Category

ลงทุน

Libra เงินดิจิทัลโดย Facebook เปิดตัว Partner แล้ว

Libra เงินดิจิทัลโดย Facebook เปิดตัว Partner แล้ว Facebook มีแผนใหญ่ที่จะลอนช์คริปโตเคอรเรนซีแพลตฟอร์มใหม่ในสัปดาห์หน้า(สัปดาห์ที่ 3/6/2019) เพื่อให้เปิดใช้ตามกำหนดการในปีหน้า ตามรายงานของ Wall Street Journal วิธีการใช้งาน Libra คือ ผู้ใช้จะส่งเหรียญให้กับผู้ใช้คนอื่น โดยเหรียญดังกล่าวจะใช้ได้ทั้งในแพลตฟอร์มของ Facebook เอง และแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนหลายขั้น ทำให้ Facebook สามารถออกเหรียญนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีรายชื่อผู้หนุนหลังอยู่เป็นโหล ทั้งอุตสาหกรรมการเงิน อี-คอมเมิร์ช เทคโนโลยี และบริษัทโทรคมนาคม Visa, Mastercard, PayPal และอื่นๆ ให้การสนับสนุน Libra Libra มีรายชื่อผู้สนับสนุนทุนราว 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์ ทั้งยักษ์ใหญ่ด้านเครดิตการ์ดเช่น Visa,Mastercard บริษัทที่ดูแลด้านการใช้จ่ายแบบ PayPal รวมถึง Uber เจ้าของ Ridesharing ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความช่วยเหลือจากสมาชิกที่ได้จากการระดมทุน ทำให้การลอนชืเหรียญของ Facebook เป็นไปได้ง่ายขึ้น พบว่าการระดมทุนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนซึ่งมีมูลค่านับ 1,000 ล้านเหรียญ หมายความว่าอะไร ตั้งแต่กระแสคลั่งไคล้ครปโตเคอเรนซีเมื่อ 2 ปีก่อน มีการเรียกร้องอยู่เนืองๆ ให้โซเชียลมีเดียรายใหญ่แบบ Facebook เข้ามาเติมช่องว่างในตลาดให้เต็ม โดยมีรายงานจากทาง Facebook ว่าได้พัฒนา Libra มานานนับปี และมีการเปิดเผยรายละเอียด 2 – 3 ข้อเกี่ยวกับโครงการนี้ออกสู่สาธารณะ นั่นคือ Libra จะตรึงราคากับระบบตะกร้าเงินสกุลรัฐบาล เพื่อถ่วงดุลความผันผวนของเงินคริปโตเคอรเรนซีตระกูลอื่นๆ แม้ว่าการลอนช์ Libra ออกมาในเวลานี้จะดูเป็นเรื่องแปลก จากการที่ผลตอบแทนใน Bitcoin และอื่นๆ จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลังของปี 2017 ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนเหรียญอื่นๆ ขึ้นมาในตลาด แต่การเปิดตัว Libra ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนในคริปโตเคอเรนซีเห็นตรงกันว่า ตลาดคริปโตเคอเรนซีจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง เพราะการเข้ามาเป็นผู้เล่นของ Facebook ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในแง่ผู้ใช้ที่มีจำนวนนับพันล้านบัญชี อย่างไรก็ดี Facebook… Read more

Huawei แจ้งทบทวนความสัมพันธ์กับ FedEx เพราะพัสดุถูกเปลี่ยนปลายทาง

Huawei แจ้งทบทวนความสัมพันธ์กับ FedEx เพราะพัสดุถูกเปลี่ยนปลายทาง บริษัทเทคโนโลยีและผู้วางโครงข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลกแจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ในฮ่องกงว่าอาจต้องทบทวนความสัมพันธ์กับบริษัทขนส่งสัญชาติอเมริกันขนาดใหญ่แบบ FedEx หลังพัสดุที่จ่าหน้าถึง Huawei จำนวน 2 กล่องถูกส่งไปที่อเมริกา อีก 2 กล่องถูกส่งไปเส้นทางอื่น Huawei แจ้งกับรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า FedEx จัดส่งพัสดุ 2 กล่องที่ส่งมาจากญี่ปุ่นโดยระบุชื่อผู้รับเป็นออฟฟิศของ Huawei ในประเทศจีนไปที่อเมริกาแทน และพยายามจะส่งพัสดุอีก 2 ชิ้น ที่มาจากเวียดนามถึงออฟฟิศ Huawei ในเอเชียไปที่อื่น โดยไม่มีเอกสารอ้างอิง หรือการบันทึกภาพจาก FedEx เมื่อทางรอยเตอร์ตรวจสอบไปที่ FedEx เกี่ยวกับเอกสารและเลขแทร็คกิ้งก็ได้รับการปฏิเสธที่จะให้ความเห็น ด้วยเหตุผลว่าเป็นนโยบายปกป้องข้อมูลของลูกค้า โดย Huawei กล่าวว่ามีเพียง 4 กล่องเท่านั้นที่มีเอกสารยืนยันและเป็นพัสดุที่ “ไม่ใช่เทคโนโลยี” Huawei กล่าวว่าได้รับการปฏิเสธที่จะอธิบายถึงเหตุผลที่พัสดุเหล่านั้นถูกเปลี่ยนเส้นทาง และทางสำนักข่าวรอยเตอร์เองก็ไม่มีหลักฐานที่จะอ้างอิงได้ว่ากรณีนี้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐที่ทำไปเพื่อความมั่นคงตามกฎซึ่งประกาศออกมาช่วงกลางเดือนพฤษภาคมหรือไม่ Joe Kelly โฆษกของ Huawei กล่าวกับรอยเตอร์ว่า“ล่าสุดที่พบคือพัสดุไม่ได้ถูกส่งไปถึงปลายทางที่ระบุไว้ มันถูกเปลี่ยนหรือสั่งให้เปลี่ยนไปส่งที่ FedEx หรือที่ไหนสักแห่งในอเมริกา ซึ่งส่วนนี้เราก็ไม่มั่นใจนัก ซึ่งทำให้เราต้องมาทบทวนเอกสารการจัดส่งทั้งหมดจากต้นทาง” Huawei แจ้งกับรอยเตอร์ว่าพัสดุกล่องหนึ่งจากเวียดนามได้รับแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่พัสดุอื่นยังคงสาบสูญ แต่เมื่อตรวจสอบจากเอกสารของทาง FedEx กลับพบว่า มันถูกเซ็นรับไปแล้วโดยทาง huawei เอง ฝ่าย Maury Donahue โฆษกของ FedEx กล่าวกับรอยเตอร์ว่ากรณีนี้เกิดจาก “ความผิดพลาดซ้ำซ้อน” และทาง FedEx ไม่เคยร้องขอที่จะส่งพัสดุเหล่านั้นไปยังบุคคลอื่นเลย “มันคือปัญหาเล็กๆ ที่เกิดจากจำนวนพัสดุ” FedEx พูดถึงความผิดพลาดทั้ง 4 ครั้งที่เกิดขึ้น และกล่าวว่า “เราทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังดำเนินการติดตามพัสดุเพื่อส่งให้ถึงมือลูกค้า” กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐไม่ได้แสดงความคิดเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ Huawei เป็นหนึ่งในบริษัทที่ตกอยู่ใต้คำสั่งห้ามนำเข้าและส่งออกเทคโนโลยีโดยสหรัฐหรือไม่ Huawei ร้องเรียนอย่างเป็นทางการ สหรัฐเชื่อว่าบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งแบบ Huawei กำลังวางโครงข่าย 5G ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะบริษัทดังกล่าวมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน และตัว Huawei เองมีการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ตอกย้ำให้เชื่อได้ว่าถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีน ทหาร หรือแม้กระทั่ง Intelligence Service… Read more

งบกระแสเงินสด ตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจสำหรับนักลงทุน

งบกระแสเงินสด ตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจสำหรับนักลงทุน สำหรับนักลงทุนแล้ว สิ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจของบริษัทที่จะเลือกลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็คืองบการเงิน(Financial Statement) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลประกอบการของบริษัทนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งงบการเงินที่แสดงในตลาดหลักทรัพย์ และหนังสือชี้ชวนจะประกอบด้วย 4 งบ คือ งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ (Income Statement) งบกำไรสะสม(Retained Earning Statement) งบกระแสเงินสด(Statement of Cash Flow) ซึ่งในส่วนนี้ นักลงทุนจำนวนหนึ่งอาจสามารถตัดสินใจจากกำไรขาดทุนได้เลย แต่ในองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบของงบการเงินนี้ มีหนึ่งตัวที่จะบอกกับนักลงทุนได้ถึงสภาพคล่องและการบริหารการเงินที่แท้จริงของบริษัท นั่นคือ งบกระแสเงินสด(Statement of Cash Flow) งบกระแสเงินสด(Statement of Cash Flow)คืออะไร แสดงให้เห็นถึงอะไรบ้าง คืองบที่แสดงความเปลี่ยนแปลงทางการเงินของกิจการ ทั่วไปแล้วจะมีการรายงานงบส่วนนี้ทุกไตรมาส ใน 1 ปี ซึ่งจะชี้ให้นักลงทุนเห็นถึงสภาพเงินสดที่มีการใช้จ่ายภายในบริษัท เงินสดที่มี เงินลงทุนรวมถึงหนี้สินเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุน ซึ่งส่วนนี้เองจะช่วยให้นักลงทุนประเมินสภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทดังกล่าวได้ งบกระแสเงินสดจะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเงินของแต่ละช่วงเวลา ว่ามีการได้มาและใช้ไปแต่ละงวดมากน้อยอย่างไร ใช้ไปกับอะไรบ้าง นอกจากการเปลี่ยนแปลงของเงินสดแล้ว งบกระแสเงินสดยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของบริษัท ทั้งเงินสดและทรัพย์สินอื่นที่เทียบเท่าเงินสดได้ด้วย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดการการเงินขององค์กรโดยรวม ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต งบกระแสเงินสดมีกี่ประเภท อะไรบ้าง งบกระแสเงินสดแบ่งย่อยออกมาตามกิจกรรมหมายถึงกิจกรรมในการใช้จ่ายเงินสดนั้น ออกมาเป็น 3 กิจกรรม คือกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน ก่อนจะอธิบายอย่างละเอียดถึงแต่ละงบ เพียร์ พาวเวอร์ ขอพาไปทำความเข้าใจกับวิธีคิดงบกระแสเงินสดที่แบ่งออกเป็นทางตรงกับทางอ้อมก่อน วิธีคำนวณกระแสเงินสดทางตรง เงินสดรับ – เงินสดจ่าย = งบกระแสเงินสด วิธีคำนวณกระแสเงินสดทางอ้อม กำไรหรือขาดทุนสุทธิ ปรับปรุง ด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด เงินสดรับ หมายถึง เงินสดที่ได้จากการขายสินค้าหรือได้รับจากการดำเนินการตามปกติ เงินสดจ่าย หมายถึง เงินสดที่ใช้ในการจ่ายสินค้า หรือจ่ายค่าดำเนินงาน แม้ว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องคำนวณเองว่ากระแสเงินสดแต่ละตัวมีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะในงบการเงินจะแสดงตัวเลขที่คำนวณมาเรียบร้อยแล้ว แต่น่าจะดีกว่า ถ้านักลงทุนทราบว่าตัวเลขที่แสดงนั้นมาจากอะไร และมีความสมเหตุสมผลและบ่งชี้อะไรบ้างในโอกาสทางการลงทุน โดยการคำนวณกระแสเงินสดจะมาจาก กิจกรรมดำเนินงาน+กิจกรรมลงทุน+กิจกรรมการจัดหา = Net Cash Flow… Read more

REIT ลงทุนแบบชนะภาวะตลาดผันผวน

REIT ลงทุนแบบชนะภาวะตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนแล้ว คำว่าเศรษฐกิจโลกผันผวนคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และนักลงทุนที่เก๋าพอก็ทราบดีว่าความผันผวนไม่ได้ส่งผลเสียเสมอไป ในความผันผวนนั้นเราสามารถมองหาเพื่อมองเห็น และหยิบจับสินทรัพย์ที่น่าสนใจมาสร้างโอกาสทางการลงทุนใหม่ๆ ได้เช่นกัน แต่การจะลงทุนอะไรดีให้ชนะสภาวะตลาดแบบนี้ ยังเป็นโจทย์สำคัญสำหรับนักลงทุนมาโดยตลอด หนึ่งในสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มีความมั่นคงและมีมูลค่าเพิ่มสม่ำเสมอคือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่การลงทุนโดยตรงต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และรับความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง นักลงทุนส่วนหนึ่งจึงเลือกลงทุนกับสินทรัพย์อื่นที่มีนโยบายลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่นกองทุนรวมอสังหา หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ REIT : (Real Estate Investment Trust)แทน ซึ่งสำหรับนักลงทุนบางส่วนแล้ว การลงทุน REIT มีความซับซ้อนไม่น้อย เพียร์ พาวเวอร์จึงหาข้อมูล REIT แบบเข้าใจง่ายมาให้ทบทวนกัน REIT : Real Estate Investment Trust คืออะไร เพียร์ พาวเวอร์ เคยพูดถึงทั้งกองทรัสต์ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว แต่สำหรับกอง REIT จะเป็นการลงทุนที่รวมเอาลักษณะพิเศษของสินทรัพย์ 2 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นมาไว้ด้วยกัน โดย REIT คือการลงทุนผ่านตัวกลางคือผู้จัดการกอง REIT หรือ REIT Manager ที่จะทำหน้าที่ตั้งแต่ยื่นขอจัดตั้ง REIT เสนอขายหน่วยทรัสต์ให้กับนักลงทุนเพื่อระดมทุนสำหรับลงทุนในกองทรัพย์สิน ซึ่งเป็นของ Trustee บริหารให้เกิดดอกผลในลักษณะค่าเช่า แล้วให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนตามหน่วยทรัสต์ที่ถืออยู่ ถ้ามองแบบนี้ กอง REIT กับการบริหารกองทุนรวมแทบจะไม่มีข้อแตกต่างเพราะเป็นการซื้อหน่วยลงทุนให้คนอื่นบริหารจัดการสินทรัพย์ให้และรับผลประโยชน์จากการลงทุนนั้น แต่ความจริงแล้ว REIT กับกองทุนรวมอสังหาฯ ไม่เหมือนกัน ด้วยข้อบังคับทางกฎหมายและสถานะ รวมถึงการจัดการ ซึ่งหลักการทางกฎหมายของ REIT จะเหมือนกองทรัสต์ที่ทรัสตีกับผู้ก่อตั้งเป็นคนเดียวกัน แต่ทรัสตีให้ REIT Manager เป็นผู้บริหารกองทรัพย์สินรวมทั้งผลประโยชน์ให้ ต่างจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์(Property Fund) ที่เป็นการก่อตั้งและบริหารการลงทุนในลักษณะนิติบุคคล และสามารถระดมทุนได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย กอง REIT จึงห่างไกลจากการล้มละลาย และสามารถนำอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศมาใช้ระดมทุนได้ด้วย จึงทำให้การลงทุนใน REIT กระจายการลงทุนได้ง่าย และมีความหลากหลายมากกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REIT มีองค์ประกอบอะไรบ้าง องค์ประกอบของ REIT จะเริ่มต้นจากตัวสินทรัพย์ ที่ขอให้มองอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการลงทุนให้เป็นกองทรัพย์สินหรือกองทรัสต์ก่อน เพื่อลดความสับสน เพียร์ พาวเวอร์ขอแนะนำให้รู้จักกับ 4 คนสำคัญ… Read more
1 2 3 12