Category

ลงทุน

มีเงิน 100000 บาท ลงทุนอะไรดี

มีเงิน 100000 บาท ลงทุนอะไรดี คำถามว่ามีเงินเท่านั้นเท่านี้ ลงทุนอะไรดี เป็นคำถามที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ตัวเลขของการมีเงิน XXX บาท ลงทุนอะไรดีมีตั้งแต่หลัก 1,000 ไปจนถึงเป็นหมื่น เป็นแสน หรือบางคนคือเป็นล้านก็สามารถเกิดคำถามนี้ได้ ในเงินจำนวนนี้ เพียร์ พาวเวอร์ ขอหยิบจำนวน 100000 บาท มาขยายความว่า มีเงิน 100000 ลงทุนอะไรดี เพราะเงินลงทุนจำนวนนี้ควรหวังผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวมทั้งถ้าสูญไปก็น่าเสียดายไม่น้อย ดังนั้น มีเงิน 100000 ลงทุนอะไรดี เพียร์ พาวเวอร์ขอพาไปดูว่าเงินจำนวนนี้ลงทุนอะไรแล้วได้ผลยังไงบ้าง เผื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ มีเงิน 100000 ลงทุนแบบกระแสหลัก การเอาเงินไปต่อเงิน มักเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่นักลงทุนนึกถึง เพราะเป็นการลงทุนที่เห็นชัดเจนว่าผลตอบแทนคือจำนวนเงินที่เพิ่มมากขึ้นตามมูลค่าของสินทรัพย์นั้น แต่ในขณะเดียวกัน การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่า เงินแสนของเราที่ลงไปจะมีผลกำไรและความเสี่ยงอะไรบ้าง ถ้าอยู่ในการลงทุนกระแสหลัก เพียร์ พาวเวอร์ขอนำเสนอตามนี้เลย จะได้เห็นว่า มีเงิน 100000 บาท ลงทุนอะไรดี ตารางการลงทุนประเภทต่างๆ และผลตอบแทนจากเงิน 100000 บาท มีเงิน 100000 บาท ลงทุน ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ความเสี่ยง ประมาณ(%) บาท ฝากประจำ 1.8 101800 ความคล่องตัวต่ำ ถอนก่อนครบสัญญาดอกเบี้ยจะลดลง ตราสารหนี้ 3.0 103000 อัตราเงินเฟ้อเพิ่ม มูลค่าสินทรัพย์เท่าเดิม กองทุนรวม 10 110000 ความเสี่ยงเท่ากับสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นลงทุนหมายความว่า ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลประกอบการของกองทุนนั้น และความผันผวนในตลาด หุ้น 12 112000 ความผันผวนของตลาด เพียร์ พาวเวอร์ 12 112000 หนี้เสีย มีเงิน 100000 ลงทุนในสินทรัพย์อื่น   นอกจากสินทรัพย์กระแสหลักที่คนมักจะมองเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการลงทุนแล้ว การลงทุนกับทรัพย์สินที่เป็นชิ้นเป็นอันประเภทซื้อมาขายไป ก็ได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกัน แถมบางอย่างมีสภาพคล่องมากพอๆ… Read more

นักลงทุนได้อะไรเมื่อผ่านร่างกฎหมายกัญชาเพื่อการแพทย์

นักลงทุนได้อะไรเมื่อผ่านร่างกฎหมายกัญชาเพื่อการแพทย์ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยมีเนื้อหาให้กัญชาสามารถนำเข้า – ส่งออก ครอบครอง ใช้เพื่อการรักษาโรคได้ตามคำสั่งแพทย์ ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาอนุญาตให้ทดลองปลูก แม้จะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ผ่านร่างกฎหมายนี้ แต่ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกในโลกที่อนุญาตให้ใช้กัญชาโดยมีกฎหมายรองรับ หากมองย้อนไปเราจะพบว่าหลายประเทศในต่างประเทศมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายมานานแล้ว โดยการผ่านกฎหมายเกี่ยวกับกัญชามี 3 แบบ คือกัญชาเพื่อการแพทย์ กัญชาเพื่อการแพทย์และเพื่อสันทนาการ และกัญชาเสรี โดยประเทศที่มีกฎหมายรองรับกัญชามีอยู่ทั้งสิ้น 34 ประเทศ   การผ่านร่างกฎหมายนี้มีความหมายยิ่งใหญ่ต่อการวิจัยทางการแพทย์ของไทยในอนาคตอย่างแน่นอน และในขณะเดียวกันการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์มีนัยยะทางเศรษฐกิจรวมอยู่ในนั้นด้วย หากมองมูลค่าทางการตลาดของกัญชาเพื่อการแพทย์โดยอ้างอิงจากสถิติอุตสาหกรรมกัญชาของประเทศแคนาดาซึ่งสามารถใช้กัญชาได้อย่างเสรี เราจะพบว่าผลผลิตจากอุตสาหกรรมดังกล่าวทั้งวงจรมีมูลค่ากว่า 150,000 ล้านเหรียญ และเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าในตลาดหุ้นหลายหมื่นล้านบาทในปี 2018 นับเป็นตัวเลขที่นักลงทุนไม่อาจมองข้ามได้ อุตสาหกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์ในประเทศที่กัญชาได้รับการรับรองตามกฎหมายสามารถแยกย่อยออกได้เป็น 5 ส่วน คือ กลุ่มอุตสาหกรรมการเพาะปลูกกัญชา(Grower) การเพาะปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ทำได้ 2 แบบ คือปลูกลงดินในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ กับเพาะปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะสม การปลูกลงดินมีต้นทุนที่น้อยกว่า แต่เผชิญกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ทางธรรมชาติมากกว่า การปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมสภาพแวดล้อมจากแมลง โรคระบาด และสภาพทางภูมิศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อระดับคุณภาพของผลผลิต เพราะกัญชาเกรดการแพทย์มีคุณภาพคนละระดับกับกัญชาที่ขึ้นตามธรรมชาติซึ่งผู้ปลูกยังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผลผลิตของตนมีคุณค่าทางการแพทย์จริงๆ ในขณะที่การปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะสมมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า แต่ควบคุมคุณภาพและลดความเสี่ยงได้มากกว่า อุตสาหกรรมการเพาะปลูกกัญชาในประเทศแคนาดา ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 30% มากที่สุดในโลก โดยบริษัทที่ลงทุนเพื่อการเพาะปลูกกัญชาโดยเฉพาะ และทำรายได้มาที่สุดคือ Canopy Growth ที่สามารถผลิตกัญชาได้ไตรมาสละหลายตัน ทั้งกัญชาเพื่อการแพทย์ และกัญชาเพื่อสันทนาการ ทำรายได้เข้าบริษัทกว่า 16.6 พันล้านเหรียญ และมีมูลค่าในตลาดหุ้น 70.5 ล้านเหรียญต่อปี กลุ่มอุตสาหกรรมการสกัดกัญชา(Extraction) สารพื้นฐานที่มีสรรพคุณทางยาของกัญชา คือสาร cannabinoids ที่ทำปฏิกิริยาในระบบ endocannabinoid โดยเฉพาะ CB1 ที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และ CB2 มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อ tetrahydrocannabinol(THC) ทำปฏิกิริยากับ cannabidiol (CBD) จะส่งผลต่อระบบประสาทในการทำปฎิกิริยาระหว่าง CB1และ CB2 ทำให้เกิดผลต่อการรักษาพยาบาล กระบวนการที่จะได้สารที่มีคุณค่าทางการรักษาพยาบาลเกิดขึ้นในกระบวนการสกัด ซึ่งเป็นขั้นตอนทางเคมีที่มีความซับซ้อน ในต่างประเทศมีกฎบังคับอย่างเคร่งครัด กระบวนการนี้มีความยุ่งยาก และค่าใช้จ่ายสูง แต่บริษัทที่ปลูกกัญชามักสกัดกัญชาเองก่อนขายต่อในท้องตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต… Read more

หุ้นกู้ตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ|Peerpower

หุ้นกู้ตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ถ้าคุณมีสไตล์การลงทุนแบบเน้นปลอดภัย มีเงินเย็นเก็บไว้ได้นานๆ และคาดหวังกำไรไม่มาก แต่เอาชนะดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ณ ขณะนี้ได้ “หุ้นกู้ (Corporate Bond)” ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่เช่นเดียวกับการลงทุนทุกประเภทมีอะไรหลายอย่างให้ทำความเข้าใจ เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่ายมากขึ้น เพียร์ พาวเวอร์ ขอพาคุณค่อยๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหุ้นกู้ไปด้วยกัน   หุ้นกู้คืออะไร หุ้นกู้ (Corporate Bond) คือตราสารหนี้ชนิดหนึ่งซึ่งออกโดยบริษัทเอกชน (ถ้าออกโดยรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ เรียกว่าพันธบัตร) เพื่อระดมทุนหรือกู้เงินจากนักลงทุนที่จะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ส่วนบริษัทที่ออกหุ้นกู้ก็จกลายเป็น “ลูกหนี้” ที่ต้องไถ่ถอนตราสารตามกำหนดเวลา พร้อมผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย โดยหุ้นกู้มีด้วยกัน 4 ประเภทตามผลตอบแทน คือ หุ้นกู้จ่ายดอกเบี้ยคงที่ ให้ผลตอบแทนตายตัวตามที่ตกลงไว้แต่แรก หุ้นกู้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว เปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ หุ้นกู้แบบทยอยจ่ายเงินต้น แบ่งจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ หุ้นกู้แปลงสภาพ ผู้ถือเปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์อื่นได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ หุ้นกู้ที่นิยมซื้อขายกันคือ หุ้นกู้แบบจ่ายดอกเบี้ยคงที่ กับหุ้นกู้แบบดอกเบี้ยลอยตัว โดยมักเริ่มต้นลงทุนได้ที่ 100000 บาท แต่ถ้ามีเงินสำหรับลงทุนน้อยกว่านั้น จะเลือกเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกู้แทนก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีความยืดหยุ่นกว่า และกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า หุ้นกู้ขายให้ใคร หุ้นกู้มีการกำหนดประเภทการเสนอ หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือกำหนดว่าแบบไหนขายให้ใครบ้าง ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ RO :: Right Offering จัดสรรให้ตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น PP :: Private Placement ขายเป็นวงแคบจำกัดเฉพาะผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเท่านั้น เช่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ หรือมีคุณสมบัติตามที่ กลต. กำหนด PO :: Public Offering ขายให้บุคคลทั่วไปหรือนักลงทุนรายย่อย II :: Institute Investor ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน เช่นสถาบันการเงินต่างๆ กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกู้ HNW :: High Net Worth นักลงทุนรายใหญ่ มีได้ทั้งแบบนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ถ้าเป็นนิติบุคคลต้องมีการถือหุ้นมากกว่าหรือเท่ากับ 100 ล้านบาท ซื้อหุ้นกู้ตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีรายได้ตั้งแต่ปีละ… Read more

กองทุนรวมคืออะไร กองทุนแบบไหนใช่สำหรับคุณ | PeerPower

กองทุนรวมคืออะไร กองทุนแบบไหนใช่สำหรับคุณ มือใหม่หัดลงทุนจำนวนหนึ่ง จะมุ่งเป้าไปที่การลงทุนกับหุ้นเพราะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงและรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงมาก และค่อนข้างต้องการเวลาในการติดตามสถานการณ์และศึกษาตลาด เพื่อให้ลงทุนได้ถูกต้อง ในขณะที่นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งที่เป็นมือสมัครเล่น เช่นหนุ่มสาวออฟฟิศซึ่งไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงมากขนาดนั้น จะมองการลงทุนกับกองทุนรวม(Mutual Fund) แทน กองทุนรวม (Mutual Fund) คืออะไร กองทุนรวม คือกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากคนจำนวนมาก โดยมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อจัดตั้งผู้จัดการกองทุน แล้วนำเงินที่ได้มาจากการระดมทุนนั้นมาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของกองทุน เพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นและนำผลกำไรที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้กับนักลงทุนตามหน่วยลงทุนที่ถือไว้ กองทุนมีผลดำเนินงานอย่างไรสามารถดูได้จากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน Net Asset Value :: NAV คำนวณจาก กองทุนรวมมีทั้งแบบระยะสั้นคือมีอายุในการถือครองหน่วยลงทุนไม่ถึงปี ไปจนถึงกองทุนระยะยาวที่ถือกันได้เป็น 10 ปี ผลตอบแทนจากกองทุนรวมจะมาจาก 2 ทางเช่นเดียวกับหุ้น คือมาจาก การปันผลกองทุน (Dividend) และการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งผลตอบแทนของกองทุนรวมขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นๆ กองทุนรวมสามารถแบ่งตามลักษณะการซื้อขายได้เป็น 2 แบบ คือ กองทุนรวมแบบปิด กองทุนที่เปิดขายเพียงครั้งเดียว ซึ่งผู้ซื้อหน่วยลงทุนกับกองทุนประเภทนี้ต้องถือไว้จนครบสัญญา จึงเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องน้อย หากมีการซื้อขายเกิดขึ้นก่อนหมดสัญญามีโอกาสที่จะไม่ได้กำไรเท่าที่ควร คนที่คิดจะลงทุนกับกองทุนประเภทนี้ จึงต้องมีเงินเย็นที่เย็นพอจะเก็บไว้เฉยๆ ในระยะยาว กองทุนรวมแบบเปิด กองทุนที่เปิดขายหน่วยลงทุนเรื่อยๆ สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการของ บลจ. ที่เป็นผู้จัดจำหน่าย จึงเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูง ผู้ซื้อจะซื้อหรือขายหน่วยลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ โดยราคาขายจะขึ้นอยู่กับ NAV กองทุนรวมประเภทนี้ที่มีระดับความเสี่ยงต่ำจึงเป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลงทุนระยะยาวแล้วได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากประจำ ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมคือ มีให้เลือกหลากหลายตามระยะเวลาในการลงทุน ประเภทความเสี่ยง ประเภทธุรกิจ เป็นการบริหารการลงทุน กระจายความเสี่ยงให้โดยผู้เชี่ยวชาญ โอกาสผิดพลาดจึงน้อยกว่าลงทุนด้วยตัวเอง ข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมคือ มีค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียม ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนน้อยลง และไม่มีกองทุนรวมไหนที่ให้ผลตอบแทนดีตลอดไป ต้องหมั่นตรวจสอบว่ากองทุนที่เราถืออยู่ยังเป็นกองทุนที่ดีอยู่หรือไม่ กองทุนรวมที่ขายในประเทศไทยมี 8 ประเภท แบ่งตามระดับความเสี่ยง ความเสี่ยงระดับที่ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ คือกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุไม่เกิน 1 ปี ของสถาบันต่างๆ มีความเสี่ยงต่ำมาก เพราะมักจะออกมาโดยองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่นธนาคาร ความเสี่ยงระดับที่ 2 กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ คือกองทุนของคนไทยที่ไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเข้ามา แต่กองทุนมักมีการคำนวณเพื่อลดความเสี่ยงในส่วนนี้ไว้แล้ว… Read more

ทำไม GDP ถึงเป็นเรื่องสำคัญกับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้

ทำไม GDP ถึงเป็นเรื่องสำคัญกับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้   หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ควรกังวล ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนี้นั้นนำไปใช้ทำอะไรและก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าหนี้ที่ยืมมาสามารถนำมาใช้เพื่อให้ธุรกิจเติบโต และ สามารถสร้างรายได้เพียงพอให้ผู้กู้ยืมนำไปจ่ายหนี้ได้นั้น ก็ถือเป็นผลกำไรกับทั้งผู้กู้ยืมและผู้ปล่อยกู้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น อาจจะทำให้เกิดความเสียหายทางด้านการลงทุนของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ได้ และมีโอกาสที่ทรัพยากรทางการเงินจะไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ฟองสบู่หนี้เกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนมีความคาดหวังกับการลงทุนในการปล่อยกู้เกินความเป็นจริง บวกกับ นโยบายทางการเงินที่หละหลวม ซึ่งส่งผลให้เกิดหนี้เสียขึ้นเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสัญญาณเตือนว่าฟองสบู่กำลังมา คือเมื่อมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปจ่ายภาระหนี้ก้อนเดิม ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าหนี้ของผู้กู้ยืมเป็นหนี้ที่กำลังจะเสีย (Principles for Navigating Big Debt Crises โดย เรย์ ดาลิโอ) ตารางเปรียบระหว่างการเติบโตของ GDP และการเติบโตของหนี้ครัวเรือนในปี 2018   ในระดับมหภาค เมื่อเทียบระหว่างการเติบโตของ GDP กับการเติบโตของหนี้ระดับครัวเรือน ข้อมูลที่มีจะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในฟองสบู่หนี้ที่ใกล้เข้ามาด้วยตัวมันเอง ตัวอย่างเช่นในประเทศจีนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า GDP ทำให้เห็นชัดเจนว่าในอนาคตจะมีธุรกิจบางส่วนที่จะไม่มีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนได้   ในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนยังคงกังวลกับ Flattening yield curve เนื่องจากมันเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่จะถึง Inverted yield curve ซึ่งเป็นสัญญาเริ่มต้นของ ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปัจจุบันเราเริ่มเห็น yield curve ของตราสารหนี้ระยะ 3 – 5 ปีเริ่มที่จะตกลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวส่วนใหญ่ต้องดูความเปลี่ยนแปลงของ yield curve ที่เกิดจาก ตราสารหนี้ที่มีอายุ 6 ถึง 10 ปี ซึ่งยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะเป็นลบ [etrade] เช่นเดียวกับกับ ในประเทศจีน ด้วยสงครามทางการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับภาษีศุลกากร กว่า 250 ล้านดออลล่าสหรัฐ ผนวกกับ โครงสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตมาจากการกู้ยืม ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจครั้งนี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินภายในประเทศ [SCMP] ในขณะที่ยักษ์ใหญ่เกิดความผันผวน หันมามามองเศรษษฐกิจภายในของประเทศไทย อัตราการเติบโตอย่างยั่งยืนส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยอัตราการส่งออกสินค้าที่ลดลง และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการหดตัวในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เศรษฐกิเริ่มชะลอตัวลงในรอบหลายปี เมื่อเจาะลึกลงไปในภาคธุรกิจต่างๆ เราจะพบว่าธุรกิจสื่อ บริการทางการเงิน และธุรกิจการดูแลสุขภาพมีผลผลิตเติบโตมากกว่าอัตราการกู้ยืม [BOT] ซึ่งจะพบรูปแบบการเติบโตดังกล่าวในธุรกิจ SME… Read more
1 2 3 6