Peer to Peer Lending เรื่องใหม่ที่ไม่ไกลตัว

เทคโนโลยีได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมของผู้ใช้อย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา  ในปี 2016  มีการตื่นตัวในด้านของ banking ที่ fintech ได้เข้ามาแข่งขันกับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงินออนไลน์ เครื่องมือเปรียบเทียบประกัน และการเข้าถึงข้อมูลการลงทุนได้รวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้น แล้วอะไรคือสิ่งต่อไปที่จะเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับวงการการเงินของไทยในปี 2017 วันนี้ PeerPower อยากให้คนไทยมาทำความรู้จักกับ P2P Lending บริการที่มีใช้แล้วหลายประเทศทั่วโลก และกำลังจะมีใช้ในประเทศไทยในอีกไม่ช้า

P2P Lending คืออะไร?P2P Lending Business model comparison

Peer to Peer Lending (P2P Lending) คือระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินโดยตรงกับนักลงทุนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันนักลงทุนก็ได้รับอัตราผลตอบแทนที่จูงใจมากขึ้น จุดเด่นของมัน คือเป็นธุรกรรมแบบ many-to-one คือ ผู้ขอสินเชื่อหนึ่งรายจะมีผู้ให้กู้ร่วม (นักลงทุน) หลายราย และในขณะเดียวกันนักลงทุนหนึ่งรายสามารถกระจายการปล่อยกู้ได้ไม่จำกัดจำนวน นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “Peer to Peer” Lending หรือระบบสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลนั่นเอง

Peer-to-Peer Lending ทำงานอย่างไร?How P2P Lending works?

ก่อนอื่นผู้กู้จะถูกเช็คประวัติและได้รับคะแนนเครดิตซึ่งสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ หากผู้กู้พอใจกับอัตราดอกเบี้ยนี้ โปรไฟล์ของผู้กู้จะถูกนำไปแสดงบนตลาดออนไลน์ (marketplace) ของนักลงทุน

ถึงเวลาช็อปปิ้ง – การลงทุนในตลาดสินเชื่ออาจเปรียบเสมือนกับการช็อปปิ้งออนไลน์ ก่อนจะซื้อสินค่าสักชิ้น เราต้องทราบราคา ลักษณะ และคุณภาพของสินค้าเสียก่อน ในตลาดสินเชื่อก็เช่นกัน นักลงทุนจะทราบข้อมูลต่างๆ ของผู้กู้ เช่น สถานะการทำงาน ประวัติการใช้เครดิต หนี้ต่อรายได้ จุดประสงค์และระยะเวลาในการกู้ เป็นต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ นักลงทุนสามารถพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าวและตัดสินลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้

เมื่อนักลงทุนร่วมกันลงทุนกันครบ 100% แล้ว ผู้กู้ก็จะได้รับเงินไปต่อยอดกิจการ หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันตามที่ต้องการ และเมื่อถึงวันที่ครบกำหนดชำระรายเดือน ผู้ขอสินเชื่อก็จะมีหน้าที่ชำระเงินให้นักลงทุนให้ตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นการรักษาหรือสร้างประวัติทางเครดิตที่ดีด้วย

Peer-to-Peer Lending รอบโลกP2P Lending global map

Peer-to-Peer Lending มีการเริ่มใช้มาแล้วกว่าหนึ่งทศวรรษ โดย Zopa ของประเทศอังกฤษเป็นตลาดสินเชื่อออนไลน์เจ้าแรกของโลกก่อตั้งตั้งแต่ปี 2005 แต่มีการเติบโตและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา  ในสหรัฐอเมริกาถูกครองตลาดโดย 2 เจ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Lending Club และ Prosper ซึ่งมีผู้ใช้สูงถึง 1.6 ล้านคนและมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในเมืองจีนมี Peer-to-Peer Lending platform กว่า 2,600 เจ้าและถือเป็นตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่ากว่า 6 หมื่น 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดีลักษณะธุรกิจ (business model) ของผู้ให้บริการในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ความสำเร็จของธุรกิจนี้คงหนีไม่พ้นการทำอย่างไรให้เป็นตลาดที่ปลอดภัยและโปร่งใสต่อผู้ใช้มากที่สุด

P2P Lending อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายท่าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปัจจุบันยังไม่มีการเปิดให้บริการในประเทศไทย เนื่องจากธุรกิจนี้จะมีผลกระทบด้านการเงินต่อประชาชนจำนวนมาก จึงต้องอยู่ภายในการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งในขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังก็กำลังดำเนินการออกกฎหมายและข้อบังคับ ซึ่ง PeerPower เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทแรกของคนไทยที่กำลังดำเนินการขอใบอนุญาตจากทางธปท. และกระทรวงการคลังอยู่เช่นกัน

ที่มา: Citi Research “Digital Disruption” (2016), Mekong Biz Research “Emerging Regulatory Approaches to Fintech: Spotlight on Peer-to-Peer Lending” (2016)

  • Pon

    น่าสนใจ