fbpx
ลงทุน
อยากเติมความรู้เรื่องการลงทุนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ เชิญทางนี้ได้เลย

นักลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนในหุ้น นอกจากจะมองไปที่ปันผล กำไรขาดทุนในบริษัทแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะปรากฏในบัญชีหรืองบกระแสเงินสดก็คือ สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset) ที่มีความสำคัญต่อสภาพคล่องของบริษัทนั้นๆ

  • สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset) หมายถึงสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี มีทั้งหมด 10 ประเภทด้วยกัน
  • สินทรัพย์ถาวร(Non-Current Asset) หมายถึงสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินการ และมีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และ สินทรัพย์อื่นๆ (Other Asset)หมายถึงสินทรัพย์ที่ไม่อาจจัดเป็นสินทรัพย์ถาวรหรือหมุนเวียนได้ แต่อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน
  • สินทรัพย์หมุนเวียนบอกได้ถึงสภาพคล่องของบริษัทนั้นๆ ถ้าการดำเนินการเป็นปกติสินทรัพย์หมุนเวียนกับหนี้หมุนเวียนต้องอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

สินทรัพย์หมุนเวียน Current Asset ตัวบ่งชี้สภาพคล่องของบริษัท

ในการตัดสินใจลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้น หุ้นกู้ สิ่งที่นักลงทุนมักให้ความสำคัญนอกเหนือจากผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน คือความมั่นคงและความสามารถในการเติบโตของบริษัทนั้นๆ เพียร์ พาวเวอร์ เคยพูดถึงตัวบ่งชี้สภาพคล่องที่ปรากฏชัดเจนในหนังสือชี้ชวนการลงทุน(Fact Sheet) แล้วในแง่ของงบกระแสเงินสด ซึ่งลึกลงไปในงบประแสเงินสดคือเรื่องของสินทรัพย์(Asset)ซึ่งมีทั้งสินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset) สินทรัพย์ถาวร (Non-Current Asset) และสินทรัพย์อื่นๆ (Other Asset)ซึ่งส่วนที่มีรายละเอียดมากที่สุดและนักลงทุนมักให้ความสนใจคือสินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset)คืออะไร

สินทรัพย์หรือ Asset คือสิ่งของที่บริษัทนั้นๆ ครอบครองอยู่ โดยทั่วไปเรียกว่าทรัพย์สิน แต่ในทางบัญชีจะเรียกว่าสินทรัพย์(Asset) โดยสินทรัพย์หมุนเวียน จะหมายถึงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายในเวลา 1 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็น 10 ประเภทด้วยกัน

เงินสด(Cash)

ดูได้ในงบกระแสเงินสด การมีเงินสดอยู่ในบริษัทเยอะกว่าหนี้สินย่อมแสดงถึงเสถียรภาพและความสามารถในการขยายกิจการของบริษัทนั้นๆ 

เงินฝาก(Bank deposit)

คือเงินในบัญชีต่างๆ ของบริษัท นอกจากนี้ยังรวมเช็คที่ยังไม่ได้ขึ้นเงินแต่จะถึงกำหนดภายในระยะเวลา 1 ปีนี้ด้วย 

เงินลงทุนชั่วคราว(Short Term Investment)

สินทรัพย์ต่างๆ ที่บริษัทสร้างขึ้น หรือจัดหามาเพื่อสร้างดอกผลจากมัน(ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตเพื่อขาย) ซึ่งจะสามารถนำมาแปลงเป็นเงินสดได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ลูกหนี้การค้า(Accounts Receivable)

เราอาจจะคุ้นเคยกับกลุ่มนี้ในแง่ของการให้เครดิต ซึ่งกลุ่มนี้คือคนที่มีสัญญาจะชำระหนี้ให้กับบริษัทในระยะเวลาอันใกล้ สัดส่วนของลูกหนี้การค้าไม่ควรมีมากเกินกว่าเงินสด เพราะยิ่งมีมาก ยิ่งหมายถึงเงินสดที่จมไปกับการผลิตโดยไม่ได้คืน ซึ่งสำหรับผู้ประกอบการแล้วลูกหนี้การค้าสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ด้วยการเก็บหนี้ให้ได้ และการใช้บริการรับซื้อลูกหนี้การค้า Invoice Factoring เพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนในบริษัท

ตั๋วรับเงิน(Notes Receivable)

สัญญาที่จะได้รับเงิน โดยไม่จำกัดว่าเป็นสัญญาอะไรไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย สัญญากู้ยืม เพียงแต่มีการกำหนดว่าจะได้รับการจ่ายเงินสดให้กับบริษัท โดยมีระยะเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน

เงินให้กู้ยืมระยะสั้น(Short Term Loan)

เป็นเงินที่บริษัทให้คนอื่นกู้ยืม และมีกำหนดการใช้คืนในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน

สินค้าคงคลัง(Inventory)

สินค้าที่บริษัทนั้นผลิตขึ้นมาเพื่อขายหรือทำกำไรให้กับกิจการ สินค้าคงคลังหมายถึงรายได้ในอนาคตของบริษัทก็จริง แต่ถ้ามีเพิ่มมากขึ้นในปริมาณมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ก็เป็นไปได้ว่าบริษัทนั้นมีปัญหาเรื่องการระบายสินค้า ซึ่งหมายถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนที่จมไปกับการผลิตด้วย

วัสดุสำนักงาน(Supplies)

อุปกรณ์สิ้นเปลืองใช้แล้วหมดไปใน 1 ปีทั้งหลาย เช่นกระดาษ ปากกา เครื่องเขียนอื่นๆ ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝง บริษัทที่มีการบริหารจัดการดี สินทรัพย์ในส่วนนี้ต้องไม่มากจนเกินไป

รายได้ค้างรับ(Accrued Revenue)

รายได้ที่จะได้รับแน่นอน แต่ยังไม่ได้รับในตอนนี้ เช่นดอกเบี้ยเป็นต้น

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า(Prepaid Expenses)

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปตอนนี้ แต่จะได้ประโยชน์ในอนาคตซึ่งประโยชน์ดังกล่าวไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นไปในรูปแบบอื่น ส่วนมากเป็นค่าประกัน

จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนนอกจากจะบ่งบอกสุขภาพของกิจการเพื่อให้เจ้าของกิจการดำเนินการอุดรอยรั่วให้ถูกที่ ยังมีบางส่วนที่เมื่อมองเข้ามาจากภายนอกแล้วมีความสำคัญต่อการลงทุน และนักลงทุนจะใช้ประกอบการตัดสินใจได้ดี 

สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset)มีกี่ประเภท

สินทรัพย์หมุนเวียนแตกต่างอย่างไรกับสินทรัพย์ถาวร

ในการอ่านงบกระแสเงินสดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนจะเจอกับ 2 คำนี้อย่างแน่นอน ซึ่งความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Asset) กับสินทรัพย์ถาวร(Non-Current Asset)อยู่ที่ประเภทของสินทรัพย์และระยะเวลาในการแปลงเป็นเงินสดนั่นเอง

ซึ่งสินทรัพย์ถาวรจะหมายถึงสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินการทั่วไปที่มีอายุในการใช้งานได้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป มีสภาพคล่องต่ำ เช่นที่ดิน อาคาร เครื่องจักรเพื่อการผลิตขนาดใหญ่ รวมถึงยังต่างกันในแง่การบริหารสินทรัพย์ ซึ่งสินทรัพย์หมุนเวียนจะเน้นการใช้เงินทุนจากแหล่งเงินทุนระยะสั้น ในขณะที่สินทรัพย์ถาวรจะเน้นใช้แหล่งเงินทุนระยะยาวมากกว่า

สัดส่วนของสินทรัพย์ถาวรกับสินทรัพย์หมุนเวียนอาจจะบอกถึงสภาพคล่องได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบ่อยครั้งในการขยายธุรกิจ บริษัทจะมีการเปลี่ยนสินทรัพย์หมุนเวียนไปเป็นสินทรัพย์ถาวรหรือหนี้สินได้ นักลงทุนจึงต้องพิจารณาจากการขยายธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ด้วย

นอกจากนี้ยังมีสินทรัพย์ในทางบัญชีอีกประเภทหนึ่งที่นักลงทุนจะพบเมื่ออ่านงบการเงินนั่นคือสินทรัพย์อื่นๆ (Other Asset )ซึ่งหมายถึงสินทรัพย์ที่จัดเป็นสินทรัพย์ไม่ได้ นอกเหนือจากสินทรัพย์ทั้ง 2 ประเภทที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่นหน่วยลงทุน กองทุนรวม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในปัจจุบันเป็นต้น

สินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อนักลงทุนคืออะไร

จากสินทรัพย์หมุนเวียนทั้ง 10 ประเภทที่แสดงในงบกระแสเงินสด พบว่าส่วนที่สำคัญสำหรับนักลงทุนคือสินทรัพย์ที่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านต้นทุนและกำไร รวมถึงภาระหนี้สินที่เห็นได้ของกิจการนั้นๆ ซึ่งหมายถึง 

เงินสด ที่บอกถึงสภาพคล่องของกิจการ

เงินฝาก บอกถึงทุนที่บริษัทนั้นๆ มีอยู่

ลูกหนี้การค้า บอกถึงสภาพคล่อง และการบริหารจัดการต้นทุนในการพัฒนาธุรกิจ

สินค้าคงคลัง บอกถึงการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทนั้นๆ

 

สินทรัพย์หมุนเวียน เป็นส่วนประกอบสำคัญในงบกระแสเงินสด และบอกได้ถึงการเติบโตของธุรกิจที่กำลังดำเนินไปในแต่ละปี ถ้าบริษัทนั้นๆ มีสินทรัพย์หมุนเวียนสอดคล้องกับหนี้สินที่มีอยู่ นั่นหมายความว่า บริษัทนั้นมีความสามารถที่จะชดใช้หนี้สินในปีนั้นได้ และถ้ามองย้อนหลังไปหลายปีมีความสอดคล้องในลักษณะดังกล่าว บริษัทนั้นๆ ก็ถือเป็นบริษัทที่มีทิศทางการเติบโตที่ดี

 

Pinwaa
นักเขียนผู้เชื่อมั่นในพลังแห่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการสื่อสาร ที่จะช่วยคลี่คลายเรื่องยากต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเงินการลงทุนที่มีหลายแง่มุม