fbpx
วิเคราะห์การลงทุน
อยากรู้ว่าสถานการณ์การลงทุนตอนนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์อะไรส่งผลต่อการเงินอย่างไรบ้าง ลองอ่านทางนี้ได้เลย

ผลตอบหุ้นกู้มักจะสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อและค่าเฉลี่ยผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็มีหุ้นกู้บางตัวที่ให้ผลตอบแทนต่อนักลงทุนในอัตราที่สูงมากจนผู้ออกหุ้นกู้ไม่น่าไถ่ถอนได้ จนถูกเรียกว่า Junk Bond ซึ่งหุ้นกู้ลักษณะนี้ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือหุ้นกู้ของ Tesla 

  • Tesla คือบริษัทยานยนต์ไร้คนขับซึ่งบริหารโดย Elon Musk ดำเนินการออกหุ้นกู้เพื่อต้องการกระแสเงินสดในการพัฒนาธุรกิจ
  • ปี 2014 Tesla เปิดขายหุ้นกู้เพื่อระดมทุนมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญ หุ้นกู้ดังกล่าวเสนอผลตอบแทนที่ 5.3% มีกำหนดไถ่ถอนในเดือนสิงหาคม 2025 โดยได้รับการจัดอันดับความเสี่ยงอยู่ในระดับ B- 
  • ในปี 2016 ยานยนต์ไร้คนขับของ Tesla สามารถทำกำไรได้เป็นปีแรก ด้วย  Tesla Model 3 ที่ราคาใกล้เคียงรถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมียอดสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก
  • ในเดือนเมษายน 2019 ถือเป็นช่วงมรสุมของ Tesla เมื่อไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ตามกำหนด และตัวผู้บริหารอย่าง Elon Musk ออกมาทวีตข้อความที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อมูลค่าในตลาดหุ้น และหุ้นกู้ตามมา โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจนไม่น่าลงทุน
  • Tesla High Yield Bond จึงมีมูลค่าการซื้อขายในตลาดลดฮวบลงทันที  ทำให้ช่วงอัตราผลตอบแทน ณ ปัจจุบันสูงถึงประมาณ 9% บวกกับอัตราความเสี่ยงจากการจัดอันดับ Tesla ต้องจ่ายผลตอบแทนเมื่อถึงช่วงเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ประมาณ 14% ไม่รวมเงินต้น หุ้นกู้ดังกล่าวจึงได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Junk Bond 

ผลตอบแทนหุ้นกู้ยิ่งสูงยิ่งดีจริงไหม กรณีศึกษา Tesla High Yield Bond 

ถ้าพูดถึงบริษัทเทคโนโลยีด้านยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมหรือยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแล้ว ชื่อของ Tesla Motor ต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ ที่คนจะนึกถึง ด้วยแนวคิดที่ล้ำยุค และผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนจะหลุดมาจากความฝันในนิยายไซ-ไฟ มากกว่าจะเป็นความจริง ซึ่งการทำให้ความฝันนั้นออกมาแล่นบนถนนได้คือต้นทุนราคาแพง ที่ Tesla Motor ต้องจ่ายไปไม่น้อยเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง ซึ่งหนึ่งในวิธีการให้ได้เงินนั้นมาคือการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนสำหรับพัฒนาธุรกิจ ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการวิเคราะห์จากนักลงทุนว่าจะกลายเป็น Junk Bond

Tesla Motor กับการออกหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง

ธุรกิจของ Tesla Motor คือธุรกิจยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ หากย้อนไปดูผลประกอบการจะพบว่าตัวบริษัทเองขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้ง ด้วยปัจจัยด้านต้นทุน การเจาะตลาด ตลอดจนเทคโนโลยีที่ใช้มีราคาแพงทำให้ราคาขายรถยนต์ต่อคันสูงมาก และมีงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่ารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากพอจะชดเชยข้อเสียอื่นๆ ได้ ทำให้ Tesla เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินขึ้น

เพื่อให้โครงการต่างๆ ของ Tesla Motor บรรลุจุดมุ่งหมาย จำเป็นต้องได้รับเงินทุนก้อนใหญ่เข้ามาพยุงกิจการในลักษณะของกระแสเงินสดที่หยิบไปใช้จ่ายได้ในทันที ซึ่งหนึ่งในวิธีที่เป็นไปได้นอกเหนือจากการกู้ยืม การขายหุ้น นั่นคือการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน โดยให้ผลตอบแทนที่นักลงทุนน่าจะพึงพอใจ

Tesla Motor กับการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง

หุ้นกู้ของ Tesla Motor เสนอขายในปี 2014 เพื่อระดมทุนมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญ เสนอผลตอบแทนที่ 5.3% จ่ายผลตอบแทนทุกครึ่งปี เป็นหุ้นกู้เกรด B- ซึ่งหมายความว่ามีความปลอดภัยในการลงทุน มีกำหนดไถ่ถอนในเดือนสิงหาคม 2025 

Tesla สามารถระดมทุนได้สำเร็จ และสามารถนำเงินทุนที่ได้มาบริหารจัดการจนบริษัทสามารถไปต่อได้ และสร้าง Tesla Model 3 ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติพลังงานทางเลือกที่มูลค่าใกล้เคียงกับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในท้องตลาด ซึ่งทำให้ในปี 2016 Tesla สามารถทำกำไรได้เป็นปีแรกตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่ง ณ ขณะนั้นโอกาสในการไถ่ถอนและจ่ายผลตอบแทนให้นักลงทุนของ Tesla ตามกำหนดดูไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน 

ผลตอบแทนหุ้นกู้ Tesla

ผลตอบแทนหุ้นกู้ของ Tesla Motor กับ Junk Bond

จนมาถึงเดือนเมษายน 2019 เป็นอีกครั้งที่ Tesla เจอกับปัญหาหนัก ทั้งการไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ตามกำหนด และความปนะพฤติของตัวผู้บริการแบบ Elon Musk ที่วันดีคืนดีก็ไลฟ์สดขณะสูบกัญชา รวมไปถึงทวีตข้อความตัดขาดจากโลกโซเชียลแบบทวิตเตอร์ ส่งผลให้หุ้นของ Tesla Motor ตกลงทันทีนับร้อยจุด และมีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ด้านการลงทุนว่า มีโอกาสจะแตะจุดต่ำกว่าหน่วยละ 10 เหรียญ จากราคาเปิดตัวที่ 35 เหรียญ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะตลาดหุ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ออกไปแล้ว ซึ่งส่งผลให้กลายเป็นหุ้นกู้ที่มีช่วงผลตอบแทนสูงมาก จนน่าจะกลายเป็น Junk Bond

Junk Bond 

โดยทั่วไปแล้วหุ้นกู้คำนวณผลตอบแทนจากอัตราเงินเฟ้อและระดับความเสี่ยงที่ได้รับการจัดอันดับไว้ ยิ่งการเงินในบริษัทดีมาก ผลตอบแทนจะยิ่งน้อยเพราะนักลงทุนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมาก แต่ในขณะเดียวกันหากสถานะการเงินภายในบริษัทมีปัญหามากค่าตอบแทนมักจะสูงมากตามไปด้วย เพราะต้องบวกความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องแบกรับเพิ่มเข้ามาตามระดับความเสี่ยงที่ได้รับการจัดอันดับไว้ ทำให้มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูง ซึ่งหุ้นกู้ลักษณะนี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า Junk Bond

ผลตอบแทนหุ้นกู้ที่ Tesla Motor เสนอให้นักลงทุนสูงกว่ามูลค่าตลาดหรือไม่

หุ้นกู้ของ Tesla Motor ระดมทุนมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญ เสนอผลตอบแทนที่ 5.3% จ่ายผลตอบแทนทุกครึ่งปี เป็นหุ้นกู้เกรด B- ซึ่งหมายความว่ามีความปลอดภัยในการลงทุนและมีกำหนดไถ่ถอนในเดือนสิงหาคม 2025

รายละเอียดข้างต้นไม่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของช่วงผลตอบแทน เพราะหากมองในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนดังกล่าวกับระดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้มีความสัมพันธ์กัน เว้นแต่ว่านักวิเคราะห์หลายคนให้น้ำหนักกับองค์กรจัดระดับความเสี่ยงของหุ้นกู้ทั้ง 2 แห่งที่ทำการออกหุ้นกู้ตัวนี้ คือ

  • Moody’s Investor Credit จัดระดับให้อยู่ในความเสี่ยงระดับ CCa
  • Standards and Poor จัดระดับให้อยู่ในความเสี่ยงระดับ B-

ล้วนแต่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ซึ่งหมายความว่าระดับความเสี่ยงของหุ้นกู้ตัวนี้ที่จริงแล้วควรจะอยู่ในระดับที่เสี่ยงมากกว่านั้น โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีราคาหน้าตั๋วที่ 100 เหรียญ แต่เป็นหุ้นกู้ประเภท Discount Coupon ที่จะเสนอขายในราคาต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว ทำให้ Tesla ขายในตลาดแรกที่ราคา 97 เหรียญ และ ณ ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ประมาณ 88 เหรียญ จึงทำให้ผลตอบแทนหุ้นกู้ที่นักลงทุนจะได้รับสูงกว่าที่เสนอขาย

เพราะวิธีคำนวณผลตอบแทนหุ้นกู้เมื่อถือหุ้นกู้จนครบกำหนดไถ่ถอน จะคำนวณจากราคาหน้าตั๋วเสมอ ทำให้ผลตอบแทนที่ Tesla Motor ต้องจ่ายคืนให้นักลงทุน ไม่ใช่ที่ 5.3% แต่มีโอกาสเป็นไปได้ถึง 9.3% และเมื่อบวกค่าความเสี่ยงจากอันดับจริงที่ควรจะเป็น ราคาไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ Tesla Motor ต้องจ่ายอาจสูงถึง 14% ยังไม่รวมกับเงินต้นอีก 1,800 ล้านเหรียญ 

ด้วยตัวเลขหนี้สินที่สวนทางกับผลประกอบการนี้เอง จึงทำให้หุ้นกู้ของ Tesla Motor เป็นหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง(High Yield Bond) ที่มีโอกาสกลายเป็น Junk Bond สูงมาก เพราะโอกาสที่จะไถ่ถอนได้ตามเงื่อนไขเดิมนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

ผลตอบแทนหุ้นกู้ Tesla ทำให้เราเรียนรู้อะไร

ผลตอบแทนหุ้นกู้ที่สูงมากของ Tesla Motor ทำให้เราเรียนรู้อะไร

สำหรับเพียร์ พาวเวอร์ แล้วสิ่งที่เราเรียนรู้จากเรื่องนี้เป็นไปได้ทั้ง 2 แง่มุมทั้งสำหรับเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน 

เจ้าของธุรกิจเรียนรู้อะไรได้จากเรื่องนี้

การรักษาเครดิต

เครดิตที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงเครดิตทางการเงินและวินัยทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความประพฤติและการบริหารงานของผู้บริหารในองค์กรนั้นด้วย หากมีเครดิตที่ดี โอกาสที่จะหาแหล่งเงินทุนเพื่อหมุนเวียนในธุรกิจจะง่ายกว่าพยายามซ่อมแซมเครดิตที่เสียไปแล้ว 

การเลือกวงเงินที่เหมาะสมและจ่ายไหว

เจ้าของกิจการต้องประเมินศักยภาพทางธุรกิจของตนเองให้ดีก่อนตัดสินใจยื่นขอวงเงินสูงๆ จากสถบันการเงิน การได้รับเงินทุนมากสัมพันธ์กับการมีหนี้สินจำนวนมาก และหากการคำนวณววงเงินไม่รัดกุมพอ โอกาสจะจ่ายไม่ไหวก็เกิดขึ้นได้ การชำระหนี้ตามระบบกับการชำระหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ หรือชดใช้เมื่อเบี้ยวหนี้ไปแล้วมีผลไม่เท่ากันทั้งในด้านจำวนเงินต้นและดอกเบี้ย ดังนั้นการคิดว่าขอเงินมากๆ ไว้ก่อน เหลือดีกว่าขาดนั้นถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะทุกการหยิบยืมมาพร้อมดอกเบี้ย ตั้งสติให้ดีมองผลในระยะยาวดีกว่าเลือกได้เงินมากในครั้งเดียว เพื่อลำบากต่อไปในอนาคต

และหากมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น เครดิตของคุณจะลดฮวบลงทันที การกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งนั้นยากกว่ารักษาความดีให้ตลอดรอดฝั่งมาก

การบริหารเงินทุนที่ได้มาสำคัญไม่น้อยกว่าการหาเพิ่ม

เงินทุนที่ได้มาจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากไม่สามารถทำกำไรได้ ซึ่งในกรณีนี้เราจะเห็นได้ว่า แม้ Tesla จะสามารถนำเงินทุนที่ได้รับมาต่อยอดจนเป้นผลกำไรได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อไม่สามารถบริหารได้อย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้กลับไปขาดสภาพคล่องได้อีกครั้งเช่นกัน

นักลงทุนจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง

สิ่งที่นักลงทุนได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ นั่นคือ “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” โดยเฉพาะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากๆ แบบบริษัทเทคโนโลยีลักษณะนี้ ซึ่งการจะให้ผลตอบแทนสูงลิ่วขนาดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนหุ้นกู้ที่สูงมากของ Tesla สอนเราให้รอบคอบและระมัดระวังทั้งด้านการหาแหล่งทุน และการลงทุน เมื่อผลตอบแทนที่ดูดี อาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังให้มองลึกลงไปให้มากกว่าที่ตาเห็น ดังนั้นสำหรับเจ้าของกิจการแล้ว การหาเงินที่พอเหมาะกับความต้องการและศักยภาพในการชำระคืนของตนเองคือสิ่งสำคัญ และสำหรับนักลงทุน การลงทุนโดยมองให้ลึกถึงผลได้ผลเสียและผลตอบแทนที่แท้จริงกับความเป็นไปได้ก็สำคัญเช่นกัน

 

Pinwaa
นักเขียนผู้เชื่อมั่นในพลังแห่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการสื่อสาร ที่จะช่วยคลี่คลายเรื่องยากต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเงินการลงทุนที่มีหลายแง่มุม