การเขียนแผนธุรกิจ

การเขียนแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อ

การเขียนแผนธุรกิจสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการที่กำลังจะขยายกิจการควรให้ความสำคัญ เพราะสถาบันการเงินจะให้ความสำคัญกับส่วนนี้ ซึ่งในการเขียนแผนธุรกิจมีส่วนประกอบหลายอย่าง

  • บทสรุปผู้บริหาร สรุปแผนธุรกิจให้เหลือเพียงใจความสำคัญ และบอกเหตุผลว่าทำไมสถาบันการเงินจึงควรลงทุนหรืออนุมัติสินเชื่อกับธุรกิจนั้น
  • ประวัติกิจการ บอกข้อมูลโดยรวมของบริษัท เช่น ประวัติที่มา วิสัยทัศน์หรือพันธกิจ เป็นต้น
  • วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อรู้จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของธุรกิจ ทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยมคือ SWOT Analysis
  • เป้าหมายในการดำเนินกิจการ ผู้อนุมัติสินเชื่อจะได้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และทำไปเพื่ออะไร
  • แผนการตลาด แผนการที่ขายสินค้าหรือบริการ เกิดจากการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ตลาด และคู่แข่ง
  • แผนการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ
  • แผนการเงิน แจกแจงแผนการใช้เงินและสินเชื่อในอนาคต 
  • แผนฉุกเฉิน การประเมินความเสี่ยงของกิจการและวิธีการที่คาดว่าจะใช้เพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

การเขียนแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อ

การเขียนแผนธุรกิจมีความสำคัญต่อการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แผนธุรกิจที่ดี มีความเป็นไปได้ และน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อได้ค่ะ เพราะถ้าเราเป็นผู้ให้สินเชื่อก็ต้องอยากทราบว่าทำไมเราต้องให้เงินคนคนนี้หรือบริษัทนี้ไปทำธุรกิจ นอกเหนือจากประวัติการเงินและเอกสารจำเป็นอื่นๆ แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้วการเขียนแผนธุรกิจอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะมีส่วนประกอบมากมาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อ เพียร์ พาวเวอร์นำส่วนประกอบที่ต้องมีของการเขียนแผนธุรกิจมาฝากค่ะ

การเขียนแผนธุรกิจ ส่วนแรกคือบทสรุปผู้บริหาร

บทสรุปผู้บริหาร คือการสรุปแผนธุรกิจหลายสิบหน้าให้เหลือรายละเอียดสำคัญเพียง 1-2 หน้าเพื่อบอกให้คนที่เข้ามาอ่านแผนธุรกิจของเรา ซึ่งในที่นี้ก็คือนักลงทุนหรือผู้อนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินเข้าใจถึงภาพรวมของธุรกิจ เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าทำไมต้องให้สินเชื่อนั่นเองค่ะ สิ่งที่ต้องมีในส่วนนี้ของแผนธุรกิจก็คือ

  • แนวคิดและขอบเขตของธุรกิจ บอกถึงเหตุและผลที่ควรผลิตสินค้าหรือบริการชิ้นนี้ออกมา รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้เป็นลูกค้า ซึ่งจะบอกได้ถึงพื้นที่ในการดำเนินการด้วย
  • โอกาสของธุรกิจ บอกว่าธุรกิจของเราจะมีแนวโน้มการเติบโตในตลาดได้อย่างไร โดยใช้ข้อมูลจริงๆ ของบริษัท รวมถึงเงื่อนไขทางตลาดมานำเสนอ
  • กลุ่มลูกค้า ลูกค้าของเราเป็นใคร แล้วธุรกิจมีแผนการอย่างไรในการเข้าถึงลูกค้า 
  • สภาวะการแข่งขันของธุรกิจ คู่แข่งเป็นใคร จำนวนคู่แข่งมีมากน้อยอย่างไร และผู้ประกอบการสามารถสร้างความได้เปรียบหรือโดดเด่นจากคู่แข่งได้อย่างไรในสถานการณ์ดังกล่าว
  • ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไร การคาดการณ์สถานการณ์รายรับและกำไรที่เกิดขึ้นจากธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงเหตุและผลที่จะทำรายได้ในระยะเวลานั้นและตัวเลขที่เป็นไปได้ ช่วงเวลาที่เป็นจุดคุ้มทุนต่างๆ หรือผลตอบแทน ระยะเวลาคุ้มทุนและช่วงที่กระแสเงินสดมีค่าเป็นบวก
  • ทีมผู้บริหาร สรุปทักษะความสามารถและประสบการณ์ของผู้ก่อตั้ง รวมทั้งทีมผู้บริหารที่มีผลต่อการทำกำไรและบริหารธุรกิจโดยตรง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

การเขียนแผนธุรกิจ ประวัติธุรกิจคือสิ่งที่ห้ามพลาด

บอกที่มาที่ไปของธุรกิจจากการเขียนแผนธุรกิจ ต้องอธิบายให้เห็นภาพรวมของกิจการ รวมถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจ(vision & mission) รูปแบบการจดทะเบียนบริษัท แนวคิดและวัตถุประสงค์ของการเริ่มต้นธุรกิจ แนวคิดในการผลิตสินค้าหรือบริการที่เสนอให้กลุ่มลูกค้า ที่มาของการเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด หรือเป้าหมายระยะยาวที่ผู้ประกอบการตั้งไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อรู้จักบริษัทและเป้าหมายสำคัญของธุรกิจเรามากขึ้นค่ะ

การเขียนแผนธุรกิจต้องวิเคราะห์สถานการณ์ด้วย SWOT Analysis

การวิเคราะห์สถานการณ์จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อเห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนในธุรกิจของเรา รวมถึงโอกาสและอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ซึ่งการวิเคราะห์ทำได้หลายวิธีค่ะ แต่วิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ หลัก SWOT Analysis 

  • Strength (S) จุดแข็ง ธุรกิจเรามีจุดแข็งหรือได้เปรียบกว่าคู่แข่งในเรื่องไหนบ้าง 
  • Weakness (W) จุดอ่อน จุดอ่อนของกิจการคืออะไร 
  • Opportunity (O) โอกาส ปัจจัยภายนอกอะไรบ้างที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของเรา 
  • Threats (T) อุปสรรค มีอะไรบ้างที่อาจทำให้ธุรกิจประสบปัญหา

การเขียนแผนธุรกิจต้องตั้งเป้าหมาย

ผู้ประกอบการควรตั้งเป้าธุรกิจให้ชัดเจน มีระยะเวลากำหนดตายตัว อาจเป็นเป้าหมายสั้นๆ 1 ปี ระยะกลาง 3-5 ปี หรือระยะยาวที่มากกว่า 5 ปี เพื่อให้ผู้อนุมัติสินเชื่อรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วทำไปเพราะอะไร จะทำสำเร็จตามเป้าที่วางหรือไม่ ซึ่งการตั้งเป้าหมายในการเขียนแผนธุรกิจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อค่ะ ซึ่งทำได้หลายวิธีเหมือนกัน แต่วิธีที่ชัดเจนและได้รับความนิยม คือ หลัก SMART Goals

SMART Goal คือ ไกด์ไลน์ในการตั้งเป้าหมายธุรกิจให้มีความชัดเจน สมเหตุสมผล และมีระยะเวลาการดำเนินงานที่ตายตัว ซึ่งช่วยให้เป้าหมายธุรกิจของผู้ประกอบการมีโอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้น โดยมี 5 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะ

  • Specific ตั้งเป้าหมายชัดเจน เฉพาะเจาะจง รู้ว่าเราจะทำอะไร แล้วทำไปเพื่ออะไร จะสำเร็จตอนไหน ด้วยวิธีอะไร ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งเป้าโดยใช้ตัวเลขหรือปริมาณค่ะ เช่น ขายสินค้าให้มากกว่าปีที่แล้ว 10%
  • Measurable เป้าหมายต้องวัดผลได้ เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของธุรกิจที่ชัดเจน ยิ่งถ้าเป็นเป้าหมายเชิงปริมาณหรือตัวเลขจะช่วยให้ให้การวัดผลง่ายขึ้นไปอีกค่ะ
  • Achievable ตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้ มีความสมเหตุสมผล รวมถึงมีลำดับขั้นตอนในการดำเนินการ 
  • Relevant เป้าหมายต้องเกี่ยวข้องกับหลักการหรือทิศทางของธุรกิจ รวมถึงสัมพันธ์กับลักษณะงานด้วยค่ะ
  • Time bound เป้าหมายต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนและแน่นอน

การเขียนแผนธุรกิจ

การเขียนแผนธุรกิจต้องมีแผนการตลาด

เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้พิจารณาสินเชื่อมองเห็นได้ว่าเราจะได้เงินเข้ามาในกิจการหรืออีกนัยหนึ่งคือการใช้หนี้ได้จากไหน และวิธีการอะไร ผู้ประกอบการต้องเขียนอธิบายแผนการที่ทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและเกิดการซื้อขาย รวมถึงบอกว่ากลุ่มลูกค้าและตลาดเป้าหมายของเราเป็นอย่างไร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อสามารถวิเคราะห์ได้ว่าธุรกิจของเรามีตลาดขนาดเท่าไหร่ สภาพการแข่งขันเชิงธุรกิจสูงไหม ส่วนประกอบสำคัญของแผนการตลาด มีดังนี้

  • ตัวสินค้าหรือบริการ ผลิตภัณฑ์ของเราคืออะไร วางขายที่ไหน ราคาเท่าไหร่ 
  • กลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการต้องแจกแจงเลยค่ะว่าลูกค้าหลักและรองคือใคร สินค้าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร รวมถึงวิธีการที่ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจด้วย
  • การแบ่งส่วนตลาด แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อให้เห็นพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่แตกต่างกัน ช่วยให้วางแผนการตลาดได้อย่างเหมาะสม
  • การวางกลยุทธ์การตลาด แผนที่ทำให้สินค้าของเราได้รับการซื้อ และแสดงให้ถึงความได้เปรียบทางธุรกิจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

การเขียนแผนธุรกิจ ห้ามลืมแผนการดำเนินงาน

ในการเขียนแผนธุรกิจ นอกจากหลักการและความน่าจะเป็นแล้ว วิธีการทำให้เป็นไปได้ก็สำคัญค่ะ แผนการดำเนินงานที่อธิบายขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด จะช่วยให้ผู้อนุมัติสินเชื่อเห็นภาพการทำงานได้ชัดเจนและรู้ว่าธุรกิจของเราจะดำเนินไปสู่เป้าหมายได้อย่างไรดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรอธิบายกระบวนการทำงานให้เป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การจัดการหาต้นทุน การผลิตสินค้า การกระจายสินค้า รวมถึงกลยุทธ์ต่างๆ อาจจะสร้างเป็นตารางแสดงรายละเอียดเพื่อให้เข้าใจง่ายว่าเป้าหมายนี้มีกลยุทธ์อย่างไร ใช้วิธีอะไรในการดำเนินงานและมีระยะเวลาปฏิบัติงานเท่าไหร่ และแผนดำเนินงานต้องสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ด้วยนะคะ

การเขียนแผนธุรกิจ แผนการเงินคือสิ่งสำคัญ

เพราะแผนการเงินของบริษัทจะเป็นตัวบอกว่าธุรกิจของเรามีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน ทำให้แผนธุรกิจส่วนนี้มีความสำคัญมากค่ะ ผู้ประกอบการควรอธิบายได้ว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้พิจารณาสินเชื่อประเมินสถานการณ์ในการจะให้หรือไม่ให้สินเชื่อได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและชัดเจน ซึ่งส่วนสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องมีในการเขียนแผนธุรกิจ มีดังนี้

  • สมมติฐานทางการเงิน เป็นการกำหนดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจค่ะ เช่น ต้นทุนการผลิต ยอดขายสินค้า ค่าส่งเสริมการขายสินค้า ค่าดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า
  • การประมาณการทางการเงิน วิเคราะห์งบการเงินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการของเรา ได้แก่ งบกำไรขาดทุน คืองบที่แสดงรายได้ รายจ่ายและกำไร หรือเรียกว่างบที่แสดงผลการดำเนินการของธุรกิจตลอดระยะเวลารอบบัญชีหนึ่ง ต่อมา งบดุล คืองบที่แสดงฐานะของกิจการ ทั้งสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ประกอบการ สุดท้ายคือ งบกระแสเงินสด คืองบที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงการเงินของบริษัท ทั้งเงินสดและทรัพย์สินอื่นที่มีค่าเท่ากับเงินสดค่ะ

การเขียนแผนธุรกิจ ให้นึกถึงแผนฉุกเฉินด้วย

เราไม่สามารถรู้ได้เลยค่ะว่าอนาคตจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรที่ส่งผลเสียต่อธุรกิจได้บ้าง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องประเมินความเสี่ยงและวางแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งการเตรียมแผนฉุกเฉิน นอกจากจะเป็นเรื่องของความพร้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสที่นักลงทุนหรือสถาบันการเงินจะเชื่อมั่นในธุรกิจของเรามากขึ้นค่ะ

การเขียนแผนธุรกิจสำคัญต่อการดำเนินกิจการอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อแล้ว ยังทำให้ตัวผู้ประกอบการเองเห็นภาพรวมของธุรกิจ รู้จุดแข็งจุดอ่อน และสามารถคาดการณ์อนาคตของธุรกิจได้ ดังนั้นถ้าผู้ประกอบการเขียนแผนธุรกิจได้อย่างละเอียดรอบคอบ ธุรกิจก็มีสิทธ์ดำเนินได้อย่างราบรื่นค่ะ หากผู้ประกอบการกำลังเตรียมแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อ และจดทะเบียนบริษัทไม่ต่ำกว่า 1 ปี สามารถติดต่อสอบถาม เพียร์ พาวเวอร์ได้นะคะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

Leave a Reply