Game of throne ในมุมมองนักลงทุน

เลือกลงทุนกับใคร ถ้าตระกูลใน Game of Thrones ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

ซีซั่นสุดท้ายของ Game of Thrones มาถึงแล้ว นอกจากความสนุกและยิ่งใหญ่แล้ว เพียร์ พาวเวอร์อยากชวนคุณมาลองคิดเล่นๆ ว่าในแง่ของการลงทุน ใน 7 อาณาจักรนี้ เราควรเชียร์ตระกูลไหนดี

  • ตระกูล Stark ลงทุนหุ้นกลุ่มประกันภัยและโรงพยาบาล ให้ปันผลระหว่าง 3.1% – 7.9% และ 0.8 % – 3 %
  • ตระกูล Tully หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ให้ปันผลระหว่าง 0.2 % – 2.7 % หุ้นกู้ กองทุนรวม และการซื้อขายเป็นสินทรัพย์
  • ตระกูล Baratheon หุ้นกลุ่มบันเทิง ให้ปันผลระหว่าง  N/A – 6 % และหุ้นกลุ่มเกษตรกรรมและอาหารให้ปันผลประมาณระหว่าง N/A – 7 %
  • ตระกูล Lannister ดอกเบี้ยจากการออกสินเชื่อ ผลตอบแทนสูงสุดถึง 46%
  • ตระกูล Targareon หุ้นกลุ่มขนส่ง (Tran) ให้ปันผลประมาณระหว่าง 1.63  – 7 % และหุ้นกลุ่มโรงแรม ให้ปันผลประมาณระหว่าง 0.5 – 3 % 

เลือกลงทุนกับใคร ถ้าตระกูลใน Game of Throne ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

ถ้าพูดถึงซีรี่ย์ลิเกฝรั่ง คอซีรี่ย์น้อยคนจะไม่รู้จัก Game of Thrones ซีรี่ย์การเมืองแฟนตาซีที่ไม่สามารถไว้ใจใครได้ทั้งนั้น สิ่งที่ทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้สนุกนอกจากความพลิกผันของสถานการณ์ที่เหนือจะคาดเดา ยังเป็นเรื่องของการวางแผนชิงไหวชิงพริบที่เรียกได้ว่าวางแผนผิดเพียงนิดเดียวโอกาสสูญเสียทุกอย่างในพริบตามีโอกาสเกิดขึ้นได้ ความเสี่ยงแบบนี้เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนน่าจะคุ้นเคยดี เพียร์ พาวเวอร์จึงอยากชวนนักลงทุนมาลองคิดกันเล่นๆ ว่า ถ้าตระกูลต่างๆ ใน Game of Throne มาอยู่ในยุคปัจจุบัน และต้องพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในอาณาจักรด้วยการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน จะเลือกลงทุนกับตระกูลใดให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย โดยขอเลือกมาแค่ตระกูลสำคัญ(และเราน่าจะจำกันได้) 5 ตระกูลใหญ่

ลงทุนGame of throne Stark

เลือกลงทุนกับตระกูล Stark :: The winter is Coming

ถ้าวัดกันที่แฟนคลับ ตระกูลนี้น่าจะมีคนอยากลงทุนด้วยมากที่สุด และถูกทำร้ายจิตใจมากที่สุดเพราะสมาชิกของตระกูลถูกฆ่าให้ตายทีละคนแทบจะทุกซีซั่น ตระกูล Stark มีที่มั่นอยู่ ณ วินเทอร์เฟล ท่ามกลางภูมิประเทศที่หนาวเย็นอยู่เสมอ ทำหน้าที่สำคัญคือการปกป้อง The Wall หรือกำแพงที่กั้นระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตาย ดังนั้นธุรกิจในกลุ่มประกัน และโรงพยาบาลจึงเป็นธุรกิจที่เหมาะกับตระกูล Stark เป็นอย่างยิ่ง โดยจะพบว่าธุรกิจกลุ่มดังกล่าวมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติเพียงพอจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะดังนี้

หุ้นกลุ่มประกัน (Insur)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 17 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด 31,365,010 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางบวก
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 20 – 325 บาทต่อหุ้น
  • ให้ปันผลระหว่าง 3.1% – 7.9%

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในธุรกิจกลุ่มดังกล่าว จะพบว่าหุ้นในตระกูลธุรกิจประกัน ทั้งประกันชีวิต และประกันวินาศภัยนั้นให้ผลตอบแทนที่ในแง่ปันผลค่อนข้างดี มีความมั่นคงในระดับหนึ่งเพราะเกี่ยวข้องกับการออม ความปลอดภัยในความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ การจราจร รวมถึงความเป็นความตาย เรียกได้ว่าเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตของคนทั้งวงจร แต่ด้วยปัจจัยความเกี่ยวพันที่หลากหลายนี้เอง ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีความผันผวนด้านราคาตามไปด้วย อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นธุรกิจเฉพาะที่มีความซับซ้อนในรายละเอียด มีคู่แข่งในตลาดเป็นจำนวนมาก และเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามนโยบายที่กำกับดูแล นักลงทุนที่ลงทุนกับธุรกิจกลุ่มประกันชีวิต และประกันวินาศภัย จึงต้องมีความเข้าใจในโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนและแยกย่อยในธุรกิจประกันเป็นอย่างดี โดยหุ้นที่มีราคาเสนอขายสูงที่สุดในตลาด ขณะนี้คือหุ้นของกระเทพประกันภัย(BKI) ที่มีราคาเสนอซื้อที่ 324 บาท และเสนอขาย 325 บาท ในเดือนเมษายน 2562 ให้ปันผล 4.32 บาท ต่อหุ้น

หุ้นกลุ่มสุขภาพและโรงพยาบาล(Health)*

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 23 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด 361,383,740บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางบวก
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 1.9 – 178 บาทต่อหุ้น
  • ให้ปันผลระหว่าง 0.8 % – 3 %

ถ้าสนใจหุ้นในกลุ่มกลุ่มสุขภาพและโรงพยาบาล จะเห็นได้ว่าแม้มูลค่ารวมของตลาดจะมีอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยความตัวหารเยอะ ทำให้ผลตอบแทนทั้งจากการซื้อขายและปันผลหุ้นไม่ได้สูงมาก โดยหุ้นที่มีมูลค่าสูงสุดและปันผลสม่ำเสมอในกลุ่มนี้คือหุ้นของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่มีมูลค่ารวม 785,538,710 บาท การถือหุ้นในกลุ่มนี้ต้องถือไว้ในระยะยาวคือ  1 – 2 ปีขึ้นไป ผลตอบแทนจากปันผลจึงจะค่อยๆ เติบโตและควรซื้อแบบกระจายไปหลายๆ ตัวเพราะช่วงราคาของหุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างกว้าง หุ้นแต่ละตัวมีพื้นฐานและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นหุ้นในกลุ่มเดียวกันก็ตาม

นอกจากหุ้นแล้ว กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในทั้ง 2 หมวดธุรกิจนี้ ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะในธุรกิจกลุ่มสุขภาพและโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอาณิสงฆ์จากนโยบายด้านสุขภาพของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 9% ในปีที่แล้วนักลงทุนที่อยากสนับสนุนและร่วมต่อสู้ไปกับตระกูลหมาป่า จึงต้องเป็นนักลงทุนที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง กล้าเสี่ยง และเป็นกลุ่มนักลงทุนที่อยากลงทุนไปยาวๆ กินปันผลไปเรื่อยๆ มากกว่าทำกำไรกับการซื้อขายในตลาดรอง

ลงทุนGame of throne Tully

เลือกลงทุนกับตระกูล Tully :: Family Duty Honor

หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า ตระกูลนี้คือใคร เนื่องในจากซีรี่ย์ Game of Thrones เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นใน 7 อาณาจักร แต่ละอาณาจักรก็มีลอร์ดที่ปกครองเป็นชั้นๆ ลงไปอีก แต่ถ้าบอกว่าเป็นตระกูลของเคทลิน สตาร์ค ภรรยาเน็ด สตาร์ค ล่ะก็ หลายๆ คนก็น่าจะนึกออกขึ้นมาทันที ด้วยคำขวัญประจำตระกูลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและความเป็นอยู่ ตระกูล Tully จึงควรออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งหุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวมให้เลือกสรร แถมผลตอบแทนถือว่าดีทีเดียว

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Prof)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 58 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด  1,344,350,380 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางบวก
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 0.03 – 76.5 บาทต่อหุ้น
  • ให้ปันผลประมาณระหว่าง 0.2 % – 2.7 %

แม้หุ้นตระกูลอสังหาริมทรัพย์จะให้ผลตอบแทนต่อหน่วยไม่มาก แต่เมื่อมองจำนวนเสนอขายและตัวเลือกในการกระจายการลงทุน หุ้นกลุ่มนี้ก็มีความน่าสนใจ เนื่งจากอสังหาฯ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เปรียบได้กับโครงสร้างหลักของประเทศ ถ้าอสังหาฯ เดินหน้าได้ดีเศรษฐกิจก็จะดี แต่ในทางกลับกันหากอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางที่ดิ่งลง โอกาสจะพลาดแบบฉุดไม่ขึ้นทั้งระบบก็มีอยู่ ถ้าอยากนึกภาพให้ชัดๆ ลองศึกษา Real Estate Cycle เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนระยะยาวได้อย่างแม่นยำ การลงทุนกับหุ้นในกลุ่มนี้พื้นฐานของบริษัทที่เป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้นๆ คือสิ่งสำคัญ นักลงทุนต้องดูงบการเงินให้ดีก่อนตัดสินใจ

ในขณะเดียวกัน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่ก็ทยอยกันออกหุ้นกู้ ไม่ว่าจะเป็น AP แสนสิริ Gland เพื่อนำเงินมาชำระหนี้และขยายกิจการ โดยมีอัตราผลตอบแทนราวๆ 3 – 6% เป็นตัวจูงใจ นอกจากนี้ยังมีตราสารหนี้ของรัฐวิสาหกิจฯ เช่นธนาคารอาคารสงเคราะห์ การเคหะแห่งชาติอยู่ในตลาดนี้ด้วย ความปลอดภัยสูงกว่าเล็กน้อย แปรผันกับผลตอบแทนที่น้อยกว่าตามไปด้วย (ลงทุนยิ่งเสี่ยง ผลตอบแทนยิ่งสูง) ทั้งนี้การซื้อหุ้นกู้มีความเสี่ยงไม่น้อย ถ้าเลือกจะลงทุนกับหุ้นกู้อสังหาฯ เพียร์ พาวเวอร์ขอให้ตัดสินใจเปรียบเทียบให้ยาวๆ ทั้งผลประกอบการ และการผิดนัดชำระหนี้ หรือประวัติการเรียกคืนหุ้นกู้ในอดีต เพราะการซื้อหุ้นกู้นั้น แม้จะเป็นการลงทุนความเสี่ยงระดับกลางๆ แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อสังหาริมทรัพย์กำลังอยู่ในภาวะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงฟองสบู่อยู่ในขณะนี้

ถ้าใจรักจริงๆ แต่อยากเจ็บให้น้อยลงกองทุนรวมอสังหาฯ ก็น่าสนใจ เพราะสามารถกระจายการลงทุนได้ง่าย แต่แน่นอนว่ากองทุนรวมในกลุ่มนี้ก็เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมประเภทอื่นด้วยเช่นกัน ส่วนใครอยากซื้อที่ดินซื้ออสังหาฯ ไว้ลงทุนเฉยๆ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อกันว่าไม่มีวันราคาตก ในส่วนนี้คงขอให้พิจารณาความเสี่ยงด้านสภาพคล่องประกอบกันไป เพราะอสังหาริมทรัพย์นั้นมีช่วงเวลาตั้งแต่ติดประกาศจนขายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือน และในระหว่างนี้มีค่าบำรุงรักษารวมอยู่ด้วย การลงทุนกับตระกูล Tully จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินเย็น และอยากเก็บไว้กินยาวๆ หรือส่งต่อสินทรัพย์เป็นมรดกประเภทที่อยู่อาศัยให้กับลูกหลาน

ลงทุนGame of throne Baratheon

เลือกลงทุนกับตระกูล Baratheon :: Our is the Fury

โกรธเก่งตั้งแต่คำขวัญประจำตระกูลแบบนี้ แน่นอนว่าสุขภาพจิตและความเครียดของตระกูล Baratheon ต้องมีมากตามไปด้วย ดังนั้นหุ้นกลุ่มธุรกิจบันเทิงและสื่อจึงเหมาะกับตระกูลนี้มาก อีกทั้งลอร์ดคนเก่าอย่างโรเบิร์ต บาราเธียน เองก็ชื่นชอบการเข้าป่าล่าสัตว์จนตายเพราะโดนหมูป่าแทงในที่สุด ดังนั้นธุรกิจอีกสายที่น่าจะไปได้ดีกับตระกูลดังกล่าวจึงเป็นธุรกิจในกลุ่มการเกษตร ซึ่งมีทั้งหุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม และอนุพันธ์ โดยเพียร์ พาวเวอร์ ขอแยกอธิบายดังนี้

หุ้นกลุ่มความบันเทิงและสื่อ (Media)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 27 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด  511,177,430 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางบวก
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 0.19 – 27บาท/หุ้น
  • ให้ปันผลประมาณระหว่าง N/A – 6 %

หุ้นกลุ่มความบันเทิงและสื่อ อยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจประเภทบริการ (Service) แม้ทิศทางตลาดโดยรวมจะเป็นบวก แต่ถ้ามองแยกจากผลประกอบการของแต่ละบริษัทที่อยู่ในตลาด ณ ขณะนี้ จะพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดทุน และไม่มีปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ถ้าจะลงทุนหุ้นประเภทนี้ จึงเน้นการลงทุนแบบระยะสั้น ซื้อมาขายไปให้รวดเร็ว ยกเว้นบริษัทที่ทำธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่สื่อประกอบด้วยจึงจะพอมองเห็นกำไรบ้าง แต่นับว่ามีอยู่เพียงไม่กี่เจ้าในตลาดเท่านั้น

หุ้นกลุ่มเกษตรกรรมและอาหาร (Agri)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 12 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด  145,311,600 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางลบ
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 0.50 – 122 บาท/หุ้น
  • ให้ปันผลประมาณระหว่าง N/A – 7 %

ด้วยลักษณะของหุ้นเกษตรกรรมและอาหารที่มีเจ้าใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่เจ้า ประกอบกับผลประกอบการขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศและสภาพแวดล้อมตลอดจนสถานการณ์การเกษตรทั่วโลกด้วย จึงทำให้หุ้นในกลุ่มนี้มี ราคาผันผวนมาก และโอกาสขาดทุนก็มีสูง ซึ่งการลงทุนในกลุ่มนี้จะเหมาะกับนักลงทุนปกป้องความเสี่ยง ที่ต้องการซื้อสินค้าในราคาที่ยอมรับได้เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบการผลิตในอนาคต ดังนั้นการลงทุนกับอนุพันธ์น่าจะเป็นทางออกที่ดีของกลุ่มธุรกิจนี้มากกว่า

นักลงทุนที่ลงทุนกับตระกูล Baratheon จึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก และเน้นการลงทุนระยะสั้น ซึ่งจะลงทุนกับธึรกิจกลุ่มสื่อและความบันเทิง ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มผู้ผลิตที่ต้องการปกป้องราคาสินค้าในอนาคต ที่พร้อมจะลงทุนกับตลาดอนุพันธ์

ลงทุนGame of throne Lannister

เลือกลงทุนกับตระกูล Lannister :: The Lannister always pays his debt

ถือเป็นตระกูลที่รวยที่สุดในซีรี่ย์เรื่องนี้ ด้วยความมั่งคั่งส่วนตัวและคำขวัญประจำตระกูล Lannister จึงเป็นตระกูลที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ประเภทสินเชื่อ ซึ่งผลตอบแทนทางตรงคือดอกเบี้ย ในขณะเดียวกันยังสามารถลงทุนในตลาดหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม ได้อีกด้วย เรียกว่าเมื่อมีเงินเป็นตัวตั้งจะทำอะไรต่อก็ได้ทั้งนั้น แต่เมื่อพูดถึงหนี้ ในที่นี้เพียร์ พาวเวอร์ จึงขอเน้นไปที่ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

ผลตอบแทนจากสินเชื่อ

  • ดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนภายในประเทศ  7.025 – 36.000%
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนภายในประเทศ สูงสุด 45.6300%
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 3 – 6%
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อรถ กรณีชำระหนี้ตามกำหนด 3 – 10% กรณีผิดนัดชำระหนี้ 12 – 21%
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรกดเงินสด กรณีชำระหนี้ตามกำหนด 0 – 18% กรณีผิดนัดชำระหนี้ 28% ขึ้นไป
  • ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรณีชำระหนี้ตามกำหนด 0% กรณีผิดนัดชำระหนี้ 15 – 18%

การให้สินเชื่อเพื่อเก็บดอกเบี้ยเป็นการลงทุนที่ได้รับการชำระคืนพร้อมกระแสเงินสดตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา การลงทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ ก็อยู่ในการลงทุนลักษณะนี้ ซึ่งต้องมีเงินเย็นมากในระดับหนึ่งและรับความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ได้ แต่ในขณะเดียวกันการนำเงินมาต่อเงินที่ไม่ใช่การลงทุนปล่อยสินเชื่อ แต่เป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเงินเช่นหุ้นกลุ่มธนาคาร การเทรดค่าเงินต่างๆ เพียร์ พาวเวอร์เองเคยได้พูดถึงทั้งวิธีการและความเสี่ยงไปหมดแล้วในบล็อก เพียร์ พาวเวอร์ ซึ่งเข้าไปอ่านได้เลย

ถ้าอยากลงทุนให้ได้แบบตระกูล Lannister นอกจากความเป็นนักลงทุนประเภทสถาบันกับนักลงทุนแบบ Ultra High Net Worth / UHNW เท่านั้น จึงจะไหว และรับความเสี่ยงพร้อมผลตอบแทนขนาดนี้ได้แบบเต็มๆ

ลงทุนGame of throne Targaryen

เลือกลงทุนกับตระกูล Targaryen :: Fire & Blood

ถ้าตระกูลหมาป่าเหลือน้อยแล้ว ตระกูล Targaryen ก็เหลือเหลือสมาชิกในตระกูลน้อยกว่า แต่แม้จะเหลือสมาชิกในครอบครัวน้อยที่สุด แต่กลับมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดในเรื่อง ซึ่งก็คือมังกร สิ่งเดียวที่ตระกูลอื่นให้มีเงินยังไงก็ไม่สามารถหาได้ ด้วยคุณสมบัติบินก็ได้ พ่นไฟก็ได้ จึงทำให้ตระกูลนี้เหมาะอย่างยิ่งกับธุรกิจประเภทขนส่ง และการท่องเที่ยว ซึ่งหากมองในตลาดหุ้นจะพบว่า

หุ้นกลุ่มขนส่ง (Tran)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 22 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด  1,592,388,640 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางบวก
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 0.49 – 294 บาท/หุ้น
  • ให้ปันผลประมาณระหว่าง 1.63  – 7 %

เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มบันเทิง หุ้นกลุ่มการขนส่งนี้เป็นหุ้นในหมวดบริการส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสายการบิน ที่แม้จะมีทิศทางโดยรวมในตลาดเป็นบวก แต่กลับพบว่าเมื่อดูราคาซื้อขายและงบการเงินแล้วอัตราส่วนการขาดทุนกับกำไรแทบจะเป็นครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้นการลงทุนกับหุ้นกลุ่มนี้จึงต้องจับตามองให้ดีและรอบคอบให้มากๆ และพบว่าส่วนใหญ่จะไม่ทำกำไรมากนักในปีแรก ถ้าชอบเก็บกินเงินปันผลจึงควรเน้นการถือยาวๆ ส่วนการซื้อขายกันเองระหว่างนักลงทุน พบว่าโดยมากราคาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบส่งผลกระทบมากนักถ้าถือในระยะสั้นๆ เช่นกัน

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว(Tourism)

  • จำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 11 ตัว
  • มูลค่ารวมในตลาด 250,145,080 บาท
  • ทิศทางเป็นไปในทางลบ
  • ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 0.90 – 700 บาท/หุ้น
  • ให้ปันผลประมาณระหว่าง 0.5  – 3 %

ธุรกิจโรงแรมเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดการลงทุนส่วนนี้ และถ้าดูจากผลประกอบการแล้วส่วนใหญ่เป็นลบ แต่กลับมีปันผลให้กับผู้ถือหุ้นแทบจะทุกตัว แสดงให้เห็นว่าเป็นหุ้นกลุ่มที่เหมาะจะถือไปยาวๆ มากกว่าซื้อมาขายไป โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวจะมีปัจจัยหลักๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคือฤดูกาล นโยบายจากรัฐบาล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้ออง ความผันผวนของหุ้นกลุ่มนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวมันเอง แต่เป็นปัจจัยภายนอกเป็นหลัก การลงทุนกับกลุ่มนี้จึงต้องตั้งสติ จับตา และรู้ทิศทางของตลาดพอสมควร ถ้าอยากถือหางข้างแม่มังกรแล้ว คงต้องเป็นนักทุนที่รู้จังหวะและชื่นชอบความเสี่ยงประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

 

การลงทุนในกลุ่มธุรกิจประเภทใดก็ตามต้องทำความเข้าใจธรรมชาติ พื้นฐานและโอกาสของธุรกิจประเภทนั้นให้ลึกๆ เพราะโอกาสได้กำไรกับโอกาสขาดทุนอยู่ก้ำกึ่งกัน และแม้จะเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่ละบริษัทก็ให้ผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน เหมือนเวลาดู Game of Throne ที่เราแทบจะคาดเดาไม่ได้ว่าฉากต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply