Category

ลงทุน

สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย มอบโอกาสอย่างไรให้กับนักลงทุน

สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย มอบโอกาสอย่างไรให้กับนักลงทุน หลายคนคงพอจะทราบว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ(Aging Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society)ในอีกไม่เกิน 30 ปีข้างหน้า ถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วที่จะใช้เวลาราวๆ 50 ปี ซึ่งเกิดจากการที่อัตราการเสียชีวิตของคนวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นและอัตราการเกิดลดต่ำลง เมื่อประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไม่ใช่วัยแรงงานปรากฏการณ์ดังกล่าวจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมในหลายด้าน แต่สำหรับหลายคนที่ยังไม่เข้าใจความหมายของสังคมผู้สูงอายุ เพียร์ พาวเวอร์ขออธิบายตามนี้ สังคมผู้สูงอายุ(Aging Society)คืออะไร คือการที่ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าประชากรวัยแรงงานมากกว่า 10% และหากมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ในอัตรามากกว่าประชากรวัยแรงงานในพื้นที่เดียวกันเกินกว่า 20% จะถือเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society) ซึ่งตามข้อมูลโดยกรมสถิติแห่งชาติ มีข้อบ่งชี้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พศ.2583 โดยมีประชากรผู้สูงอายุ 20.5 ล้านคน คิดเป็น 14.15% ของทั้งประเทศ สังคมผู้สูงอายุภายใต้นโยบายการดูแลโดยรัฐบาล เมื่อในประเทศมีกลุ่มผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายเพื่อรองรับประชากรส่วนนี้ โดยแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545 – 2564) มีเนื้้อหาหลักมุ่งไปที่การพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และได้รับการยอมรับความสามารถในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งในแผนชู 5 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ ยุทธศาสตร์ด้านการเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ เน้นการพัฒนาให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีศักดิ์ศรี และได้รับการยอมรับ ด้วยการประกันรายได้ ให้การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างจิตสำนึกให้สังคมเคารพและยอมรับผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมผู้สูงอายุ ส่งเสริมการให้ผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งทั้งด้านสุขภาพอนามัย สังคม และได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่ ด้วยการส่งเสริมมาตรการการดูแลสุขภาพอนามัยด้วยตนเอง เบื้องต้น ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันและสร้างความเข้มแข็งขององค์กรผู้สูงอายุ ส่งเสริมการทำงานและการหารายได้ของผู้สูงอายุ สนับสนุนผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุนให้มีสื่อเพื่อผู้สูงอายุ และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ และสามารถเข้าถึงข่าวสารและสื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย ยุทธศาสตร์ด้านระบบคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ สร้างหลักประกันในชีวิตให้กับผู้สูงอายุในด้านต่างๆ ทั้งด้านรายได้ การมีหลักประกันด้านคุณภาพ ส่งเสริมให้ได้รับการดูแล และคุ้มครองโดยครอบครัว สร้างบริการและเครือข่ายการเกื้อหนุน ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุระดับชาติและการพัฒนาบุคลากรด้านผู้สูงอายุ สร้างคุณค่าจากการทำงานให้กับผู้สูงอายุ เช่นการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุระดับชาติ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ด้านการประมวลและพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุและการติดตามประเมินผลการดำเนินการ ตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ สร้างบุคลากร การบริการ ที่เกื้อหนุนต่อสังคมผู้สูงอายุเช่น สนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานวิจัยดำเนินการประมวล และพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุที่จำเป็นเพื่อออกแบบสังคมที่เหมาะสมเพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุ สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย การพัฒนาการบริการและการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเหมาะสม มาตรการดำเนินการให้มีการติดตามประเมินผลแผนผู้สูงอายุแห่งชาติที่มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง มาตรการพัฒนาฐานข้อที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและทันสมัย สังคมผู้สูงอายุมีผลอย่างไรต่อการลงทุน โอกาสในการลงทุนเมื่อสังคมผู้สูงอายุมาถึงมีความเป็นไปได้หลายทาง เมื่อมองแยกตามวัตถุประสงค์ในการลงทุน คือ… Read more

คืนภาษี… ลงทุนยังไงดีให้ได้ประโยชน์จากภาษีมากที่สุด

คืนภาษี…ลงทุนยังไงดีให้ได้ผลประโยชน์จากภาษีมากที่สุด เพิ่งผ่านการยื่นภาษีกันไปไม่นาน นักลงทุนหลายคนที่วางแผนมาดีก็จะได้รับการคืนภาษาที่คุ้มค่า เพียร์ พาวเวอร์ เชื่อว่าหลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการลงทุนส่งผลต่อการจ่ายภาษีประจำปีอย่างไรบ้าง นักลงทุนจึงมักจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมบางประเภทที่เน้นการออมเช่นกองทุน RMF หรือ LTF เพื่อประโยชน์ด้านการลดหย่อนและขอคืนภาษีหลายคนจึงมุ่งวางแผนภาษีประจำปีด้วยการซื้อกองทุนรวมเฉลี่ยๆ กันไว้ เพราะคิดว่าเป็นการลงทุนเพื่อคืนภาษีที่คุ้มค่า ซึ่งที่จริงแล้วการลงทุนเพื่อให้ได้คืนภาษีมีอีกหลายวิธี ไม่เฉพาะการซื้อกองทุนรวมเท่านั้น มาลองดูกันว่า มีการลงทุนแบบไหนอีกบ้าง ที่จะช่วยให้แผนภาษีปีหน้าของคุณได้ทั้งลงทุน ได้ทั้งภาษีคืน คืนภาษีจากการลงทุนมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เงื่อนไขการคืนภาษีจากหน่วยลงทุน จะเกิดขึ้นได้ 2 ทางคือจากการซื้อหน่วยลงทุน กับผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน ซึ่งการลงทุนแต่ละอย่างจะได้รับสิทธิ์ในส่วนนี้ไม่เท่ากัน เงินลงทุนลดหย่อนได้+ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษี ในการซื้อหน่วยลงทุน จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว 10% ซึ่งตามกฎหมายอนุญาตให้นำเงินในส่วนนี้ไปยื่นขอลดหย่อนภาษีประจำปีได้  แถมไม่ต้องเสียภาษีที่ได้จากผลตอบแทนด้วย การลงทุนที่เข้าข่ายนี้คือ กองทุน RMF, LTF ประกันชีวิตบางประเภท ประกันบำนาญ เงินลงทุนลดหย่อนไม่ได้ + ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษี ในส่วนของการลงทุนบางอย่างที่ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ หน่วยลงทุนที่ซื้อไปก็จะไม่สามารถนำไปยื่นเพื่อขอคืนภาษีได้ แต่สำหรับผลตอบแทนเช่นดอกเบี้ย หรือจากการซื้อขายหน่วยลงทุน ไม่ต้องเสียภาษี การลงทุนประเภทนี้คือการลงทุนประเภทออมทรัพย์ เงินปันผลสหกรณ์ เงินฝากประจำผู้สูงอายุ กองทุนรวมที่เน้นปันผลการลงทุนในหุ้น เงินปันผลจากหุ้น ซึ่งมีการหักภาษีปันผล 20% ก่อนจ่ายให้กับนักลงทุน ซึ่งทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการจ่ายภาษี จึงมีกฎหมายเอื้อให้นักลงทุนนำส่วนต่างนี้ไปขอเครดิตภาษีเงินคืนได้ โดยต้องดูความคุ้มค่าจากฐานภาษีดังนี้ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา น้อยกว่า  อัตราภาษีเงินได้ที่ถืออยู่ ยื่นเครดิตภาษี = คุ้มค่า อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มากกว่า อัตราภาษีเงินได้ที่ถืออยู่  ยื่นเครดิตภาษี = ไม่คุ้มค่า เงินลงทุนลดหย่อนไม่ได้ + ผลตอบแทนต้องเสียภาษี คือที่ซื้อก็ซื้อไป และเมื่อได้ผลตอบแทนเช่นดอกเบี้ยหรือการขายหน่วยลงทุนไป ก็ต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ ได้แก่การฝากประจำ และการลงทุนในตราสารหนี้ คืนภาษีจากกองทุนรวมประเภทเงินออม ในการซื้อกองทุนรวม LTF,RMF จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10 % ซึ่งภาษีที่ถูกหักไว้นี้สามารถนำไปขอลดหย่อนภาษีเมื่อครบปีภาษีได้ ถ้ามีการซื้อขายระหว่างปีภาษี ผลตอบแทนหรือดอกผลที่ได้จากกองทุนดังกล่าวก็จะได้รับการยกเว้นภาษีไปด้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะได้ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท คืนภาษีจากประกันชีวิต สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000… Read more

Bud รับ 20 ล้านเหรียญ เพื่อเชื่อมต่อธนาคาร Fintech และผู้ให้บริการทางการเงิน

Bud รับ 20 ล้านเหรียญ เพื่อเชื่อมต่อธนาคาร Fintech และผู้ให้บริการทางการเงิน Bud ฟินเทคสัญชาติอังกฤษที่ช่วยให้ธนาคารเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น ข้อมูลฟินเทค และผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ ปิดงบการระดมทุนเพิ่มได้ที่ 20 ล้านเหรียญ ในซีรี่ย์ A ดูเหมือนว่าบริษัทดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจากธนาคารหลายแห่ง ทั้ง HSBC(โดยตรงเป็นแห่งแรกในฐานะลูกค้า) Goldman Sachs, ANZ, Investec’s INVC fund, and InnoCells(บริษัทร่วมทุนในการดูแลของ Banco Sabadell) ในส่วนอื่นๆ เช่น Lord Fink (ผู้บริหารกองทุนกลุ่มปกป้องความเสี่ยง) และ 9Yards Capital(บริษัทร่วมลงทุนที่มี George Osborne เป็นที่ปรึกษา) จากการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2016 จากแอปของผู้บริโภคสู่การสร้างทางเชื่อมต่อบริการทางการเงินที่รวมไว้ในที่เดียว บริษัทสตาร์ทอัพจากลอนดอนแห่งนี้ ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธนาคารสามารถแข่งขันได้ใน (PSD2 era)  เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ธนาคารสร้างแอปและบริการใหม่ที่ทำให้ลูกค้าจัดการบริการทางการเงินทุกอย่างได้ในแอปเดียว หลักๆ แล้ว Bud ทำหน้าที่เป็นชั้นของเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่เชื่อมต่อข้อมูลบัญชีธนาคารสู่ผู้ให้บริการทางการเงินซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 รวมทั้งผู้ให้บริการฟินเทค และผู้ให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม สิ่งที่มันทำคือการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้าจากข้อมูลธนาคาร “งานของเราที่ทำกับบริษัท First Direct  คือการแสดงให้เห็นรูปแบบและกลไกการทำงานที่มีความเป็นไปได้เนื่องจากกฏเกณฑ์ใหม่จากหน่วยงานรัฐ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการเชื่อมต่อที่เกี่ยวโยงกันสู่ฟินเทคและบริการจากธนาคาร” George Dunning ผู้บริหารด้านเทคโนโลยี และ Co-Founder ของ Bud กล่าว “เราได้สร้างฟีเจอร์ที่คำนวณจำนวนข้อมูลขึ้นมา เพื่อให้ข้อมูลนั้นช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตง่ายขึ้นการเชื่อมต่อและการเพิ่มจำนวนบัญชีคือมาตรฐาน ณ ขณะนี้ ดังนั้นเราจึงมุ่งไปที่หลายๆ สิ่ง เช่นการเพิ่มความรู้ทางการเงิน “Smart Balance” คือรูปแบบที่แแสดงให้เห็นวิธีที่พวกเขาจะสามารถวางแผนการใช้เงินให้ได้อย่างปลอดภัย ส่วน “Goals” ช่วยวางแผนการเงินของพวกเขาล่วงหน้า  ระบบการวางแผนจ่ายเงินล่วงหน้าของเราสามารถ หา คัดกรอง และติดตามการจ่ายบิลและถ้าคุณอยากเก็บเงินได้ Bud เชื่อมต่อคุณสู่บริการที่จะทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น” ฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะระบบของ Bud สามารถเรียนรู้รูปแบบและพฤกติกรรมของผู้ใช้  “เช่นการที่บริษัทรู้ได้ว่าผู้ใช้กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ตัวแอปพลิเคชั่นก็จะนำเสนอและช่วยผู้ใช้เหล่านั้นซื้อประกันการเดินทางได้ง่ายขึ้น โดยจับคู่กับบริษัทประกันในเครือข่ายซึ่งง่ายกว่าการที่คุณซื้อประกันภัยโดยวิธีดั้งเดิม” Dunning กล่าว นอกจาก HSBC… Read more

Bitcoin ซื้อลมได้ลมหรือสุดยอดผลตอบแทนจากการลงทุน

Bitcoin ซื้อลมได้ลมหรือสุดยอดผลตอบแทนจากการลงทุน เดิม “เงิน” ถูกควบคุมโดยรัฐบาลแต่ละประเทศด้วยกฎหมายการเงินการคลัง และดำเนินการผ่านสถาบันการเงินในประเทศนั้นๆ จนเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า เทคโนโลยีทางการเงินเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่สามารถมีสกุลเงินดิจิตอลขึ้นมาได้ Bitcoin จึงเป็นเงินสกุลดิจิตอลสกุลแรกที่เกิดขึ้น และได้รับความนิยมจากผู้ใช้จนมูลค่าสูงสุดแตะ 200,000 บาทต่อ BTC มาแล้ว ในขณะที่หลายคนลงทุนกับ Bitcoin และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มานานปี แต่ก็ยังมีทั้งคนที่สนใจลงทุนและคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เพียร์ พาวเวอร์ จึงอยากพาทุกคนมารู้จักและเข้าใจ Bitcoin กันก่อนที่จะตัดสินใจว่ามันน่าลงทุนหรือไม่ อย่างไรดี Bitcoin คืออะไร Bitcoin คือสกุลเงินดิจิตอล ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย “ซาโตชิ นากาโมโตะ” (ในปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นบุคคลหรือกลุ่มใดกันแน่) มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ทำธุรกรรมทางการเงินไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารเป็นมูลค่าสูงๆ โดยการจะได้มาซึ่งเหรียญเงินดิจิตอล หรือ Bitcoin นั้นจะต้องมีการถอดสมการคณิตศาสตร์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ในเครือข่ายนั้นๆ ก่อน เรียกว่าการ “ขุด” เมื่อขุดหรือถอดสมการสำเร็จจะเกิดบล็อคใหม่ขึ้นมา 1 บล็อค เรียกว่าบล็อครางวัล (Blockreward) ผู้ที่จะได้บล็อคนี้ไปจะต้องเป็นผู้ที่ถอดสมการเพื่อยืนยันการมีอยู่ของบล็อคนี้ได้ โดยได้รับค่าตอบแทนสูงสุดที่ 50 BTC รางวัลจะลดลงครึ่งหนึ่งทุกครั้งที่มีการขุดครบ 21,000 BTC การขุดบิทคอยน์ในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ซึ่งจะให้ค่าตอบแทนต่อการยืนยันธุรกรรมครั้งละ 12.5 BTC เมื่อขุดได้และมีการทำธุกรรม ข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะถูกนำมาเก็บไว้ในบล็อคที่เรียกต่อกันเป็นลูกโซ่ เรียกว่า Blockchain ทุกธุรกรรมที่ถูกบันทึกไว้ในบล็อคเชนทุกคนที่มีบัญชีสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการโอนเกิดขึ้น อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มเข้าใจ Concept ของการผลิตBitcoinแล้ว ว่ามันคือการปล่อยคอมพิวเตอร์ให้ทำงานไปเรื่อยๆ จนถอดสมการเสร็จ แล้วรับผลตอบแทนจากการถอดสมการนั้น และการยืนยันการมีอยู่ของมัน วิธีการแบบนี้เรียกว่าการทำเหมือง(Mining) นอกจากการยืนยัน Bitcoin เกิดใหม่แล้ว การยืนยันธุรกรรมที่เกิดขึ้นก็มีผลตอบแทนให้ด้วย เป็นค่าธรรมเนียมที่แล้วแต่ผู้ทำธุรกรรมจะตั้งขึ้นมา ดังนั้นบล็อคไหนที่ให้ค่าธรรมเนียมสูง คนก็จะไปช่วยยืนยันมาก แต่คนที่ถอดรหัสจนได้กล่องรางวัลในกรณีนี้คือคนที่ถอดได้ก่อนเท่านั้น Bitcoin สามารถถอนออกมาเป็นเงินสดได้ โดยแลกผ่านธนาคารเหมือนเงินทั่วไป มูลค่าของ Bitcoin ปัจจุบัน(มีนาคม 2019)อยู่ที่ราวๆ 120,000 บาทต่อBTC โดย Bitcoin มีการป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อด้วย 2 สิ่งคือ อัลกอริทึ่มให้ถอดสมการได้ 1 บล็อคในทุก 10 นาที โดยสมการดังกล่าวจะเรียนรู้เครื่องมือ… Read more

คริปโตเคอเรนซีกระแสรวยเร็วที่ศูนย์เฝ้าระวังทางการเงินอังกฤษจับตา

คริปโตเคอเรนซีกระแสรวยเร็วที่ศูนย์เฝ้าระวังทางการเงินอังกฤษจับตา “ผู้บริโภคจะเข้าใจว่าพวกเขาจะรวยได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้เงินสดลงทุนในสกุลเงินดิจิตอล(Cryptoasset) ซึ่งไม่ใช่สกุลเงินที่มีกฎหมายรองรับ เช่นBitcoin หรือ Ether โดยที่ไม่ได้เข้าใจมันจริงๆ” ศูนย์เฝ้าระวังทางการตลาดของอังกฤษกล่าว ศูนย์การวางข้อปฏิบัติทางการเงิน(Financial Conductter Authority :: FCA)ของอังกฤษได้เผยแพร่ข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อ Cryptoasset ที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เป็นเจ้าของและต้องการซื้อเงินดิจิตอลพบว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาต้องการซื้อมันด้วยเงิน “ทั้งหมด” ที่มี ซึ่งน่าสังเกตว่ามันเกิดจากความไม่รู้ว่าควรลงทุนเพียงบางส่วนเท่านั้น “มันไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องนัก เมื่อเจ้าของ Crytoasset ที่ให้สัมภาษณ์มักจะเข้าใจว่ามันทำให้ “รวยเร็ว” โดยอ้างถึงเพื่อน หรือผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินในโซเชียลมีเดียมาเป็นแรงจูงใจในการลงทุนกับเงินสกุลดิจิตอล” FCAกล่าว หน่วยงาน FCA รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่าต้องเตือนผู้บริโภคให้ทราบว่าพวกเขาอาจสูญเงินทั้งหมดจากการลงทุนในเงินดิจิตอล หลังจากที่มูลค่าของ Bitcoin ตกลงอย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้วความเสียหายดังกล่าวอาจไม่หนักเท่าที่คาดการณ์ไว้ หากมีการค้นพบข้อสรุปเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ในการควบคุมตลาดเงินดิจิตอลที่เข้มงวดมากขึ้น รัฐบาลอังกฤษต้องการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะบล็อคเชนที่เป็นการเกื้อหนุนต่อสกุลเงินดิจิตอล FCA ยังกล่าวอีกว่าชาวอังกฤษส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินดิจิตอลคืออะไร คนที่รู้จักมันมักเป็นกลุ่มผู้ชายอายุระหว่าง 20 – 44 ปี ณ ปัจจุบันจึงบอกได้เพียงว่า ผู้ซื้อ Cryptoasset ประมาณครึ่งหนึ่งใช้จ่ายเงินราวๆ 200 ปอนด์เพื่อเอาเงินไปทิ้ง กว่าครึ่งของคนที่ลงทุนใน Cryptoasset จะลงทุนใน Bitcoin และหนึ่งใน 3 จะเลือกลงทุนกับ Ethereum FCA ต้องการยืนยันให้แน่ใจ ว่าได้ดำเนินการเพื่อปกป้องผู้บริโภคและความสมบูรณ์ของตลาดอย่างเต็มที่แล้ว ด้วยการแสดงงานวิจัยชิ้นนี้” คริสโตเฟอร์ ลูวาร์ด ผู้ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกลยุทธ์และการแข่งขันของ FCA กล่าว “ข้อแนะนำจากงานวิจัยคือ ผู้บริโภคที่ยังไม่มีความเข้าใจในสกุลเงินดิจิตอลจะยังไม่ซื้อหรือใช้มันในเร็วๆ นี้” Cryptoasset เช่น Bitcoin ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายทางการเงินของประเทศอังกฤษ นั่นหมายความว่าผู้บริโภคกลุ่มที่เป็นเจ้าของCryptoasset จะไม่ได้รับการติดตามจากรัฐบาล รวมถึงจะไม่ได้รับการชดเชยจาก FCA ในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น   แปลและเรียบเรียงจาก :: UK watchdog warns against ‘get rich quick’ cryptoasset purchases By Huw Jones