สินเชื่อไม่ใช่หลักทรัพย์

รู้จักกับความสำคัญของเงินทุนหมุนเวียน พร้อม 8 แนวทางในการรับมือเมื่อเงินขาดมือ

เจ้าของกิจการ นักธุรกิจ หรือ ผู้บริหารทั้งหลายต่างรู้ดีว่า “เงินทุนหมุนเวียน” นั้นถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ เพื่อไม่ให้กิจการเกิดการสะดุด หรือต้องหยุดชะงัก เมื่อพูดถึงเงินทุนหมุนเวียน หากจะเปรียบเทียให้เข้าใจง่ายๆก็เหมือน “เงินสด” ที่มีอยู่ในมือที่สามารถใช้ได้ทุกเมื่อ แต่ความจริงแล้วเงินทุนหมุนเวียนนั้นยังมีในรูปแบบอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็น ลูกหนี้การค้า จ่ายใช้จ่ายในการดำเนินการ หรือ เครดิตเทอม หรือเรียกง่ายๆว่า จำนวนเงินที่หมุนเวียน ในการซื้อวัตถุดิยตลอดจนกระบวนการผลิตจนถึงการได้เงินจากลูกค้าปลายสาย

การมีเงินทุนหมุนเวียนกิจการที่ดี ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับคุณได้มากขึ้น เพราะคุณจะสามารถรับมือกับ ออเดอร์สินค้าเร่งด่วนจากลูกค้าได้ ทำให้คุณสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้าได้ มีเงินในการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ได้ตรงเวลา ทำให้คุณมีเครดิตทางการค้าที่ดี ซึ่งหากมีการหมุนเวียนเงินในบัญชีที่ดีก็อาจจะส่งผลให้การขอสินเช่ือในอนาคตนั้นง่ายขึ้นหรือได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง

เพื่อการบริหารการเงินของธุรกิจให้มีสภาพคล่องของกิจการที่ดี เจ้าของกิจการทั้งหลายจึงควรรู้จักแหล่งเงินทุนสำรอง เผื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็นที่ต้องใช้เงินขึ้นมาจะได้หาเงินได้ทัน โดยที่ธุรกิจของคุณไม่ต้องชะงัก จะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

1. สินเชื่อเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD)

สินเชื่อเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) หรือ ที่ย่อมาจากคำว่า Overdraft ในภาษาอังกฤษ เป็นสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ต้องการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการหมุนเวียนของกิจการ โดยใช้เช็คในการเบิก หรือ ถอนเงินตามวงเงินที่ตกลงกับธนาคารซึ่งคุณสามารถชำระคืนเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณต้องการ ข้อเสีย OD นั้นก็คือมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยแบบอื่นๆ

2. สินเชื่อ Home for Cash

สินเชื่อ Home for Cash หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สินเชื่อบ้านแลกเงิน ซึ่งใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ข้อดีของสินเชื่อนี้คือ ได้อัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ วงเงินกู้สูง ระยะเวลาในการผ่อนนาน แต่ระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่อนานกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ จึงไม่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องรีบใช้เงินทุนเท่าไหร่หนัก

3. สินเชื่อ Car for Cash

สินเชื่อ Car for Cash หรือ สินเชื่อรถแลกเงิน ซึ่งมีทั้งแบบที่ต้องโอนเล่มทะเบียนและแบบไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ข้อดีของสินเชื่อรถแลกเงินก็คือ รู้ผลอนุมัติไว และยังสามารถใช้รถต่อได้ ข้อเสียคือ ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง วงเงินขึ้นอยู่กับการประเมินราคาของรถยนต์รุ่นนั้นๆ และวงเงินไม่สูงเท่ากับสินเช่ือเพื่อธุรกิจหรือ สินเชื่อบ้านแลกเงิน เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการในกรณีที่ต้องการใช้เงินด่วนในจำนวนที่ไม่สูงมากนัก

4. สินเชื่อทางเลือก เพื่อธุรกิจ PeerPower

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ หลายคนอาจมองว่าสินเชื่อนั้นก็ต้องขอผ่านธนาคาร แต่ในปัจจุบันนั้นมีกิจการหรือธุรกิจที่ให้บริการด้านสินเชื่ออื่นๆที่นอกเหนือจากธนาคารเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากขึ้น ซึ่ง PeerPower เป็น Marketplace Lending ที่คอยจับคู่นักลงทุนและเจ้าของกิจการที่ต้องการเงินเพื่อไปขยายกิจการ แบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ในการประเมิน อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม (ศึกษาข้อมูลการขอสินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจได้ที่นี่)

5. บัตรเครดิต (Credit Card)

อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะสามารถทำให้ธุรกิจของคุณนั้นมีเงินทุนหมุนได้นั้นก็คือ บัตรเครดิต สำหรับบัตรเครดิตนั้นมีข้อดีคือสามารถยืดระยะเวลาการจ่ายเงินไปได้มากสุดถึง 55 วัน ทำให้คุณสามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปหมุนเวียนในกิจการได้ และสะดวกในการทำบัญชีชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ในกรณีที่ถือบัตรเครดิตในนามของบริษัท แต่ข้อเสียก็คือหากผิดนัดชำระตามกำหนดต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง และหลายร้านค้ามักจะไม่รับการจ่ายผ่านบัตรเครดิต วงเงินในการใช้จ่ายขึ้นกับเครดิตที่ธนาคารเป็นผู้ให้

นอกจากนี้บัตรเครดิตยังสามารถกดเงินสดเพื่อนำเงินตามจำนวนวงเงินที่คุณได้รับนั้นออกมาใช้ก่อนได้ แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกด 3% และเสียค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% จากยอดเงินที่กด โดยที่ธนาคารจะเริ่มคิดอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่กดเงิน

7. บัตรกดเงินสด (Cash Card)

บัตรกดเงินสด เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการเงินสดแบบเร่งด่วน ซึ่งสำหรับบัตรกดเงินสดนั้นจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบรายวัน นับตั้งแต่วันที่กดเงินออกจากตู้และมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 18%-28% ข้อดีของบัตรกดเงินสดคือ ได้เงินทันที วงเงินกู้สูงสุดค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ข้อเสีย คือ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆมาก ข้อกำหนดของธนาคารในบางครั้งนั้นเจ้าของกิจการจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าพนักงานประจำ

8. โรงรับจำนำ

มาถึงทางเลือกแหล่งเงินทุนสุดท้ายที่ เพียร์พาวเวอร์จะมานำเสนอให้คุณในวันนี้ นั้นก็คือ โรงรับจำนำ คุณสามารถนำสิ่งของที่มีค่า อย่างเช่น ทองคำ แหวนเพชร นาฬิกา หรือ คอมพิวเตอร์ มาเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเพื่อแลกเป็นเงินสด มีการจ่ายดอกเบี้ยตามตกลง หากมีการผิดนัดชำระเกินกว่าเวลาที่กำหนดก็สินทรัพย์นั้นจะกลายเป็นของโรงรับจำนำ ข้อดีคือ ได้เงินไว ใช้สิ่งของมีราคาทุกชนิดมาเป็นหลักทรัพย์ได้สามารถนำเงินมาถอนของคืนได้เมื่อต้องการ มีอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างถูก คือ 0.25% – 1% ต่อเดือน สำหรับโรงรับจำนำของรัฐ ข้อเสียคือ วงเงินที่ได้ไม่สูงนัก คือสิ่งของหนึ่งชิ้นได้ไม่เกิน 100,000 บาท และ 1 คนได้วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อวัน

เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับแหล่งเงินทุนสำรอง 7 ประเภทที่ เพียร์พาวเวอร์นำเสนอให้คุณในวันนี้ เลือกสินเชื่อให้เหมาะกับธุรกิจและเหมาะกับแต่ละสถานการณ์ หากคุณเป็นเจ้าของกิจการที่กำลัสนใจสินเชื่อเพื่อธุรกิจแบบไม่ใช่หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน สามารถสมัครสินเชื่อกับ เพียร์พาวเวอร์ได้ที่นี่เลยค่ะ

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง