สินเชื่อ SME มีกี่ประเภท

สินเชื่อ SME มีกี่ประเภท แล้วเราควรเลือกอย่างไร

สินเชื่อ SME มีให้เลือกมากมาย ถ้าผู้ประกอบการสามารถเลือกสินเชื่อได้เหมาะกับธุรกิจ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตอย่างราบรื่น มาลองทำความรู้จักสินเชื่อ SME ก่อนตัดสินใจกันดีกว่า 

  • ประเภทของสินเชื่อ SME แบ่งได้ 2 แบบจากการเรียกร้องหลักทรัพย์ ได้แก่ สินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้แก่ สินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี สินเชื่อบ้านและรถเพื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อแฟคตอริ่งกับสินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรเครดิตและนอกเหนือจากประเภทของ SME ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงรายละเอียดของสินเชื่อและธุรกิจเพื่อช่วยให้เลือกสินเชื่อได้เหมาะ การเลือกสินเชื่อ SME พิจารณาได้จาก 6 สิ่ง ดังนี้ค่ะ จุดประสงค์การใช้เงิน อัตราดอกเบี้ย ช่วงเวลาที่ต้องการใช้สินเชื่อ หลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้และค่าธรรมเนียม

สินเชื่อ SME มีกี่ประเภท แล้วเราควรเลือกอย่างไร

ถ้าผู้ประกอบการต้องการเงินเพื่อมาหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจ การขอสินเชื่อ SME คือตัวเลือกที่ดีค่ะ แต่สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มธุรกิจ อาจสงสัยว่าทำไมสินเชื่อมีมากมายหลายประเภทแล้วเราควรเลือกสินเชื่ออย่างไรจึงจะเหมาะและเข้ากับกำลังการใช้หนี้ของเราที่สุด เพียร์ พาวเวอร์ได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ SME มาให้ได้ศึกษากันค่ะ

สินเชื่อ SME มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

สินเชื่อ SME มีมากมายหลายประเภทตามที่เพียร์ พาวเวอร์ได้บอกไปแล้วนะคะ แต่ผู้ประกอบการหลายคนก็อาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้สินเชื่อแบบไหนดี เพียร์ พาวเวอร์จึงนำข้อมูลสินเชื่อ SME มาให้ลองพิจารณากันค่ะ โดยประเภทของสินเชื่อ SME แบ่งออกได้ด้วยหลายวิธี ดังนี้

สินเชื่อแบ่งตามการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อที่ผู้ประกอบการต้องแสดงให้สถาบันการเงินเห็นว่ามีทรัพย์สินที่ชดใช้แทนหนี้ได้ เพื่อใช้พิจารณาควบคู่กับประวัติการใช้เงินหรือภาระหนี้สิน เป็นได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน รถหรือสถานที่ประกอบธุรกิจ เป็นต้น จะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติสินเชื่อช้ากว่าสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ แต่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก เพราะว่าผู้ประกอบการมีหลักประกันไว้เพื่อชดเชยความเสียหาย ในกรณีที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้นั่นเอง ซึ่งสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน มีดังนี้ค่ะ

  • สินเชื่อเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft หรือ OD) คือสินเชื่อเบิกเงินได้เกินวงเงินในบัญชีกระแสรายวัน สั่งจ่ายผ่านเช็ค ใช้บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารเป็นหลักประกัน ซี่งเป็นสินเชื่อ SME ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง แต่การคิดดอกเบี้ยจะคิดเฉพาะเงินต้นที่ผู้ประกอบการเบิกออกมาเท่านั้น และเมื่อคืนเงินต้นครบดอกเบี้ยจะหยุดวิ่งทันที เหมาะสำหรับการกู้เงินเพื่อไปหมุนเวียนธุรกิจหรือเพิ่มสภาพคล่องในระยะสั้น
  • สินเชื่อแบบใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน คือการนำบ้านที่เป็นทรัพย์สินในชื่อของตัวเองไปจำนองกับธนาคารเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินออกมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ผ่อนชำระหนี้ได้นานสูงสุดถึง 30 ปีและมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งขณะที่ผ่อนชำระหนี้ ผู้ประกอบการก็ยังสามารถอยู่บ้านได้ตามปกติ แต่ถ้าหมุนเงินไม่ทันธนาคารก็จะยึดบ้านที่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันไปค่ะ
  • สินเชื่อแบบใช้รถเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันธุรกิจ ถ้าผู้ประกอบการมีรถยนต์เป็นชื่อของตัวเองและผ่อนชำระหมดแล้ว ก็สามารถนำรถยนต์มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ สินเชื่อประเภทนี้อนุมัติง่าย มีดอกเบี้ยที่ประมาณ 3 – 21% ต่อปี
  • สินเชื่อแฟคตอริ่ง (Factoring) หรือการซื้อขายบัญชีลูกหนี้ทางการค้า หลักทรัพย์ค้ำประกันจึงเป็นใบกำกับสินค้าหรือใบแจ้งหนี้ค้างชำระ ที่ผู้ประกอบการจะขายให้กับสถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินจะจ่ายเงินให้กับผู้ประกอบการประมาณ 60 – 90% ของมูลค่าใบแจ้งหนี้ที่มีเครดิตเทอม 30 – 180 วัน เมื่อเก็บเงินจากลูกค้าได้แล้ว ธนาคารจะจะจ่ายเงินส่วนต่างที่เหลือจากการหักค่าดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคืนให้ผู้ประกอบการ สินเชื่อนี้ถึงแม้จะไม่ได้ใช้หลักทรัพย์ในรูปของทรัพย์สินแต่มีใบกำกับสินค้าหรือใบแจ้งหนี้เป็นหลักประกัน ซึ่งสินเชื่อ SME นี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่องธุรกิจไว้ได้ เพราะมีเงินหมุนเวียนตลอด

สินเชื่อ SME ที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (unsecured loan)

สินเชื่อประเภทนี้ เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อค่ะ  แต่สถาบันการเงินจะพิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ ประวัติการเงินหรือคะแนนเครดิต(Credit Score) แทน ถ้าหากผู้ประกอบการไม่สามารถชำระหนี้ได้ สถาบันการเงินจะใช้วิธีผ่อนปรนหรือปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สถาบันการเงินต้องแบกรับ จึงเป็นสินเชื่อ SME ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สินเชื่อ SME ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมักเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งแยกย่อยลงไปในผลิตภัณฑ์ได้เช่น 

  • สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่สินเชื่อ SME โดยตรง แต่เป็นสินเชื่อที่ผู้ประกอบการสามารถขอจากสถาบันการเงินได้ ส่วนมากจะสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ เป็นสินเชื่อที่อนุมัติง่าย เพียงแค่เป็นพนักงานหรือผู้ประกอบการที่มีรายได้ประจำและมีหลักฐานยืนยันชัดเจนก็มีสิทธิ์ได้รับการอนุมัติสินเชื่อประเภทนี้ แต่ข้อเสียคืออัตราดอกเบี้ยสูงมาก ประมาณ5 – 28% ต่อปี สินเชื่อประเภทนี้นอกจากยื่นขอจากสถาบันการเงินแล้ว ยังมีรูปแบบอื่นๆ ได้แก่ บัตรกดเงินสดและบริการกดเงินสดจากบัตรเครดิตอีกด้วย แต่ถ้าเป็นการขอสินเชื่อบุคคลโดยตรงกับสถาบันการเงิน จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรกดเงินสดค่ะ
    • บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ใช้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม หรือจะใช้สินค้าที่ต้องชำระผ่อนโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม วงเงินที่ได้จะเฉลี่ยตามรายได้ของผู้ประกอบการในแต่ละเดือน เงื่อนไขการสมัครบัตรค่อนข้างง่าย เพราะไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือเงินฝากในบัญชี เพียงแค่มีรายได้ประจำขั้นต่ำต่อเดือนที่ 8,000 – 15,000 บาท ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน ก็มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อ แต่ว่ามีดอกเบี้ยที่สูงถึง 28% ต่อปี
    • บัตรเครดิต คือบัตรที่สามารถใช้แทนเงินสดในการชำระสินค้าและบริการ หรือจะถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มมาใช้ก็ได้แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% เงื่อนไขการสมัครบัตรคือต้องเป็นพนักงานที่ทำงานอย่างน้อย 1 ปี มีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 ต่อเดือนขึ้นไป และต้องมีประวัติการผ่อนชำระหนี้ที่ดีด้วย ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นสูงสุดที่ 18% ต่อปี

สินเชื่อ SME ที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินเชื่อ SME ผู้ประกอบการควรเลือกสินเชื่อจากอะไร

นอกจากประเภทของสินเชื่อ SME แล้ว ผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาถึงรายละเอียดสินเชื่อและธุรกิจของเราเพื่อประกอบด้วย เพื่อให้สินเชื่อเหมาะกับธุรกิจของเรามากที่สุดและช่วยเพิ่มโอกาสพัฒนาธุรกิจอย่างราบรื่น ซึ่งพิจารณาได้จาก 6 สิ่ง ดังนี้ค่ะ 

จุดประสงค์การใช้เงิน

การที่รู้ว่าเราจะนำเงินไปทำอะไร จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการขอสินเชื่อได้ดียิ่งขึ้นค่ะ เพราะสินเชื่อ SME แต่ละประเภทมีความเหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้เงินที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักจะขอสินเชื่อเพื่อหมุนเวียนธุรกิจ ลงทุนเพิ่มหรือรีไฟแนนซ์ ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการเงินเพื่อใช้หมุนเวียนกิจการหรือสร้างสภาพคล่องทางธุรกิจ ควรเลือกสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระไม่นานมาก และมีอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อไม่เป็นการสร้างหนี้ให้มากเกินความจำเป็น แต่ถ้าผู้ประกอบการต้องการเงินจำนวนมากเพื่อไปลงทุนหรือปลูกสิ่งก่อสร้าง อาจต้องเลือกสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระยาว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถชำระหนี้ในแต่ละเดือนโดยไม่ลำบาก

อัตราดอกเบี้ย

แน่นอนว่าอัตราดอกเบี้ยคือต้นทุนอย่างหนึ่งของบริษัทค่ะ ผู้ประกอบการจึงควรขอสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำเสมอไป เพราะสินเชื่อนั้นอาจไม่เหมาะกับธุรกิจเราก็ได้ค่ะ

ช่วงเวลาที่ต้องการใช้สินเชื่อ

การขอสินเชื่อ SME กับธนาคารส่วนใหญ่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ประมาณ 3 – 6 เดือน จึงควรวางแผนขอสินเชื่อให้ดี หนึ่งในตัวเลือกการขอสินเชื่อที่น่าสนใจคือการขอสินเชื่อแบบ Debt Crowdfunding ที่ขอเงินหลายก้อนจากนักลงทุนหลายคนผ่านตัวกลางแบบเพียร์ พาวเวอร์ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้รับสินเชื่อมากกว่า

หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ข้อนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหลายคนพลาดโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อค่ะ เพราะว่าไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นผู้ประกอบการควรยื่นขอสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์แทน เพื่อเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อให้สูงขึ้นค่ะ ส่วนผู้ประกอบการที่มีหลักทรัพย์และต้องการใช้เป็นหลักประกันเพื่อยื่นขอสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน ก็สามารถขอสินเชื่อที่ใช้หลักประกันได้เลยค่ะ เช่น สินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจหรือรถเพื่อธุรกิจ เป็นต้น

ระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้

ระยะเวลาการชำระหนี้นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับจำนวนเงินที่เราต้องชำระในแต่ละเดือน ถ้าผู้ประกอบการกู้เงินจำนวนมากเพื่อลงทุนธุรกิจในระยะยาว อาจต้องเลือกสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลาผ่อนนานเพราะเราไม่สามารถหาเงินจำนวนมากมาชำระหนี้ในเวลาอันใกล้ได้แน่ๆ ซึ่งการเลือกเช่นนี้จะทำให้ผู้ประกอบการชำระหนี้ได้ตรงเวลา และไม่สร้างภาระหนี้อื่นเพิ่มเติม แต่ถ้าผู้ประกอบการกู้เงินจำนวนหนึ่งไว้ใช้สำหรับหมุนเวียนธุรกิจหรือรักษาสภาพคล่อง ก็อาจจะเลือกสินเชื่อที่ใช้ระยะสั้นในการผ่อนชำระ เพื่อไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยเกินความจำเป็นค่ะ

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกดเงิน หรือปิดชำระยอดหนี้ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนด อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงควรศึกษารายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียมของแต่ละสถาบันการเงินให้ดีพร้อมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อเพื่อให้ผู้ประกอบสามารถตัดสินใจเลือกขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่มีค่าธรรมเนียมสมเหตุสมผลและเหมาะกับจุดประสงค์การใช้เงินของธุรกิจเรา

การขอสินเชื่อ SME ถ้าหากผู้ประกอบการสามารถเลือกได้เหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้เงินและรูปแบบของธุรกิจ จะช่วยให้ธุรกิจพัฒนาอย่างราบรื่นค่ะ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทมากกว่า 1 ปีขึ้นไปและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับ การขอสินเชื่อ SME สามารถติดต่อได้ที่ เพียร์ พาวเวอร์ได้เลยนะคะ ยินดีให้บริการค่ะ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

Leave a Reply