไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมได้ ตามลิ้งค์ที่อยู่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

ตัวอย่างแผนธุรกิจ

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง