fintech บริการและการลงทุน

Fintech เทคโนโลยีทางการเงิน การบริการ และการลงทุน

Fintech ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไกลตัวอีกต่อไปสำหรับโลกในปัจจุบัน ที่การเงินกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อจำกัดที่ลดลง

  • Fintech หรือเทคโนโลยีทางการเงิน คือการนำเอาการเงิน (Finacial) มาบวกเข้ากับเทคโนโลยี (Technology) เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านการเงิน
  • Fintech แบ่งออกได้กว้างๆ เป็น 7 ประเภท คือ
    • Banking Technology การเข้าถึงและทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคาร
    • Lending Technology บริการกู้ยืมขอสินเชื่อ
    • Cryptocurrency เงินสกุลดิจิทัล
    • Payment ระบบการจ่ายเงิน
    • Application Programing Interfaces (API Data) สะพานเชื่อมข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับข้อมูล
    • Regulation Technology เทคโนโลยีตรวจสอบความปลอดภัยทางการเงิน
    • Insurtech เทคโนโลยีประกันภัย
  • คนที่ใช้ประโยชน์จาก Fintech ได้ มีทั้งบุคคลทั่วไป ธนาคาร ผู้ให้บริการด้าน E-Commerce ผู้ประกอบการด้านสตาร์ทอัพ และนักลงทุน
  • เราสามารถลงทุนกับ Fintech ได้ด้วยการลงทุนใน Cryptocurrency เทคโนโลยีการให้และขอสินเชื่อ และเทคโนโลยีประกันภัย
  • ในประเทศไทยมีสถิติการใช้ระบบ Payment มากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย จากการซื้อของออนไลน์

Fintech เทคโนโลยีทางการเงิน การบริการ และการลงทุน

ถ้าย้อนเวลากลับไปถามคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกซัก 20 ปีที่แล้ว การบอกว่าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องไปที่ธนาคาร คงถูกมองด้วยความสงสัย หนักกว่านั้นคือถูกหาว่าเป็นบ้า เพราะบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินดูช่างซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะมีอำนาจจัดการ แต่ในวันนี้ การเข้าถึงบริการทางการเงิน การลงทุน หรือแม้แต่เรื่องยากๆ แบบการขอสินเชื่อก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ เพราะ Fintech หรือเทคโนโลยีทางการเงินทำให้เป็นไป

Fintech คืออะไร

Fintech หรือ Financial Technology คือการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเงินในการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นสินค้า บริการ การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถึงเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจใหม่ๆ ทำให้การเข้าถึงทางการเงินเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยี

Fintech มีจุดเริ่มต้นจากการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบงานของธนาคาร เมื่อเทคโนโลยีเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับความสามารถในการเข้าถึงของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่ถือเป็น Disrupter แห่งยุค ก็ทำให้อำนาจในการทำธุรกรรมและเข้าถึงบริการทางการเงินไม่ถูกจำกัดอยู่กับสถาบันการเงินอีกต่อไป Fintech ได้แตกแขนงออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ กัน เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ใช้

Fintech มีกี่แบบ อะไรบ้าง 

ถ้าพูดถึง Fintech คนมักจะคิดถึงระบบ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์บอกได้เลยว่าไม่ผิด แต่ตามที่ได้บอกไปแล้วว่า Fintech นั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ถ้าจะจำแนกตามจุดประสงค์ในการใช้งาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 แบบ 

Banking Technology

การนำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่คนมักคิดถึงเมื่อพูดถึง Fintech เพราะหลายคนคุ้นเคยและเชื่อว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทำงานส่วนใหญ่จะมีแอปพลิเคชั่นธนาคารติดตั้งอยู่แล้ว Fintech ประเภทนี้คือ Mobile Banking ที่มีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ที่เป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทำงานในฟังก์ชั่นเดียวกับที่ธนาคารแบบดั้งเดิมทำ ยกเว้นการจัดการกับเงินสด

Lending Technology

เทคโนโลยีเพื่อการขอสินเชื่อ กู้ยืม เพียร์ พาวเวอร์จัดอยู่ในประเภทนี้ คือมีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการขอและให้สินเชื่อ Fintech ประเภทนี้จะอยู่บนพื้นฐานการสมัครขอสินเชื่อ ตรวจสอบเครดิต และอนุมัติสินเชื่อ

Cryptocurrency

สกุลเงินดิจิทัลทั้ง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการสมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในโลกออนไลน์ แล้วทำให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึงเก็งกำไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่ถือกำเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และที่สั่นสะเทือนวงการการเงินล่าสุดคือการประกาศเปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์เจ้าใหญ่ทั่วโลกซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต

การเกิดขึ้นของ Fintech ประเภทนี้ บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบการเงินดั้งเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากทั่วโลก อย่างไรก็ดี Cryptocurrency ถือเป็นระบบการเงินแห่งอนาคตที่มีการขยายขอบเขตความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

Payment Technology

ระบบการจ่ายเงินที่ดำเนินการด้วยเทคโนโลยี Fintech ประเภทนี้คือระบบตัวแทนการใช้จ่าย ที่ผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่นระบบ E-Wallet ต่างๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงที่เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ใช่ธนาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จ่ายเท่านั้น

Application Programing interface (API Data)

ระบบ API Data ทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม เป็นเหมือนประตูบ้านที่จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าของบัญชีหรือผู้ใช้ที่ถูกต้องเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ ได้ ระบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับ Mobile banking และแพลตฟอร์มอื่นๆ

Regulation Technology 

นอกจากจะใช้เพื่อเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว Fintech ยังสามารถใช้เพื่อตรวจสอบและป้องกันการเข้าถึงบริการเหล่านั้นในลักษณะที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย Regulation Technology หรือ Regtech ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบการทำธุรกรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น อาจเป็น AI หรือเป็นระบบภายในของธนาคารหรือแพลตฟอร์มก็ได้

Insurance Technology/ Insurtech

หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง รวมทั้งระบบการคำนวณเบี้ยประกันมีความซับซ้อน การใช้ Fintech เข้ามาช่วยทั้งด้านการคำนวณเบี้ยประกัน ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงอัตราส่วนลดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้เสนอขายประกันภัย ประกันชีวิตบริหารจัดการระบบประกันได้ง่ายขึ้น

Fintech คืออะไรมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

Fintech มีประโยชน์อย่างไร กับใครบ้าง

ในเมื่อรูปแบบของ Fintech มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใช้บริการแทบทุกระดับ ประโยชน์ของ Fintech จึงมีมากตามไปด้วย โดยอาจแบ่งประโยชน์ของ Fintech ตามกลุ่มผู้ใช้งานได้ดังนี้

บุคคลทั่วไป

ได้ประโยชน์จาก Fintech ในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ที่ทำให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทำธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเชื่อ ลงทุนได้ด้วยตนเอง

สถาบันการเงิน

ใช้ประโยชน์จาก Fintech ได้ด้วยการนำระบบ API Data มาใช้ หรือการตรวจสอบความปลอดภัยด้วย Regtech รวมถึงสิ่งที่ง่ายและเป็นประโยชน์ที่สุดคือการสร้างระบบธนาคารย่อยๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ

ผู้ให้บริการ E-Commerce

ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปแบบของระบบ Payment การเชื่อมต่อ API Data และ Banking Technology เพราะเป็นการขายออนไลน์ที่เกิดการใช้จ่ายขึ้นในแพลตฟอร์ม

นักลงทุน

Fintech เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech และ Lending Technology ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่อยากลองลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ

Fintech มีประโยชน์และผลกระทบต่อใคร อย่างไรบ้าง

Fintech มีผลกระทบอย่างไรกับธนาคารและอุตสาหกรรมอื่น

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า Fintech คือการทำให้คนทั่วไปมีอำนาจจัดการการเงินของตัวเองมากพอกับที่ธนาคารสามารถทำได้ ประกอบกับมีหลายๆ รูปแบบในการให้บริการ นอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้ว เราจะพบการตั้งคำถามกับ Fintech ในลักษณะการ Disruption ระบบการเงินแบบดั้งเดิมด้วย โดยกลุ่มที่มองว่าอาจได้รับผลกระทบจาก Fintech มีอยู่ 2 – 3 กลุ่มคือ

ธนาคารหรือสถาบันการเงิน

ด้วยความเป็นเจ้าเก่าที่ครองอำนาจทางการเงินมาโดยตลอด ทำให้เมื่อ Fintech กำเนิดขึ้นมาโดยมีลักษณะที่คล้ายกับการให้บริการของทางธนาคาร จึงมีการตั้งคำถามว่าธนาคารจะอยู่ได้หรือไม่หากคนหันไปใช้ Fintech กันมากขึ้น 

จากข้างต้น เราจะพบว่าแม้ Fintech จะมีหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริหารจัดการการเงิน แต่ไม่ได้มีที่ไหนรับฝากเงินเหมือนที่ธนาคารทำ การได้รับเงินสดจากเทคโนโลยทางการเงินนั้นเป็นไปได้ยาก เราเห็นตัวเลขแต่ไม่ได้เห็นตัวเงินจริงๆ จนกว่าจะมีการแลกเปลี่ยนผ่านทางสถาบันการเงินในที่สุด ดังนั้นธนาคารไม่ได้มีบทบาทลดลงจากการเข้ามาของ Fintech พร้อมกันนั้น ธนาคารก็ย้ายตัวเองลงไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มากขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเช่นกัน การที่สาขาของธนาคารปิดตัวลง อาจมีผลกระทบต่อคนทำงานด้านปฏิบัติการในธนาคาร แต่หากมองในแง่สถานะและความมั่นคงของธนาคารแล้ว นี่อาจเป็นข้อดีมากกว่าก็ได้ 

ธนาคารเองก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จาก Fintech ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก จะเลือกหนุนหลังธุรกิจที่พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่ต้องลงมือพัฒนาเอง

ห้างสรรพสินค้า

เมื่อมีการซื้อขายออนไลน์แบบครบขั้นตอนในแพลตฟอร์มเกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก Fintech การซื้อขายสินค้าที่ต้องเดินทางออกไปเพื่อค้นหาจึงมีความจำเป็นลดลง รวมถึงขณะนี้ ปนะเทศไทยมีอัตราการใช้จ่ายออนไลน์สูงที่สุดในเอเชีย ห้างสรรพสินค้าจึงเป็นส่วนหนึ่งที่อาจได้รับผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบซื้อของที่ได้สัมผัสด้วยมือ มองเห็นด้วยตา รวมถึงต้องการที่นั่งเล่น พบเจอกับเพื่อนก็ยังมีอยู่เช่นกัน

 

Fintech มีมุมที่เป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย รวมทั้งมีโอกาสและอัตราการเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่การใช้จ่าย และการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพียร์ พาวเวอร์เองเป็นหนึ่งใน Fintech ที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมระหว่างผู้ขอสินเชื่อ SME และนักลงทุน ซึ่งหากท่านเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องการบริการนี้ ติดต่อเพียร์ พาวเวอร์ได้เลย

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply