Elon-Musk ลงทุนแบบมองการณ์ไกล

Elon Musk ลงทุนแบบมองการณ์ไกล

Elon Musk เป็นที่รู้จักจากการเป็นเศรษฐีและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็เป็นนักลงทุนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Visionary Investor หรือนักลงทุนผู้มีสายตายาวไกล เพราะการลงทุนของเขาไม่ได้จำกัดอยู่ที่สินทรัพย์ ผลกำไร หรือแม้แต่โลกใบนี้

  • Elon Musk เติบโตในบ้านพ่อที่แอฟริกาใต้ เขาเริ่มเขียนโปรแกรมขายตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เป็นเกมง่ายๆ ที่ทำเงินให้เขาได้ 500 เหรียญ 
  • เขาเป็นเด็กที่ถูกรังแกในโรงเรียน ด้วยวัยเด็กที่เลวร้าย ทำให้เขาไม่ชอบการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์  Musk จึงหันเข้าหาหนังสือที่เป็นมิตรกว่าสำหรับเขา เขาอ่านหนังสือจนหมดห้องสมุดเมื่ออายุเพียง 8 ขวบ และหนึ่งในหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจอันแรงกล้าให้เขากล้าคิดไกล มองไกล คือ “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” โดย “Douglas Adam” ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอวกาศ ว่ากันว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ได้จุดประกายแนวคิดการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารให้กับอีลอนส์ มัสก์
  • เพื่อทำฝันนั้นให้สำเร็จ เขาจึงย้ายมาอยู่กับแม่ที่แคนาดา เพื่อจะได้เข้าเรียนมหาวิทยลัยในซิลิคอน วัลเลย์ ที่ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นแหล่งรวมคนมีความสามารถและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก
  • ในช่วงต้นของการทำธุรกิจเขาทำกำไรได้จากการก่อตั้งบริษัทแล้วขายไป ไม่ว่าจะเป็น Zip2.com, PayPal ซึ่งทำให้เขามีสินทรัพย์นับพันล้านตั้งแต่อายุยังน้อย และเริ่มสานฝันไปสู่บริษัทด้านเทคโนโลยีเพื่อให้มนุษย์อยู่รอดเช่น SpaceX หรือ Tesla Motors หรือแม้แต่ SolarCity ที่ขายกิจการไปแล้ว
  • ความสำเร็จจากธุรกิจด้านเทคโนโลยีและพลังงาน รวมถึงแนวคิดการช่วยให้มนุษย์มีแหล่งพลังงานสำรองและอยู่อาศัยบนโลกใบอื่นได้ ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น Tony Stark ในโลกความเป็นจริง

 

Elon Musk ลงทุนแบบมองการณ์ไกล

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก คือกลุ่มที่ทันเกมตลาด และเลือกสินทรัพย์ในการลงทุนได้ถูกต้องกับช่วงเวลา และสามารถประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์กับผลตอบแทนที่ตนเองต้องการได้อย่างแม่นยำ แต่ยังมีนักลงทุนอีกประเภทหนึ่งที่กล้าลงทุนกับความสำเร็จ แม้จะมีโอกาสล้มเหลวก็ตาม นักลงทุนกลุ่มนี้คือ Visionary Investor ซึ่งชื่อที่ติดอันดับต้นๆ จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก Elon Musk 

Elon Musk กับชีวิตส่วนตัว

หลายคนเทียบ Elon Musk ว่าเป็น Tony Stark ที่มีชีวิตอยู่จริง ด้วยความร่ำรวย ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำๆ และมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือมนุษยชาติด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีใครกล้าคิดหรือกล้าเสี่ยงที่จะสร้างขึ้นมา แต่เมื่อมองย้อนไปถึงความเป็นมาและชีวิตวัยเด็กของเขาแล้ว จะพบว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่เขาจะมองหาและสร้างสรรค์เรื่องที่ใหญ่และไกลตัวมากๆ แบบที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

ชีวิตของ Musk เริ่มต้นด้วยการเป็นลูกชายเศรษฐีชาวแอฟริกาใต้ กับอดีตนางแบบชาวแคนาดา หลังพ่อแม่หย่าร้างกัน Musk เลือกอยู่กับพ่อที่แอฟริกา แต่กลับพบว่าเขาไม่ได้เลือกทางที่สบายอย่างที่ตั้งใจ เพราะเมื่อไม่มีแม่แล้ว พ่อของเขาก็เลี้ยงลูกชายให้เป็นผู้ชายเต็มขั้น ด้วยการบังคับให้ทำงานทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่งานใช้แรงงาน 

นอกจากชีวิตในบ้านที่ไม่ราบรื่นแล้ว ชีวิตที่โรงเรียนของ Musk ก็ไม่ได้เลวร้ายน้อยไปกว่า เขาตกเป็นเป้าการรังแกจากเด็กคนอื่น ครั้งที่หนักหนาที่สุดคือโดนโยนลงจากบันได และตามมาทำร้ายจนสลบ นั่นเป็นครั้งแรกที่พ่อของเขารู้ว่าลูกชายถูกรังแกในโรงเรียน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ Musk หันเข้าหาหนังสือ และขลุกอยู่แต่กับห้องสมุด เพราะหนังสือนั้นเข้าใจง่ายกว่า และไม่ทำร้ายใคร

แม้จะเติบโตที่แอฟริกาใต้ แต่เป้าหมายของเขากลับอยู่ที่ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา แหล่งรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น Musk ยอมแตกหักกับพ่อเพื่อมาอยู่แคนาดา โดยเชื่อว่าเป้าหมายต่อไปของเขาจะเป็นมหาวิทยาลัยที่เขาต้องการ เขาได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยควีนส์สมความตั้งใจ แต่เรียนได้เพียง 2 ปีก็ย้ายไปที่อื่น สุดท้ายเขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมและฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เมื่ออายุ 23 ปี

Elon Musk กับธุรกิจทั้งหมด

Elon Musk กับการเริ่มต้นทำธุรกิจ

ถ้านับจริงๆ แล้วจะพบว่า  Musk เริ่มทำรายได้จากเทคโนโลยีมาตั้งแต่อายุ 12 ปี จากการเขียนโค้ดเกมชื่อ Blaster บริษัทเกมรับซื้อไปในราคา 500 เหรียญ ว่ากันว่าความหมกมุ่นในเทคโนโลยีของเขาเกิดจากปัญหาครอบครัวและปัญหาสังคมในโรงเรียนที่เขาต้องเผชิญ  

ถ้าไม่นับงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำตอนอยู่กับพ่อหรืองานใช้แรงงานเมื่อต้องย้ายมาอยู่แคนาดาก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เขาเริ่มต้นทำงานจริงจังด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจหลังจากเรียนจบ บริษัทแรกที่เขาสร้างขึ้นในปี 1995 คือ Zip2 เป็นเว็บไซต์อ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ก่อนจะขายไปในปี 1999 ให้กับ Compaq ด้วยมูลค่า 770 ล้านเหรียญ 

ในปีเดียวกันนั้นเอง ด้วยส่วนแบ่งที่ได้รับจากการขาย Zip2 ช่วยให้ Musk เริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกกครั้งด้วยบริการใช้จ่ายด้วยบริษัท X.com ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ก่อนจะควบรวมกิจการกับ Confinity เกิดเป็นบริษัทใหม่ด้านการใช้จ่ายออนไลน์ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ PayPal ก่อนจะขายให้กับ E-Bay ไปด้วยมูลค่า 5,775 ล้านเหรียญในปี 2002 เขาจึงเป็นเศรษฐีที่มีสินทรัพย์นับพันล้านตั้งแต่อายุเพียง 31 ปี

จะเห็นได้ว่า ช่วงแรกของ Musk นั้น เป็นการประสบความสำเร็จจากการสร้างบริษัทแล้วขายไป มากกว่าจะบริหารให้เติบโตยั่งยืน นั่นอาจเพราะการทำเงินจากธุรกิจเหล่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าของเขา นั่นคือการปกป้องมนุษยชาติจากภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี ในปีเดียวกัน จึงเกิดบริษัทที่ชื่อ SpaceX ขึ้น ซึ่งนั่นคือการเริ่มต้นการลงทุนทำธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็น Visionary Investor

Elon Musk ในฐานะ Visionary Investor

เรามักจะเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่าเขาคือ Tony Stark ตัวละครชื่อดังในเวอร์ชั่นคนจริงๆ ด้วยความเป็นเศรษฐี ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องมนุษยชาติเหมือนๆ กัน โดยแนวคิดของ Elon Musk มักเป็นแนวคิดสตาร์ทอัพ คือมุ่งแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งให้กับผู้ใช้งาน เพียงแต่การแก้ปัญหาของเขาคือการแก้ปัญหาให้กับมนุษยชาติ โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ตัวเขาเองมีความหลงใหลเป็นพิเศษ โดยบริษัทที่เขาบริหารอยู่หรือเคยบริหารมักเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้าจนหลายคนตามไม่ทัน ซึ่งกิจการที่โดดเด่นและยังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมีหลายโครงการด้วยกัน

SpaceX(2002)

การก่อตั้ง SpaceX ซึ่งเป็นธุรกิจขนส่งทางอวกาศ เกิดขึ้นด้วยแนวคิดที่ว่า ต้นทุนของจรวดราคาไม่แพง แต่ต้นทุนการขนส่งสู่ชั้นบรรยากาศแพงมาก และไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าสามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้จะช่วยลดต้นทุนได้มาก และถ้าจรวดสามารถกลับมาบนโลกได้โดยไม่ต้องทิ้งลงไปในทะเล การเดินทางท่องอวกาศก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน นี่เป็นที่มาของแนวคิดการสร้างอาณานิคมและอพยพมนุษย์ขึ้นไปอยู่บนดาวอังคาร โดย Musk กำหนดไว้เรียบร้อยว่าจะมีประชากรอยู่บนนั้น 80,000 คน และจะต้องทำได้ในปี 2040 

แนวคิดนี้เป็นความคิดที่ดูแปลกไปจนถึงขั้นบ้าได้สำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับเขาแล้ว มันมีความเป็นไปได้ แค่ต้องเริ่มจากหาวิธีให้เจอ โดยเริ่มต้นจากการขอซื้อจรวดเก่า่จากนาซ่าเพื่อทดลองแยกและประกอบชิ้นส่วน แน่นอนว่าในครั้งแรกนาซ่าเห็นว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่บ้า จึงปฏิเสธ Musk ต้องลองพยายามหาทางด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งต่อมาในปี 2008 จรวดจาก SpaceX เป็นยานยนต์เอกชนเครื่องแรกที่ได้ขึ้นบินสู่อวกาศ และในปี 2012 เขาได้สัญญาขนส่งมูลค่ามหาศาลจากนาซ่า

สิ่งที่ยืนยันว่า Musk ไม่ใช่เพียงเศรษฐีสติเฟื่องที่เอาแต่ฝันถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้คือความสำเร็จจากการนำจรวดกลับฐานได้สำเร็จในปี 2015 นั่นคือก้าวแรกที่ทำให้ก้าวต่อไปของความฝันเป็นไปได้ และมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น เมื่อสามารถนำจรวดเก่ากลับมาใช้งานได้อีกครั้งในปี 2017

แม้จะประสบความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่า SpaceX เติบโตด้วยความราบรื่น ก่อนความสำเร็จมันผ่านการล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะในปี 2008 ซึ่งถือว่าเป็นปีมรสุมชีวิตของ Musk ที่ต้องเผชิญกับทั้งปัญหาส่วนตัวและปัญหาทางธุรกิจ SpaceX เองก็เกือบไปไม่รอดเช่นกัน เรียกได้ว่าสัญญาที่ได้จากนาซ่า ณ ขณะนั้นต่อเติมความหวังและลมหายใจให้กับ Musk อีกครั้ง

Tesla Motor(2004)

Tesla Motor ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 เพื่อผลิตยานยนต์พลังงานทางเลือก และเป็นยานยนต์ไร้คนขับซึ่งสำหรับเขาแล้วการใช้พลังงานทดแทนน้ำมันคือทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยมนุษยชาติ รถยนต์ Tesla Serie-A จึงปรากฏโฉมต่อสายตาคนทั้งโลกเป็นครั้งแรก ด้วยราคาที่แพงลิบเพราะต้นทุนทางเทคโนโลยี แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเรื่องยอดขาย แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาในความกล้าได้ไม่น้อย 

ตัว Tesla เองเกือบต้องปิดบริษัทไปหลายรอบเช่นกัน แต่ได้ทุนจาก Musk ที่เฉลี่ยจากธุรกิจอื่นๆ เพื่อพัฒนามันต่อ ทำให้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งปัญหาด้านราคา ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีประโยชน์ หรือมีหนังผู้ใหญ่ที่ใช้ Tesla เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ ซึ่งทำให้ได้รับคำกระแนะกระแหนต่อมาว่า นี่คือประโยชน์เดียวของยานยนต์ไร้คนขับ แต่เมื่อ Tesla Model3 เปิดตัวเมื่อปี 2016 ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ใช้น้ำมัน และมียอดจองมากจนทำให้ปีนั้น Tesla Motor พลิกกลับมาทำกำไรเป็นปีแรก เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นก็ค่อยเงียบลง

ธุรกิจอื่นๆ

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า Elon Musk เป็นนักฝัน ฝันของเขาเหมือนนิยายไซ-ไฟ แฟนตาซีสนุกๆ สักเรื่องหนึ่งที่เราหลายๆ คนก็เคยฝันถึงตอนเด็กๆ แตกต่างกันตรงที่เขาเอาจริงเอาจัง และหาทางที่จะทำให้ความฝันนั้นเกิดขึ้นจริงให้ได้ นอกจากแนวคิดสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารที่ดูจะสุดโต่งแล้ว สิ่งอื่นที่ Musk ลงทุนก็ดูเป็นแนวคิดอันเหนือกว่าจินตนาการของหลายคน

Hyperloop แนวคิดการขนส่งและเดินทางด้วยกระสวยความเร็วมากกว่าเสียง ที่จะทำให้คนเดินทางไปกลับดาวอังคารได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

Neuralink บริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อสมองของมนุษย์เข้ากับ AI โดยตรงไม่ต้องผ่านสื่อกลางแบบโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป 

The Boring Company แก้ปัญหาการเดินทางไปทำงาน ด้วยอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงใต้ดิน

แต่ละแนวคิดและสิ่งที่ Musk เลือกลงทุน แม้จะเป็นเรื่องที่ดูล้ำจนเพ้อเจ้อสำหรับใครหลายๆ คน แต่กลับพบว่า เมื่อมันสำเร็จผลสำเร็จของมันกลายเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง สาเหตุที่ทำให้ Elon Musk ประสบความสำเร็จ คือความกล้าที่จะล้มเหลว เหมือน Quote หนึ่งของเขาที่มักจะได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึง “Failure is an option here, If you are not failing,you are not innovating enough”

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply