blockchain technology 2018

6 อุตสาหกรรมที่ “Blockchain” จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงในปี 2018 นี้

เชื่อว่าใครที่ติดตามวงการฟินเทคมาซักระยะคงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า “Blockchain

หลายคนคงคุ้นเคยกับการนำบล็อกเชนมาใช้ใน FinTech แต่จากภาพประกอบด้านล่าง จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) ไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อธุรกิจการเงิน การธนาคารเท่านั้น แต่ยังมีผลกับอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย

วันนี้เราจะมาพูดถึง 6 อุตสาหกรรมที่เทคโนโลยี Blockchain จะเข้ามามีอิทธิพลในปี 2018 นี้ มาดูกันว่ามีอุตสาหกรรมอะไรบ้าง และจะเป็นในรูปแบบใดค่ะ

blockchain 2018 infographic
เครดิตภาพ

1. การเงินและการธนาคาร

อุตสาหกรรมแรกที่อดพูดถึงไม่ได้คือ อุตสาหกรรมการเงิน โดยเทคโนโลยี Blockchain จะช่วยลดขั้นตอนในการดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน ทำให้ธุรกรรมการเงินสามารถสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

รายงานของ Accenture ระบุว่ากระบวนการในการพิจารณาการให้สินเชื่อปกติแล้วใช้ระยะเวลานานราว 20 วัน จะมีโอกาสลดลงเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น หรืออย่างในกรณีการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งปกติแล้วการโอนเงินข้ามประเทศใช้เวลาประมาณ 1-4 วัน และมีค่าธรรมเนียมสูง แต่ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัล เช่น Ripple ช่วยกำจัดตัวกลางที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินข้ามประเทศ
ทำให้ระยะเวลาในการโอนเงินลดลงเหลือเพียง 5-10 นาที นอกจากจะเร็วแล้ว ค่าธรรมเนียมในการโอนก็ถูกลงอีกด้วย

นอกจากนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชนยังช่วยในเรื่องของความแม่นยำและความปลอดภัยของข้อมูล เช่น การนำบล็อกเชนมาใช้ในการทำ KYC (Know Your Customer) จะช่วยป้องกันการปลอมแปลง แอบอ้างการใช้ข้อมูล รวมถึงการฉ้อโกงออนไลน์

บทความที่เกี่ยวข้อง: FinTech กับอนาคตของสินเชื่อ

2.อุตสาหกรรมยานยนต์

บริษัทรถยนต์ชั้นนำเช่นโตโยต้าเล็งเห็นความสำคัญของรถยนต์ไร้คนขับ โดยสถาบันวิจัย Toyota ได้ร่วมมือกับ MIT Media LAB ในการนำเทคโนโลยี Blockchain มาพัฒนาปรับใช้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยบล็อกเชนจะเก็บข้อมูลที่ได้จากผู้ผลิตรถยนต์และผู้ใช้งานรถยนต์กว่าพันล้านข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงความปลอดภัยของเทคโนโลยีไร้คนขับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากช่วยเรื่องประสิทธิภาพแล้ว เทคโนโลยีบล็อกเชนยังช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับอีกด้วย

นอกจากนี้ สถาบันวิจัย Toyota ยังร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆหลายราย เช่น BigchainDB ในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาพัฒนาความสามารถของรถยนต์ไร้คนขับ (driverless car)

3. การบริจาคและระดมทุน

สิ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อเราทำการบริจาคเงินคือ เราไม่ทราบว่าเงินที่เราบริจาคไปนั้นถึงมือผู้รับจริงหรือไม่ เทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดย
ข้อมูลการบริจาคเงินตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางจะได้รับการเปิดเผยอย่างโปร่งใส ผู้บริจาคสามารถติดตามและตรวจสอบได้ว่าเงินที่ตนบริจาคไปนั้นถึงมือผู้รับจริงหรือไม่ ช่วยลดการฉ้อโกงจากมิจฉาชีพได้ นอกจากนี้เทคโนโลยีบล็อกเชนยังช่วยให้ขั้นตอนการเก็บเงินบริจาคสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น และช่วยมูลนิธิในการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

กรณีของ Helperbit สตาร์ทอัพสัญชาติอิตาเลียน ได้นำ Blockchain มาช่วยในเชิงการกุศลผ่านการโอนเงินสกุลเงินดิจิทัล และสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินนั้นถูกส่งหาคนที่ต้องการช่วยเหลือจริงหรือไม่

4. วงการสื่อ

muse blockchain

ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วย Blockchain อย่างในกรณีของ Muse Blockchain ได้สร้าง streaming platform ชื่อว่า PeerTracks ที่ผู้ฟังสามารถจ่ายเงินโดยตรงไปยังศิลปินได้เลย นอกจากจะช่วยเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ยังช่วยตัดคนกลางออกไป ทำให้ศิลปินได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น

5. วงการแพทย์

การประยุกต์ใช้ของบล็อกเชนในวงการสาธารณสุขมีหลากหลาย โดยเราจะเห็นว่ามีสตาร์ทอัพหลายรายนำ Blockchain มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของอุตสาหกรรมยาและการแพทย์ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

  • จากกรณีศึกษา MedRec ผู้ป่วยสามารถจัดการประวัติการรักษาด้วย Ethereum บน Blockchain โดยสามารถเข้ามาดูข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลจากทุกโรงพยาบาลที่เคยไปรับการรักษามาได้
  • แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลข้ามหน่วยงานและแพลตฟอร์มที่ต่างกันได้ เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการนำข้อมูลมาวินิจฉัยและรักษาโรค แทนการเช็คแฟ้มประวัติคนไข้ หรือโทรศัพท์ไปขอข้อมูลผู้ป่วยกับสถานพยาบาลอีกแห่ง ตัวอย่างธุรกิจที่นำ Blockchain มาใช้ในวงการแพทย์ คือ บริษัท Cyph MD จากประเทศออสเตรเลีย
  • 6. อุตสาหกรรมประกันภัย

    Blockchain จะเข้ามาช่วยเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันปัญหาการทุจริตในวงการประกันภัย ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ใน “Decentralized Cloud Platform” ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในฝ่ายต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างเปิดเผย

    • Parametric Insurance คือ การประกันที่จะมีการจ่ายเงินให้ผู้ทำประกันเมื่อเกิดเงื่อนไขต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้ เช่น Rainvow คือธุรกิจที่ทำงานบน Ethereum Platform ที่วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์และชดเชยค่าเสียหายให้ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจประกันภัยที่นำเทคโนโลยี Internet-of-Things และเซนเซอร์มาใช้ช่วยบอกเหตุเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัทรถยนต์จำนวนมาก
    • Peer-to-Peer Insurance การประกันที่ไม่ได้ใช้กองทุนใหญ่หรือบริษัทขนาดใหญ่เพียงรายเดียว แต่ระดมทุนจากผู้คนหลากหลายเพื่อใช้สร้างเป็นเงินสำรองสำหรับธุรกิจประกัน

    Leave a Reply