อนาคตฟินเทคสำหรับ SME

“วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” หรือในชื่อที่คุ้นหูอย่าง SME เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของประเทศไทย จากสถิติสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) 81% ของการว่าจ้างในไทย และ 37% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มาจาก SME นอกจากนี้ SME ยังเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ในหลายภาคส่วนธุรกิจ และการส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ จะก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

อุปสรรคที่มักจะขวางกั้น SME ไม่ให้เติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ คือ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ จากงานวิจัยของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เผยว่ามี SME จำนวนไม่น้อยที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้แต่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ โดย 58% ของ SME ขาดคุณสมบัติในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และ 17% เห็นว่าการเข้าถึงแหล่งกู้เงินเป็นอุปสรรคที่สำคัญของ SME

จากงานวิจัยของ Deloitte ระบุว่า อุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของ SME เกิดจาก 1) การขาดความรู้ ความเข้าใจ และคำแนะนำจากสถาบันทางการเงิน 2) ความยุ่งยากและซับซ้อนของกระบวนการขอสินเชื่อ 3) การขาดคุณสมบัติของ SME โดยบางสถาบันการเงินจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ SME ที่ดำเนินธุรกิจมาน้อยกว่า 3 ปี 4) ค่าธรรมเนียมและค่าดอกเบี้ยที่สูง 5) SME ที่เริ่มต้นธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพ ยังไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกำหนดของการขอสินเชื่อ

นอกจากนั้นแล้ว การบังคับใช้ของ Basel lll หรือ หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงิน Basel Committee on Banking Supervision (BCBS) จะทำให้หลักเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงของสินเชื่อ SME สูงยิ่งขึ้น อันจะส่งผลไปถึงทั้งจำนวนวงเงินที่ปล่อยสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยอีกด้วย

ฟินเทค (FinTech) กลายเป็นกระแสที่ทุกคนจับตามองและให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากฟินเทคสามารถกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ หากทำในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยหนึ่งในช่องทางการเงินที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตธุรกิจ SME ก็คือ ตลาดออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคลกับนักลงทุน หรือ P2P lending นั่นเอง

P2P lending สามารถเป็นแหล่งกู้เงินสำหรับ SME ที่ธนาคารไม่สามารถตอบโจทย์ได้

ผู้ให้บริการ P2P lending จะจับคู่ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อบุคคลกับนักลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินทุนในเวลาที่รวดเร็ว และได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีกว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม ตลาดสินเชื่อระหว่างบุคคลต่อบุคคล สามารถเป็นแหล่งกู้เงินสำหรับ SME ที่ธนาคารไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ประเทศที่มีตลาดสินเชื่อ SME ที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ ประเทศจีน อเมริกาและอังกฤษ

ประโยชน์ที่ SME ได้รับ

การเข้าถึงแหล่งเงินกู้

เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ดังนั้นการกู้เงินผ่านแพลตฟอร์ม P2P lending จึงไม่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกันใดๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจรายย่อยอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจในภาคบริการที่มีกระแสเงินสดคงที่ แต่ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นรูปธรรม เช่น บ้านและรถในการขอสินเชื่อกับธนาคาร

ความรวดเร็ว

การสมัครขอสินเชื่อสามารถทำเสร็จได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องลำบากเดินทางไปถึงที่สาขา และส่วนมากแล้ว ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินทุนภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับเวลา 4-5 สัปดาห์ในการรอเงินอนุมัติจากธนาคาร แหล่งกู้เงินออนไลน์สัญชาติยุโรป เช่น Zencap สามารถแจ้งผลอนุมัติภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง (2 วัน) ในสถานการณ์คับขัน ความเร็วสามารถสร้างความแตกต่างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กได้

ดอกเบี้ยต่ำ

ในบางกรณี ผู้ให้บริการ P2P lending สามารถให้สินเชื่อที่ดีกว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมได้ เนื่องจากการดำเนินการธุรกิจ P2P lending มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการดำเนินการของธนาคาร เพราะ ได้ใช้ระบบออนไลน์ทำงานแทนพนักงานสาขาและไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดสาขา นอกจากนี้ ผู้ให้บริการ P2P lending ได้พัฒนาระบบ credit scoring ซึ่งเน้นนำข้อมูลมาใช้ในการประเมินความเสี่ยง โดยระบบจะนำพฤติกรรม และข้อมูลเครดิตในอดีตมาใช้ในการประเมินความสามารถในการชำระเงินคืนของผู้ขอสินเชื่อ โดยข้อมูลที่แม่นยำนี้ ทำให้ผู้ให้บริการสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะรายบุคคลได้ ต่างจากสถาบันการเงินดั้งเดิมที่ให้อัตราดอกเบี้ยกับผู้ขอสินเชื่อในอัตราที่เท่ากัน

การนำเงินไปก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สถาบันการลงทุนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดสินเชื่อบุคคลต่อบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐอเมริกา กว่า 70% ของนักลงทุนในแพลตฟอร์มนี้ เป็นสถาบันทางการเงิน เช่น กองทุนบริหารความเสี่ยง กองทุนบำเหน็จบำนาญ และผู้จัดการสินทรัพย์

เงินทุนที่ไม่ได้ก่อให้เกิดดอกเบี้ยหรือรายได้ สามารถเป็นแหล่งทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อสร้างความเติบโตได้

ในตลาดเกิดใหม่ที่มีการลงทุนน้อยรูปแบบ เงินจำนวนมากมักนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร รายงานของเวทีเศรษฐกิจโลกในเรื่องของอนาคตของฟินเทค ได้กล่าวไว้ว่า “เงินทุนที่ไม่ได้ก่อให้เกิดดอกเบี้ยหรือรายได้ สามารถเป็นแหล่งทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อสร้างความเติบโตได้ และนั่นหมายถึงการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศที่แท้จริง”

หากคุณเป็น SME ที่กำลังมองหาเงินทุน สามารถมาพบกับ PeerPower ได้ในงาน Smart SME Expo 2017 ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. นี้ ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ฮอลล์ 3-4 โดยเราจะอยู่ที่โซนสีม่วง ใกล้โซนร้านอาหาร บูธ G39
#GetMyRate เรามีบริการตรวจคะแนนเครดิต โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการสามารถรับอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้นและสมัครขอสินเชื่อภายในงาน แล้วพบกันนะคะ 🙂

แหล่งที่มา
1. Thailand Office of SME Promotion
2. Digital banking for small and medium-sized enterprises. Improving access to finance for the underserved; Deloitte
3. The Future of FinTech – A paradigm shift in small business finance; World Economic Forum