5 คำถาม SME ต้องตอบเจ้าหน้าที่สินเชื่อให้ได้ เพิ่มโอกาสอนุมัติผ่าน

เชื่อว่าผู้ขอสินเชื่อหลายท่านที่เคยผ่านประสบการณ์กู้ หรือกำลังอยู่ในขั้นตอนการสมัครขอสินเชื่อ จะต้องผ่านการสัมภาษณ์จากพนักงานประเมินสินเชื่อมาแล้วบ้าง การตอบคำถามอย่างมืออาชีพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น วันนี้เราได้รวบรวมคำถามที่คุณมีโอกาสพบเจอ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจค่ะ

1. วัตถุประสงค์ในการใช้สินเชื่อคืออะไร?

ลองมองในมุมกลับกันถ้าหากว่าคุณเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ปล่อยกู้ คุณก็อยากที่จะทราบถึงที่มาที่ไปหรือวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งธุรกิจในครั้งนี้ การแสดงให้ผู้ปล่อยกู้เห็นว่าคุณได้นำเงินที่กู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และความเป็นไปได้ที่ธุรกิจจะเติบโตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

วัตถุประสงค์ที่พบบ่อย คือ การนำเงินไปขยายกิจการ เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือรีไฟแนนซ์ธุรกิจ หากคุณต้องการกู้เงินเพื่อขยายกิจการ แน่นอนว่าสถาบันการเงินต้องการจะทราบแผนในการขยายกิจการ และดูว่าคุณได้ทำการวิจัยมาดีมากพอรึยังถึงความเป็นไปได้ และโอกาสในการขยายธุรกิจ คุณจะต้องมีเหตุผลดีพอถึงการตัดสินใจขยายกิจการ เช่น ตัวเลขยอดขายและกำไรที่เป็นบวก ตัวเลขการเติบโตของอุตสาหกรรม การคาดการณ์ยอดขาย (Sales Forecast) และความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Feasibility) เป็นต้น

2. แผนการใช้เงินในธุรกิจเป็นอย่างไร?

เมื่อคุณระบุวัตถุประสงค์ในการกู้ ผู้ปล่อยกู้ย่อมต้องการมั่นใจว่าคุณมีแผนนำเงินไปใช้ตามที่พูดไว้ และามารถผ่อนชำระคืนตามกำหนด ดังนั้น คุณจะต้องแสดงให้ผู้ปล่อยกู้เห็นถึงความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งก็รวมถึงหลายๆ อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินสด ความสามารถในการหารายได้ รวมไปถึงสินทรัพย์ที่บริษัทและผู้ประกอบการมี นอกจากความสามารถในการผ่อนชำระคืนแล้ว ผู้ปล่อยกู้ต้องการเห็นทัศนคติเกี่ยวกับการใช้สินเชื่อ และ วินัยทางการเงิน ซึ่งคุณเตรียมรับมือกับคำถามต่างๆ เพื่อเช็คถึงวินัยทางการเงินของคุณได้ เช่น คุณแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีบริษัทอย่างไร คุณจ่ายหนี้อย่างไร หากมีกรณีฉุกเฉิน คุณจะใช้หนี้เจ้าใดก่อน เป็นต้น

3. กุล่มเป้าหมายของคุณคือใคร?

แน่นอนว่าในการทำธุรกิจจะเป็นไปไม่ได้เลยหากคุณไม่มีลูกค้า การทำความเข้าใจ “ลูกค้า” ของคุณให้ดีพอกับทำความเข้าใจธุรกิจของตนเองจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

ในโลกธุรกิจ สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ 2 ประเภท B2C และ B2B Customer

สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าแบบ B2C ควรทำการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ได้แก่ คำนวณขนาดตลาด (Market Size) ว่ากลุ่มลูกค้าที่คุณเจาะนั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เพื่อแสดงถึงศักยภาพของธุรกิจในการเติบโต ในเชิงคุณภาพ คุณควรทำการวิจัยการตลาด (Qualitative Market Research) โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึก หรือการทำ focus group เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าแบบ B2B คุณควรแสดงให้เห็นว่าคุณรู้จักอุตสาหกรรมของคุณดีมากพอ และแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยสามารถแสดงมูลค่าอุตสาหกรรม เป็นต้น การที่คุณแสดงให้เห็นว่าคุณมีลูกค้าบริษัทรายใหญ่ หรือเป็นลูกค้ารัฐบาล ย่อมสร้างความไว้วางใจกับผู้ปล่อยกู้ในระดับหนึ่ง

4. คู่แข่งของคุณเป็นใคร?

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ต้องเจอกับการแข่งขัน คุณควรแสดงให้สถาบันการเงินเห็นว่าคุณได้ทำการศึกษาตลาดรวมถึงคู่แข่งของคุณมาดีพอแล้ว และคุณมีวิธีที่จะรับมือกับคู่แข่งเหล่านี้ คุณสามารถใช้หลัก SWOT Analysis วิเคราะห์ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาสทางธุรกิจ (Opportunity) และ อุปสรรค (Threat) โดยสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างได้จากลิงค์นี้

5. หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เตรียมรับมืออย่างไร?

ในการทำธุรกิจย่อมมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมายที่เจ้าของกิจการอย่างคุณต้องรับมือ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจการเกษตร ต้องเจอคำถามจากพนักงานประเมินสินเชื่ออย่างแน่นอนว่าจะรับมือกับฤดูกาบลไม่แน่นอนได้อย่างไร หรือธุรกิจที่พึ่งพาซัพพลายเออร์มาก จะมีมาตรการป้องกันในกรณีที่ซัพพลายเออร์ส่งของไม่ทันอย่างไร

ดังนั้น คุณควรมีแผนสำรองเพื่อให้ธุรกิจไม่หยุดชะงักและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เช่น การเตรียมเงินสดสำรอง 3-6 เดือน เป็นต้น ถ้าคุณสามารถแสดงให้พนักงานประเมินสินเชื่อเห็นว่าคุณได้จำลองเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) แล้ว พร้อมมีวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ การมัดใจพนักงานสินเชื่อย่อมไม่ใช่เรื่องยากค่ะ

หากคุณสามารถตอบคำถามทั้ง 5 ข้อน้ี ไม่ได้เพียงแต่จะช่วยแผนธุรกิจของคุณน่าเชื่อถือและมีโอกาสในการขอสินเชื่อมากขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณได้เห็นถึงภาพรวมของธุรกิจในมุมที่กว้างขึ้นอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อธุรกิจที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง