ฟินเทค

จับตา 5 นวัตกรรมฟินเทค (FinTech) เปลี่ยนโลกธุรกิจการเงิน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุค Digital Transformation นี้ เทคโนโลยีและสื่อดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกภาคส่วนธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ในการดำเนินงานของธนาคาร สถาบันการเงินและ FinTech ที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำ, ความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และความปลอดภัยในการดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้าและบริษัทเอง

เรามาลองดูกันค่ะว่า 5 นวัตกรรมจากฟินเทคที่เข้ามามีบทบาทเปลี่ยนโลกธุรกิจทางการเงิน จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากกว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่างไรค่ะ

1. ยกระดับความปลอดภัย

อ้างอิงจาก International Data Corporation (IDC) ได้ประเมินว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกส่งต่อและถ่ายทอดอย่างรวดเร็วในยุคดิจิตอลนี้ จะพุ่งสูงขึ้นถึง 44 ZB (พันล้านล้านล้านไบท์) ในปี 2020 จาก 4.42 ZB ในปี 2013 ดังนั้น ความสามารถในการเก็บและรักษาข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่บนแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย จึงทำให้เหตุผลข้อนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ FinTech หลายแห่งตัดสินใจนำเทคโนโลยีอื่นๆ นอกเหนือจากโปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วไปเข้ามาใช้เพราะ

  • Big Data and AI (Artificial Intelligence): AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นี้ สามารถจำแนกพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือการโอนเงินที่มีลักษณะผิดปกติได้
  • Machine Learning (ML): สามารถทำงานร่วมกับ AI ในการคาดการณ์และประเมินแนวโน้มที่มีความแม่นยำสูงต่อการถูกโจมตีทางข้อมูลในอนาคตได้
  • Blockchain: ไม่สามารถถูกแฮคข้อมูลได้ ดังนั้น การเก็บข้อมูลสำคัญ การถ่ายโอนข้อมูลทางการเงินและการลงทุนในดิจิตอลจึงปลอดภัย 100%

Fintech

2. ลดเวลาในขั้นตอนขอสินเชื่อ

ในขณะที่ธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ในการพิจารณาเครดิตและความน่าเชื่อถือทางการเงินเพื่ออนุมัติการขอสินเชื่อ แต่ธุรกิจ FinTech เช่น P2P lending สามารถประมวลผลอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ขอสินเชื่อได้ภายใน 3 วัน โดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น

  • Big Data and AI: อัลกอริทึมของ AI สามารถประมวลผลการขอสินเชื่อได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที
  • ML: สามารถประมวล credit score และทำให้ขั้นตอนการประมวลผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ปัจจุบันบริษัทฟินเทคหลายแห่งเริ่มนำเอา Big Data & AI และ ML มาทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ในการทำงานสูงสุด เช่น Prosper, Lending Club และ Funding Circle ที่ได้นำเอา Big Data, AI และ ML เช่น Lending Robot และ NSR Invest เข้ามาใช้ในแพลตฟอร์ม

3. เพิ่มกำไรให้บริษัท สร้างความพอใจสูงสุดให้ลูกค้า

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สามารถตอบโจทย์ทั้งบริษัทและลูกค้าได้ เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนบริษัทในการจ้างพนักงานเพื่อประเมินคะแนนเครดิตได้ถึง 40% จึงนำไปสู่การลดค่าธรรมเนียมของผู้ใช้บริการ ในขณะเดียวกันยังสามารถคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดได้ ลูกค้าจึงได้รับความพึงพอใจในการใช้บริการมากขึ้น เช่น

  • Blockchain: P2P lending ที่นำเอา Blockchain มาใช้ พบว่าสามารถลดต้นทุนได้ต่ำกว่า marketplace อื่นๆถึง 95% โดยไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมใดๆย้อนหลังและมีประสิทธิภาพในด้านความแม่นยำ ความปลอดภัยมากกว่าอีกด้วย
  • Big Data and AI: การนำเอา Robo-Analysts มาใช้ในการประเมินผลที่แม่นยำและรวดเร็ว สามารถลดจำนวนพนักงานในตำแหน่งพิจารณาเครดิตที่ใช้เวลานานกว่าได้

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือ

เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาช่วยในการคำนวณเครดิตสกอร์ ซึ่งทำให้การประมวลผลที่ความน่าเชื่อถือและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดย

  • AI และ Machine Learning: ธุรกิจ FinTech นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประเมิน credit score เพื่อการประเมินผลสินเชื่อที่แม่นยำ และยังสามารถช่วยลดช่องว่างทางต้นทุนของสตาร์ทอัพได้อีกด้วย ในการพิจารณาโดย credit score นั้น มีตั้งแต่ FinTech ที่คิดค้นการคำนวณและ FinTech ที่นำระบบ credit score ที่ดีไปใช้
    1. ฟินเทคที่ช่วยด้านการคิด credit score ผ่านการประมวลข้อมูลการใช้ social network เช่น Lenddo ที่นำเอาข้อมูลการมีตัวตนใน social network และพฤติกรรมการใช้ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมาใช้ เพราะ การมีตัวตนในอินเทอร์เน็ตสูง แปลว่ามีแนว
      โน้มในการหนีชำระหนี้น้อยลง และพฤติกรรมการไปสถานที่ต่างๆ ยังสามารถบ่งบอกความเสี่ยงทางการเงินได้อีกด้วย
    2. สำหรับ Fintech ที่ต้องการใช้ระบบ credit scoring ที่ดีในการจำแนกหนี้เสียในระบบให้น้อยที่สุด เช่น Peer-to-Peer Lending (P2P lending) อาจนำ AI รวบรวมและประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก โดยมี ML ประเมินการคาดการณ์ที่แม่นยำว่าผู้
      ขอสินเชื่อมีคุณสมบัติพอที่จะขอสินเชื่อหรือไม่ ซึ่งแตกต่างจากการประเมิน FICO score ที่ประเมินโดยนำอายุการดำเนินงานของบริษัทมาใช้ด้วย ดังนั้น startup ที่มีประวัติการดำเนินธุรกิจน้อยกว่า 3 ปีจึงไม่สามารถขอสินเชื่อได้
  • Blockchain: สามารถคัดกรองสินเชื่อที่ไม่ผ่านการอนุมัติ และช่วยในการดูแลสอดส่องสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติแล้ว และยังช่วยให้การชำระเงินเป็นไปโดยง่ายและปลอดภัยด้วย
  • Online Platform: จะทำให้นักลงทุนสามารถดูผลการลงทุน ผู้เข้าร่วมลงทุน ยอดขาย ผ่านระบบออนไลน์และ real-time บนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ได้ การทำธุรกรรมการเงินจึงโปร่งใจ ตรวจสอบได้และง่ายกว่าที่เคยเป็น

5. ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้อง

  • AI: มีความสามารถในการแยกแยะข้อมูลดิบจากสิ่งรบกวนต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากบริษัททั่วไปที่ใช้บุคลากรในการแยกแยะข้อมูลเหล่านี้ โดย AI สามารถสร้างแพทเทิร์นข้อมูลที่เข้าใจง่ายจากข้อมูลที่มีความซับซ้อนเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจได้

    ยกตัวอย่างเช่น บริษัทสินเชื่อ A ต้องการพิจารณาโปรไฟล์ผู้ขอสินเชื่อ โดยทั้งสองโปรไฟล์นี้ดูไม่มีความแตกต่างกัน แต่มีเพียงหนึ่งโพรไฟล์ที่ได้รับการอนุมัติ นั่นเป็นเพราะ AI สามารถพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพและปริมาณเป็นพันข้อมูลสำหรับ 1 โปรไฟล์ได้ ซึ่งนี่เป็นการแยกแยะข้อมูลเชิงลึกที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ฟินเทค

และนี่คือ 5 เหตุผลสนับสนุนของการนำเทคโนโลยีมาใช้ที่ทำให้ FinTech มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

PeerPower เป็นบริษัทฟินเทคที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนรายใหญ่และผู้ขอสินเชื่อที่มีศักยภาพสูงบน marketplace lending แพลตฟอร์มตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่มีความปลอดภัยและสามารถเชื่อถือได้ โดย PeerPower ได้นำเอาเทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาใช้ใน 2 ด้านหลักๆ ได้แก่ การประเมินเครดิตสกอร์เพื่ออนุมัติผลการขอสินเชื่อ และการเป็นตัวช่วยนักลงทุนในการจัดพอร์ตการลงทุนด้วยระบบ auto-invest ทั้งนี้ เพื่อความถูกต้องแม่นยำและความมีประสิทธิภาพสูงสุดของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มตลาดสินเชื่อออนไลน์ของเรา

Leave a Reply