fbpx
ลงทุน
อยากเติมความรู้เรื่องการลงทุนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ เชิญทางนี้ได้เลย

การลงทุนทางเลือกในสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนดั้งเดิม มีประโยชน์ต่อนักลงทุนในหลายด้าน

  • ในภาวะตลาดการลงทุนมีความผันผวน สินทรัพย์ที่ผลตอบแทนผูกกับสภาพเศรษฐกิจอาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร สินทรัพย์ทางเลือกจึงเป็นอีกตัวเลือกที่ดี
  • สินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนมีหลากหลายประเภท เช่น สินทรัพย์ทางเลือกแบบเดิม สินทรัพย์ในตลาดเฉพาะ สินทรัพย์ออนไลน์ และสินทรัพย์ใหม่
  • ข้อดีของการลงทุนแบบนี้คือ เป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงที่ดี มักให้ผลตอบแทนที่ชนะอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่ผูกพันกับตลาดทุน
  • ข้อเสียของการลงทุนประเภทนี้คือ อาจมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการลงทุน การลงทุนบางประเภทยังไม่มีกฎหมายรองรับ และบางสินทรัพย์ซื้อขายกันเฉพาะกลุ่ม

การลงทุนทางเลือกที่ควรรู้เพื่อกระจายความเสี่ยง

นักลงทุนมืออาชีพส่วนมาก จะเลือกลงทุนกับสินทรัพย์หลาย ๆ ประเภทเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ถ้าเป็นนักลงทุนแบบ Active Investor เน้นพอร์ตโตไวและใจถึง การลงทุนในหุ้นด้วยสัดส่วนที่มากกว่าสินทรัพย์อื่นถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนนักลงทุนแบบ Traditional ที่มีความระมัดระวังมากกว่า การลงทุนที่ได้ผลตอบแทนน้อยกว่าแต่ยั่งยืนกว่าเช่น Fixed Income ต่างๆ ก็จะได้รับความนิยมมากกว่า แต่ทั้งนี้ในภาวะเศรษฐกิจแบบปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากถูกปรับลดลงจนน่าใจหาย กระทบต่ออัตราผลตอบแทนอื่นๆ ในตลาดการลงทุน เช่นตราสารหนี้ ตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนจำนวนมาก มองหาสินทรัพยือื่น ที่เป็นการลงทุนทางเลือกและให้ผลตอบแทนดีกว่า หากคุณเป็นนักลงทุนในกลุ่มนี้ เพียร์ พาวเวอร์ ขอพาคุณไปรู้จักการลงทุนทางเลือกแบบลงลึก

การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) คืออะไร

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ได้นิยาม การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) ไว้ว่าคือการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นที่นอกเหนือไปจากสินทรัพย์พื้นฐานหรือที่เป็นประเพณีนิยมของการลงทุน (Traditional Assets) เช่น หุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร กองทุนรวม หรือประกันภัย เป็นต้น

สินทรัพย์พื้นฐานเหล่านี้ เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนรู้จักดี มีการซื้อขายเป็นวงกว้างอยู่ในตลาดทุนและเป็นสินทรัพย์ที่มักมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือถ้าทิศทางเป็นบวกก็มีแนวโน้มว่าพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจะเป็นบวกไปด้วย ในขณะเดียวกันหากมีทิศทางเป็นลบ ก็อาจเกิดการเป็นลบเหมือนกันหมดได้เช่นกัน

สินทรัพย์ทางเลือกจึงเป็นสินทรัพย์ที่อยู่นอกเหนือข้อจำกัดดังที่กล่าวมาแล้ว คืออาจไม่ได้ซื้อขายในตลาดทุนเป็นวงกว้าง ไม่ผูกพันหรือมีความสัมพันธ์กับภาวะตลาดหรือบางประเภทก็ไม่มีความสัมพันธ์กันเองในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน เป็นต้น

การลงทุนทางเลือกสำคัญกับนักลงทุนอย่างไร

ตามที่เพียร์ พาวเวอร์ ได้กล่าวมาแล้วว่า การลงทุนทางเลือกเป็นการลงทุนที่ไม่ผูกพันกับความผันผวนในตลาดทุน มีวิธีการได้ผลตอบแทนที่แตกต่างไปจากสินทรัพย์ดั้งเดิม จึงสอดคล้องกับการลงทุนในช่วงที่ตลาดการลงทุนมีความผันผวนมาก และมีทิศทางเป็นลบ รวมทั้งผลตอบแทนต่ำลงตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ในสถานการณ์ดังกล่าว บีบให้ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย แสวงหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดทุน ซึ่งการลงทุนทางเลือกส่วนมากสามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้

การลงทุนทางเลือกมีอะไรบ้าง

การลงทุนทางเลือกที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงการลงทุนทางเลือกแล้ว เราจะพบว่ามีสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้หลากหลายมาก ซึ่งสินทรัพย์แต่ละชนิดก็สร้างโอกาสในการลงทุนและมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป เพียร์ พาวเวอร์ ขอจัดกลุึ่มสินทรัพย์เพื่อการลงทุนทางเลือกมาให้เห็นภาพคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

สินทรัพย์ทางเลือกที่คนคุ้นเคย

สำหรับสินทรัพย์ประเภทนี้ เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนนิยมลงทุนมานานแล้ว นั่นคือ ทองคำ กับอสังหาริมทรัพย์

ทองคำ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่า “มีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่” นั่นเพราะในอดีตซัก 10 – 15 ปี ที่แล้ว ทองคำคือหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ใช้อ้างอิงมูลค่าเงิน ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ หากต้องการทราบค่าเงินหรืออัตราเงินเฟ้อ ณ ขณะนั้น มักนิยมให้เทียบกับราคาทองคำ ประกอบกับซื้อง่ายขายคล่อง ไม่มีใครปฏิเสธมูลค่าของทองคำ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอยู่ในปัจจุบัน แม้สถานะการใช้เพื่ออ้างอิงมูลค่าสินทรัพย์อื่นในตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป และความผันผวนของราคาทองคำทำให้สินทรัพย์ชนิดนี้ไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วก็ดี อย่างไรก็ตาม การถือทองคำในระยะยาวก็ยังเป็นการลงทุนที่นักลงทุนส่วนมากเลือกอยู่ เพราะถ้าดูความเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำย้อนหลัง 5 ปี ขึ้นไป มูลค่าของทองไม่เคยลดลง นั่นหมายความว่า การลงทุนในทองคำ เหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินเย็น และมองการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

อสังหาริมทรัพย์  ถือเป็นการลงทุนกับของชิ้นใหญ่มูลค่าสูง แต่ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่คนนิยมลงทุนกันมาทุกยุคทุกสมัย ในอดีตอาจเป็นการซื้อไร่นาสวน ปลูกบ้าน ยุคต่อมาคือการสร้างบ้านเช่า หอพัก ตึกแถวแบ่งขาย ส่วนในปัจจุบัน นักลงทุนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อขายต่อหรือให้เช่า รวมทั้งเอาบ้านมาทำเป็นที่พักชั่วคราวผ่านแอปพลิเคชั่นแบบ Airbnb ก็ได้เช่นกัน ทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้ ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีลู่ทางในการเพิ่มมูลค่าอยู่ไม่น้อย หากนักลงทุนสนใจการลงทุนทางเลือกในอสังหาริมทรัพย์ ข้อควรพิจารณาที่สำคัญก็คือ อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ การขายต่อหรือมีการเช่าพักอ้างอิงกับทำเลและโอกาส โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการขายได้ของอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป และต้องถือไว้นานพอมูลค่าจึงจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีค่าบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนพ่วงเข้ามา ถ้าคุณไม่ใช่นักลงทุนที่ถือเงินเย็นจริงๆ การลงทุนในอสังหาฯ ก็อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

สินทรัพย์ในตลาด Niche Market

คำว่า Niche Market คือตลาดเฉพาะกลุ่ม ซึ่งอาจเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ แต่ต้องมีกำลังซื้อมากพอจะผลักดันให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นไปอย่างคุ้มค่า การลงทุนในลักษณะนี้คือการลงทุนในของสะสมหรือของฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่น ตลาดพระเครื่อง รถยนต์ซูเปอร์คาร์ ของแบรนด์เนม งานศิลปะ เป็นต้น 

ข้อดีของสินทรัพย์ประเภทนี้คือ ถ้าเจอคนซื้อที่มี Passion ในสิ่งนั้นจริงๆ และมีกำลังซื้อมากพอ มันจะให้ผลตอบแทนที่ดีมาก ในขณะเดียวกัน ความยากของการลงทุนในลักษณะนี้คือต้องมีความรู้ในสิ่งนั้นจริงๆ เพราะไม่ใช่ว่านาฬิกาแบรนด์เดียวกันจะให้ผลตอบแทนในระดับเดียวกันทุกรุ่น และต้องหาให้เจอว่าคนซื้อของคุณคือใคร

สินทรัพย์ออนไลน์

การเทรดสินทรัพย์ออนไลน์ ได้รับความนิยมมาหลายปีตั้งแต่กำเนิดบิทคอยน์ และเหรียญดิจิทัลอื่นๆ รวมทั้งตลาดเทรดค่าเงินแบบ Forex ที่ได้ชื่อว่าเสี่ยงมาก และให้ผลตอบแทนมากตามความเสี่ยงยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอยู่ แม้ว่าในช่วงหลังมูลค่าของบิทตอยน์จะลดลงมากกว่าเพิ่มก็ตาม 

ก่อนอื่นเพียร์ พาวเวอร์ ขอทำความเข้าใจก่อนว่า Forex ที่กำลังกล่าวถึงนี้ หมายถึงการเทรดค่าเงินจริงๆ ในตลาดออนไลน์ ที่เป็นการเปรียบเทียบระหว่างค่าเงินสองสกุล มีการซื้อขายได้เงินกันแบบจริงจัง ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ที่มีการโกงกันแบบที่เคยเป็นข่าว ซึ่งไม่ว่าจะ Forex หรือ Bitcoin ข้อดีของการลงทุนในสินทรัพย์ทั้ง 2 แบบนี้คือความรวดเร็วและมูลค่าผลตอบแทนสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นนักลงทุนที่เน้นซื้อขายแบบวันต่อวัน โอกาสที่จะเสียมูลค่าการลงทุนก็ง่ายเช่นกัน

สินทรัพย์ประเภท Crowdfunding

ถ้าคุณมองหาการลงทุนทางเลือกในลักษณะการเป็นเจ้าหนี้ในสินทรัพย์ที่ไม่อ้างอิงกับสินทรัพย์ในตลาด การเลือกลงทุนประเภทนี้ทำได้หลายวิธี เช่น

หุ้นกู้ Crowdfunding ที่เพียร์ พาวเวอร์ให้บริการอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี เป็นการลงทุนเพื่อเอาชนะภาวะตลาดผันผวนและอัตราดอกเบี้ยต่ำแบบในปัจจุบัน การลงทุนลักษณะนี้ นักลงทุนจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของธุรกิจ SME และรับผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสด พร้อมดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ทั่วไป ความเสี่ยงของการลงทุนประเภทนี้คือการถูกเบี้ยวหนี้ การไถ่ถอนก่อนกำหนดของเจ้าของกิจการ และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่ไม่สามารถซื้อขายกันเองระหว่างนักลงทุนหรือเรียกร้องให้มีการชำระหนี้ก่อนครบกำหนดได้

ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจาก กลต. ณ ปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2020) คือ เพียร์ พาวเวอร์ ซึ่งเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

Private Equity หรือ หุ้นนอกตลาด คือ การลงทุนในหุ้นของบริษัทเอกชนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ โดยที่นักลงทุนเข้าไปเป็น Angel Investor หรือ Venture Capital นั่นเอง การลงทุนประเภทนี้ดีตรงที่นักลงทุนได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของหรือหุ้นของบริษัทนั้นๆ เลย แต่ข้อเสียคือหากบริษัทไม่มีกำไร นักลงทุนก็จะไม่ได้เงินลงทุนและผลตอบแทนคืนเช่นกัน

Equity crowdfunding ลงทุนกับบริษัทที่ขายหุ้นของตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับนักลงทุนเข้ามาถือหุ้น โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเมื่อบริษัทเหล่านี้เติบโต และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

การลงทุนสองประเภทหลังเป็นการลงทุนระยะยาว ที่อาจจะไม่ได้เงินต้นคืนก็ได้ หากบริษัทเหล่านั้นไม่สามารถทำรายได้ตามที่คาดการณ์ไว้ตามกำหนด

การลงทุนทางเลือกมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

การลงทุนทางเลือกมีข้อดีอย่างไร

เป็นการกระจายความเสี่ยงที่แท้จริง

ข้อเสียใหญ่ของการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ดั้งเดิมก็คือ แม้จะเลือกสินทรัพย์ให้หลากหลายในพอร์ตโฟลิโอหนึ่งแล้ว แต่สินทรัพย์เหล่านั้นก็ยังมีความสัมพันธ์กันอยู่ ทำให้ไม่สามารถลดความเสี่ยงทางการลงทุนได้อย่างแท้จริง

แต่การลงทุนทางเลือกสามารถแก้ไขข้อจำกัดนั้นได้ เพราะสินทรัพย์ทางเลือกมักมีวิธีการให้ผลตอบแทนที่เป้นลักษณะเฉพาะ และไม่อ้างอิงกับตลาดทุนหรือปัจจัยด้านการลงทุนอื่น เช่นอัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นต้น

มักให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยชนะการลงทุนแบบดั้งเดิม

ด้วยปัจจัยอ้างอิงผลตอบแทนในการลงทุนแบบดั้งเดิมที่มักมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก + ความเสี่ยงในการลงทุน ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนกับอัตราเงินเฟ้อมักสวนทางกัน แต่สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เราจะพบว่าผลตอบแทนที่ได้ ไม่ได้อ้างอิงกับอัตราเงินฝาก หรือบางประเภทก็ไม่ได้อ้างอิงแม้แต่กับสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน ทำให้อัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของการลงทุนทางเลือก สูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม

การลงทุนทางเลือกมีข้อเสียอย่างไร

ต้องการความรู้ความเข้าใจในการลงทุนมากกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม

การลงทุนทางเลือกนั้นเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีลักษณะเฉพาะ ด้วยความไม่อิงกับปัจจัยการลงทุนอื่นหรือสินทรัพย์อื่นมากนัก ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน รวมถึงต้องศึกษาสินทรัพย์เหล่านั้นให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

อาจมีสภาพคล่องน้อยกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดั้งเดิม

สินทรัพย์ดั้งเดิมส่วนมากมีสภาพคล่องดี เพราะมีตลาดกลางในการซื้อขายมารองรับ แต่สำหรับการลงทุนทางเลือกที่ยกตัวอย่างมา นอกจากทองคำ กับการเทรดเงินดิจิทัลแล้ว เราจะพบว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่มีตลาดกลางออกมารองรับอีก และบางอย่างก็มีเงื่อนไขที่ทำให้ไม่สามารถซื้อขายได้

บางสินทรัพย์ไม่ได้รับการรองรับด้วยกฎหมาย

นักลงทุนหลายท่านคงจำได้ดีถึงกรณี Forex -3D ที่ไม่เพียงให้บทเรียนกับนักลงทุนรายย่อยด้านการศึกษาหาความรู้ในสินทรัพย์ก่อนการลงทุนแล้ว ยังเป็นบทเรียนที่ดีในการลงทุนกับสินทรัพย์ที่ไม่มีกฎหมายรองรับอีกด้วย สินทรัพย์ทางเลือกบางชนิดก็ไม่มีกฎหมายรองรับโดยเฉพาะเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไม่ได้ขัดต่อกฎหมาย จึงทำให้สามารถให้บริการได้ เงื่อนไขในการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภทจึงมีความแตกต่างกัน  ซึ่งเป็นอีกข้อที่นักลงทุนควรพิจารณา

ทุกครั้งที่เกิดการลงทุนขึ้น นักลงทุนย่อมมองหาความคุ้มค่าด้านผลตอบแทนเป็นอันดับแรก ซึ่งบ่อยครั้งผลตอบแทนที่ดีก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย เพียร์ พาวเวอร์ ขอให้นักลงทุนมองการลงทุนทางเลือกโดยอยู่บนพื้นฐานของตัวเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการลงทุน ซึ่งอาจไม่ใช่การลงทุนที่ดีที่สุดก็ได้ และหากคุณเป็นนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดจากการลงทุนทางเลือก และเข้าใจการลงทุนในระบบคราวด์ฟันดิง มาลองลงทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ ดูไหม

_______________________________________________________________________

คำเตือน : การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงผ่านเพียร์ พาวเวอร์ เป็นการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอทั้งด้านความเสี่ยง และความสามารถในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์และความเสี่ยงในการสูญเสียเงินจากการลงทุน การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน นักลงทุนจะสามารถเริ่มลงทุนได้ต่อก็ต่อเมื่อนักลงทุนทำการลงทะเบียนและผ่านแบบประเมินความรู้ความเข้าใจในการลงทุนแล้ว

PeerPower Team