เศรษฐกิจผันผวน-diversification

กระจายการลงทุนอย่างไรในยุคเศรษฐกิจผันผวน

ธนาคารแห่งประเทศไทยและนักเศรษฐศาสตร์ไทยชี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้ แต่ยังไม่ดีนัก เพราะค่าเงินบาทในปีนี้ยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนรุนแรงตลอดทั้งปีจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองต่างประเทศ

สำหรับนักลงทุน การคาดการณ์สภาพเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจนำสินทรัพย์ไปลงทุน เพราะสินทรัพย์บางประเภท เช่น หุ้นหรือพันธบัตรมีผลตอบแทนที่ผันผวนตามเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้เลยว่าสภาพเศรษฐกิจจะไปในทิศทางใด ดังนั้น การจัดสรรสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

จุดมุ่งหมายของการจัดสรรสินทรัพย์คือการสร้างความสมดุลของพอร์ตฟอลิโอเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการตามเงื่อนไขต่างๆ เช่น ความสามารถในการรับความเสี่ยง หรือ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการลงทุน

ตลาดสินเชื่อออนไลน์จัดเป็นสินทรัพย์แบบใด?

โดยส่วนใหญ่แล้วสินทรัพย์ถูกจัดประเภทได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ หุ้น, สินทรัพย์ถาวร เช่น ตราสารหนี้หรือพันธบัตร, เงินสด และอสังหาริมทรัพย์

สำหรับตลาดสินเชื่อออนไลน์ (Marketplace Lending) Prosper จัดให้เป็นสินทรัพย์ทางเลือกประเภท Fixed-income ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับหุ้นกู้ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ให้รายได้คงที่ทุกเดือน

วิธีในการจัดสรรสินทรัพย์

หนึ่งในกฎสำคัญของนักลงทุนในการจัดสรรสินทรัพย์ คือ การกระจายการความเสี่ยงในการลงทุน และวิธีการที่นักลงทุนมักนิยมใช้ในการกระจายความเสี่ยง คือ การลงทุนในสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ และการแบ่งอัตราส่วนการลงทุน 60:40 ในหุ้นและพันธบัตร แต่จากข้อมูลของ Bondora พบว่า

1. ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศเป็นไปในทิศทางที่สูงขึ้น

ในอดีต การลงทุนทั้งในสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศสามารถลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้ เพราะเมื่อสินทรัพย์หนึ่งมีผลตอบแทนที่ลดลง ผลตอบแทนโดยรวมในพอร์ตจะยังไม่ลดลงมาก แต่ในปัจจุบัน เมื่อเศรษฐกิจโลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างประเทศจึงเชื่อมโยงเข้าหากันได้ง่ายขึ้น อ้างอิงจากงานวิจัยของ BlackRock พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 0.47 ในปีพ.ศ.2553 เป็น 0.88 ในปีพ.ศ.2558 ดังนั้นการกระจายการลงทุนทั้งสินทรัพย์ในและต่างประเทศจึงไม่มีประสิทธิภาพดังที่เคยเป็น

2.ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและพันธบัตร เป็นไปในทิศทางที่สูงขึ้น

ผลตอบแทนของพันธบัตร มักเป็นไปตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจและมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงน้อย แต่ด้วยความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน และความสัมพันธ์ของผลตอบแทนในหุ้นและพันธบัตรที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งยังเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จะทำให้นักลงทุนเผชิญความเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้น ดังนั้น นักลงทุนควรพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ไม่ใกล้เคียงกันนัก เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงในระยะยาว

วิธีแก้ไขปัญหา: การกระจายการลงทุน

“Marketplace Lending” คือ หนึ่งในวิธีการลงทุน ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดสรรสินทรัพย์แบบ “Non-Correlation” เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและสามารถลดความผันผวนของผลตอบแทนได้
การกระจายการลงทุน

ยกตัวอย่างเช่น หากในพอร์ตการลงทุนของเรา มีสินทรัพย์ประเภทหุ้นและธนบัตรอยู่ โดยสินทรัพย์ทั้ง 2 ประเภทนี้เป็นประเภทเดียวกันและมักผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ หมายความว่า ถ้าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดี ผลตอบแทนจะเป็นบวก แต่ถ้าหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มผันผวนรุนแรงตามการคาดการณ์ของธปท. ผลตอบแทนทั้ง 2 จะเป็นไปในทิศทางลบทั้งสองเลยทีเดียว

ดังนั้น การลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น การลงทุนในหุ้น (ที่ผันผวนตามทิศทางเศรษฐกิจ) และลงทุนในตลาดสินเชื่อออนไลน์ (ผันผวนเศรษฐกิจตามเล็กน้อย) เพื่อกระจายความเสี่ยง จะช่วยให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและไม่มากไม่น้อยเกินไป

ประโยชน์การกระจายการลงทุน

ขณะนี้ PeerPower เปิดให้บริการแก่นักลงทุนรายใหญ่ สำหรับนักลงทุนท่านใดที่สนใจลงทุนกับ PeerPower สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ >> bit.ly/2rKUaHt หรือโทร. 02-026-3514 ต่อ 2 ค่ะ

Leave a Reply