คุยกับผู้ใช้ PeerPower: เบื้องหลังความสำเร็จแบรนด์รถไฟฟ้า Monowheel

จุดเริ่มต้นของ “Make IO”

ผม ภูมิ ภูมิ เหล่าภัทรเกษม เป็น 1 ใน 2 ของผู้ร่วมก่อตั้งของบริษัท Make IO จำกัดครับ

สำหรับ Make IO เนี่ยเราทำธุรกิจนำเข้าและกระจายสินค้าเข้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ
หลักๆ ที่เราทำจะเป็นแบรนด์รถไฟฟ้า ซึ่งจะมีชื่อแบรนด์ว่า Monowheel และล่าสุดพึ่งแตกไลน์สินค้าขายโซฟาลมชื่อว่า Zack ครับ

ตอนที่เราเริ่มคือปี 2015 ตอนนั้นพวกรถไฟฟ้าเริ่มเป็นกระแสนิยมเข้ามา เราเป็นคนนำเข้าแล้วก็ทำเป็นแบรนด์เป็นศูนย์บริการในประเทศไทยด้วยเลย

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจโตอย่างก้าวกระโดด

จุดก้าวกระโดดจะเป็นส่วนของตัว Hover Board ที่เป็นความนิยมขึ้นมาเพราะเป็นสินค้าที่ทางประเทศอเมริกาค่อนข้างนิยม ทางเรานำเข้ามาได้เร็วกว่าอเมริกาประมาณหนึ่งไตรมาส ช่วงนั้นก็คือจะขายเยอะมาก

จุดเปลี่ยนแปลงอีกจุดหนึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มได้คำสั่งซื้อจากบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่และได้รับโอกาสที่เรี่ยกว่าเยอะมากทำให้เราสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดดได้เลย

อุปสรรคที่เจอ

อุปสรรคในช่วงแรกๆ เป็นเรื่องการขยายทีมงาน ในแต่ละตำแหน่งของเราเนี่ยอาจจะยังมีคนไม่ครบ อาจจะมีเรื่องในการขายบ้าง เป็นเรื่องการดำเนินงานบ้างแล้วก็อาจจะมีเรื่องเงินทุนบ้าง

ก็ในส่วนของการลงทุนนะครับ เริ่มแรกก็แน่นอนเราเริ่มลงขันกันก่อน เราก็ลงได้จนถึงส่วนหนึ่งที่เรามองว่า เราต้องเริ่มหาแหล่งเงินของตัวเอง แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยคือเราพยายามเลือกว่าเรามีตัวเลือกอะไร ซึ่งเป็นต้นทุนทางการเงินที่ดี

ทำไมถึงตัดสินใจกู้เงิน

อยู่มาวันหนึ่งก็มีลูกค้าส่งไลน์เข้ามาว่าขอสั่งสินค้า 9,000 ชิ้น ตอนแรกก็ไม่นึกว่าเป็นลูกค้าจริงๆ พอไปเช็คแล้วพบว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่มากเจ้านึง ถ้าพูดชื่อไป ทุกคนรู้จักแน่นอน

ปกติเดือนนึงเราขายมากสุดก็ไม่เกินหลักพันชิ้น การที่มีออเดอร์เข้ามาแบบนี้ เราก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน แต่ก็เป็นโอกาสที่เราไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ จึงตัดสินใจกู้เงิน

ทำไมถึงตัดสินใจใช้บริการ PeerPower

PeerPower เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่ามาได้ถูกช่วงเวลา

ทำไมถึงเลือก PeerPower เป็นพิเศษนะครับ หนึ่งเลยคือเร็วเค้าสามารถร่นระยะเวลาในการประเมิน การวิเคราะห์ได้เร็วมาก PeerPower เร็วขนาดที่ว่าถ้าวันแรกเราคุยกัน วันต่อมาเราแทบจะติดตามผลกันทันที พอเราได้แผนการใช้เงินว่าเอาไปทำอะไร เราตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายกันได้ ช่วงเวลาในการประเมินแทบจะเรียกได้ว่า 1 อาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์ก็คือประเมินเรียบร้อย ตั้งแต่วันแรกถึงวันที่ได้เงินเนี่ยอาจจะห่างกันแค่ 1 เดือนซึ่งถือว่าเร็วเลย

สองคือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การที่เรามีตัวเลือกทางการเงินที่ไม่ต้องมีสินทรัพย์มาค้ำทำให้ตัดสินใจได้เร็ว แล้วก็อันที่สามน่าจะเป็นเรื่องของการที่เพียร์ พาวเวอร์ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จริงๆ แล้วทุกๆ เดือนเรามีเซลส์จากสถาบันการเงินต่างๆ โทรมาให้กู้เงินเฉลี่ยเดือนละ 3-4 ครั้ง แต่เกือบทุกที่ต้องใช้หลักทรัพย์ ซึ่งมีค่าประเมิน อย่างตัวผมกับผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนไม่ได้มีสินทรัพย์ร่วมกัน การที่จะมาตกลงกันว่าจะใช้คอนโดของใคร มันก็ลำบากอยู่เหมือนกัน อีกอย่างเวลาพนักงานบอกคุณว่าดอกเบี้ย 6-7% MRR คุณต้องเข้าใจว่าดอกเบี้ยยังไม่รวมค่าประเมิน ซึ่งถ้าบวกค่าธรรมเนียมต่างๆเข้าไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยพอๆกับของ PeerPower แต่ PeerPower ดีกว่าตรงที่เขาไม่ใช้หลักทรัพย์ ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตรงนี้

ฝากถึงสตาร์ทอัพเจ้าอื่นๆ

ถ้าวันนั้นไม่ได้ PeerPower มาเราอาจจะไม่มีต้นทุนทางการเงินที่ดี สุดท้ายเราคงได้เงินสักก้อนหนึ่งเราคงได้ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น พร้อมกับเงื่อนไขที่มากขึ้น กว่าจะอนุมัติกว่าจะได้เงินมาเนี่ยน่าจะนานขึ้น ทำให้เรามีค่าเสียโอกาส

ก็สำหรับสตาร์ทอัพเจ้าอื่นนะครับ ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาแหล่งเงินกู้ที่เร็วและมีความยืดหยุ่นในการใช้เงินเนี่ย ผมว่า PeerPower เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ครับ

peerpower sme loan

Leave a Reply

รับเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจรายเดือน ฟรี!

เพียงกรอกอีเมลของคุณด้านล่าง