เพียร์ พาวเวอร์พิจารณาอนุมัติผู้ขอสินเชื่ออย่างไร

สำหรับผู้ที่ชั่งใจอยู่ว่าจะเริ่มลงทุนใน Marketplace Lending ดีหรือไม่ บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นว่า PeerPower ใช้ตัวชี้วัดอะไรในการอนุมัติผู้ขอสินเชื่อเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับนักลงทุน เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจอย่างเต็มที่ในการเลือกลงทุนกับ PeerPower

วิธีในการคัดกรองและประมวลเครดิตของ PeerPower แบ่งออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ 1.) ความสามารถในการชำระเงินและ 2.) ความสมัครใจในการชำระเงินคืน ซึ่งแบ่งเป็นหัวข้อย่อย ดังนี้

เกณฑ์พิจารณาความสามารถในการชำระเงิน

1. ประสบการณ์ในการบริหารงาน

โดยปกติแล้วการทำธุรกิจมักใช้เวลาระยะหนึ่งจึงสามารถสร้างกำไรได้ ดังนั้นระยะเวลาจึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพของผู้บริหารว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอตามแผนงานที่วางไว้หรือไม่ ผู้ที่ดำเนินกิจการมานานจะทราบองค์ประกอบของธุรกิจดี และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด ดังนั้น PeerPower จึงนำจำนวนปีในการดำเนินธุรกิจมาเป็นตัวคัดกรองผู้ขอสินเชื่อ โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องจดทะเบียนบริษัท (บจก. หรือ หจก.) และดำเนินกิจการมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

2. สภาพคล่องของธุรกิจ

ในการประเมินว่าผู้ขอสินเชื่อมีกำลังชำระเงินคืนหรือไม่ PeerPower ใช้อัตราส่วนทางการเงินที่เป็นที่นิยมในการประเมินผู้ขอสินเชื่อ คือ อัตราส่วนหนี้สินต่อกระแสเงินสด (Debt to Cash Ratio) มาใช้ในการคำนวณ โดยนำหนี้สินระยะสั้นมาหารกับกระแสเงินสดของบริษัท โดยปกติแล้วอัตราส่วนทุนหมุนเวียนที่ต่ำกว่า 1 เป็นตัวเลขที่ดี เพราะแสดงว่ากิจการมีหนี้ระยะสั้นน้อยกว่ากว่ากระแสเงินสด แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้นั่นเอง

3. อัตราส่วนหนี้สินต่อยอดขาย

สำหรับอัตราส่วนทางการเงินนี้เป็นการนำหนี้สินมาหารกับยอดขายเพื่อประเมินความสามารถในการชำระเงินผ่านยอดขายของบริษัท หากอัตราส่วนหนี้สินต่อยอดขายต่ำกว่า 1 ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจทีเดียว แสดงว่ากิจการสร้างรายได้ได้มากกว่าหนี้ที่สร้างขึ้น นักลงทุนสบายใจได้ว่าจะได้รับเงินจากสินเชื่อรายนี้

4. ยอดขายในอดีต

แน่นอนว่าผลประกอบการให้ข้อมูลได้หลายอย่าง ยอดขายในอดีตเป็นการบ่งบอกถึงความสามารถในการบริหารงานว่าสามารถรักษายอดขายไว้ให้คงที่หรือเติบโตขึ้นได้หรือไม่ รวมทั้งในแต่ละธุรกิจจะมี cycle รอบปีช่วงที่ค้าขายดีและช่วงที่ซบเซาที่แตกต่างกันซึ่งต้องประเมินว่าผู้ขอสินเชื่อสามารถชำระหนี้ได้ตลอดปี

เกณฑ์พิจารณาความสมัครใจในการจ่ายชำระเงินคืน

1. จำนวนวงเงินสินเชื่อทั้งหมด

เนื่องจากผู้ขอสินเชื่อมีความจำเป็นในการใช้เงินด้วยหลากหลายเหตุผลและอาจจะกู้จากหลายช่องทาง ดังนั้นการรวบรวมยอดเงินกู้ทั้งหมดจากผู้ขอสินเชื่อเพื่อเทียบกับรายได้บริษัทโดยรวม จะช่วยให้ทราบว่าผู้ขอสินเชื่อรายนั้นมีความสามารถทางการเงินเพียงพอต่อการชำระเงินคืนต่อเดือนหรือไม่

2. ประวัติการผิดนัดชำระ

การผิดนัดชำระสามารถบ่งบอกพฤติกรรมของผู้ขอสินเชื่อได้ ในบางกรณี ผู้ขอสินเชื่ออาจประสบเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ซัพพลายเออร์ไม่ส่งของ หรือมีเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถชำระเงินตรงเวลาได้ แต่ในอีกกรณีเกิดจากความตั้งใจชำระล่าช้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ขอสินเชื่อในทางลบได้

PeerPower จะตรวจสอบประวัติของผู้ขอสินเชื่อว่าเคยผิดนัดชำระหรือไม่ โดยการดึงข้อมูลจากเครดิตบูโร และนำข้อมูลตรงนี้มาประมวลเครดิตด้วยเช่นกัน

3. วินัยในการชำระค่างวด

ทาง PeerPower เข้าใจดีว่านักลงทุนคาดหวังที่จะเห็นพอร์ตลงทุนของตัวเองเป็นบวก และมีจำนวนการล่าช้าของสินเชื่อน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราจึงให้ความสำคัญต่อวินัยในการชำระเงินคืนของผู้ขอสินเชื่อในอดีต เพราะพฤติกรรมในอดีตย่อมบ่งบอกถึงวินัยของผู้สินเชื่อและแนวโน้มในการผิดนัดชำระในอนาคต

และที่อธิบายมาทั้งหมด คือ เกณฑ์พิจารณาผู้ขอสินเชื่อธุรกิจ PeerPower มีทีมบริหารความเสี่ยงมืออาชีพในการจัดทำระบบประมวลเครดิต (credit scoring) ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามวิธีปฏิบัติระดับสากลและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตลาดไทยมากที่สุด ผู้ขอสินเชื่อที่ผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวดของเราเท่านั้นที่จะได้สิทธิในการลิสต์สินเชื่อบน marketplace ของเรา ฉะนั้น นักลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าการลงทุนกับ PeerPower นั้นปลอดภัยและโปร่งใส

PeerPower คือผู้ให้บริการ Marketplace Lending ในประเทศไทย ขณะนี้ PeerPower เปิดให้บริการแก่ Accredited Investors และทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการได้มาซึ่งใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการ P2P lending เพื่อที่จะสามารถให้บริการแก่นักลงทุนรายย่อยในอนาคต