Lending Based Crowdfunding เป็นอย่างไรในสถานการณ์โลก

Lending Based Crowdfunding เป็นอย่างไรในสถานการณ์โลก

ในต่างประเทศ Lending Based Crowdfunding ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเทคโนโลยีทางการเงินที่ช่วยให้การเข้าถึงโอกาสทางการเงินเป็นไปได้มากขึ้น

  • Lending Based Crowdfunding มีพื้นฐานแนวคิดมาจากการระดมทุน(Crowdfunding) + การขอสินเชื่อ(Lending) จึงเป็นลักษณะการขอสินเชื่อจากการระดมทุนจากนักลงทุนหลายๆ คน
  • แนวคิดแบบ Lending Based Crowdfunding แตกออกเป็น 2 วิธีการระดมทุน คือ Debt Crowdfunding, Peer to Peer Lending(P2P Lending) ซึ่งเป็นลักษณะการขอระดมทุน โดยผู้ขอระดมทุนต้องจ่ายเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยให้กับนักลงทุน 
  • การระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ที่แพร่หลายที่สุดในต่างประเทศคือการระดมทุนแบบ Peer to Peer Lending เป็นไปได้ทั้งเพื่อธุรกิจ เพื่อใช้จ่ายส่วนบุคคล เพื่อการศึกษา รวมไปถึงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
  • Lending Based Crowdfunding เริ่มต้นที่ประเทศจีน ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก โดยตลาดใหญ่ที่สุดอยู่ในอเมริกาเหนือ และตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียคือประเทศสิงคโปร์
  • ในประเทศไทย Lending Based Crowdfunding เปิดให้ระดมทุนได้ 2 รูปแบบคือ Debt Crowdfunding และ Peer to Peer Lending

 

Lending Based Crowdfunding เป็นอย่างไรในสถานการณ์โลก

เพียร์ พาวเวอร์ เคยพูดถึง Lending Based Crowdfunding มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในแง่ความหมายและวิธีการทำงาน โดยมักจะย้ำเสมอว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขอระดมทุนในรูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีรูปแบบการใช้และให้บริการ Lending Based Crowdfunding ที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันไป

จุดเริ่มต้นของ Lending Based Crowdfunding 

ลักษณะของ Lending Based Crowdfunding เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีทางการเงินที่ทำให้การระดมทุน(Crowdfunding) กับการขอสินเชื่อ(Lending) มาพบกัน เกิดเป็นรูปแบบการระดมทุนที่มีการให้ผลตอบแทนขึ้นมา ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ 

Debt Crowdfunding นิติบุคคลที่จดทะเบียนบริษัทแล้วนำกิจการของตนมาขอระดมทุนผ่านแพลตฟอร์ม มีกำหนดการชำระคืนพร้อมผลตอบแทน

Peer to Peer Lending(P2P lending) บุคคลขอระดมทุนหรือขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจ มีกำหนดการชำระคืนพร้อมผลตอบแทน

โดย Lending Based Crowdfunding ที่แพร่หลายที่สุดทั่วโลกคือ P2P Lending 

Lending Based Crowdfunding ในประเทศต่างๆ

การเติบโตของเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้แนวคิดแบบ Lending Based Crowdfunding ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปที่ไม่มีสมุดบัญชีและหลักฐานทางการเงินแล้ว ยังเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดและอัตราผลตอบแทนคงที่อีกด้วย โดยเฉพาะ P2P Lending ที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเกิดขึ้นหลักๆ เพื่อ 4 วัตถุประสงค์คือ เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อธุรกิจขนาดกลางและย่อม เพื่อการศึกษา และเพื่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ ขอยกตัวอย่าง 5 ประเทศที่ P2P Lending ได้รับความนิยมมาเป็นกรณีศึกษากัน

ประเทศจีน P2P Lending ในตลาดสีเทา

ช่วงปี 2000 ยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตให้มีผู้ให้บริการในลักษณะ P2P Lending เพื่อธุรกิจ SME โดยได้รับความนิยมมากในประเทศจีน เป็นลักษณะการเติบโตคู่กับธนาคาร โดยในปี 2016 ถือเป็นปีที่รุ่งเรืองที่สุดของ P2P Lending ด้วยจำนวนผู้ให้บริการกว่า 4,000 แพลตฟอร์ม และในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นการหลอกลวง กรณีตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดคือในปี 2014 เมื่อผู้ให้บริการลำดับต้นๆ ของจีนอย่าง Edubao ยุติการให้บริการพร้อมกับเงินของนักลงทุนกว่า 900,000 ราย มูลค่าราวๆ 50,000 ล้านหยวน ทำให้ในปี 2018 เป็นปีที่ทางการจีนประกาศกวาดล้างธุรกิจ P2P Lending ที่มีลักษณะหลอกลวง ซึ่งทำให้บริษัท P2P Lending กว่า 5,000 แห่งต้องปิดตัวลง ในขณะนี้ธุรกิจ P2P Lending ในจีนก็ยังมีอยู่ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นไปในลักษณะธุรกิจในตลาดสีเทา ที่ไม่ได้ถูกกฎหมายแต่ก็ไม่ผิดซะทีเดียว

อังกฤษ P2P Lending บนการสนับสนุนโดยรัฐบาล

Zopa คือผู้ให้บริการด้าน P2P Lending รายแรกที่ริเริ่มการนำระบบประเมินเครดิตขึ้นมาใช้ผ่านออนไลน์ และทำการจับคู่แบบ Automate ระหว่างนักลงทุนกับผู้ขอระดมทุน โดยมีเป้าหมายการให้บริการเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม

ธุรกิจดังกล่าวได้รับความนิยมจากผู้ขอกู้ยืมเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้บริการในลักษณะเดียวกันเปิดบริการมากตามไปด้วย แม้รัฐบาลอังกฤษจะเริ่มเข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2012 แต่ด้วยการจัดการและปัญหาด้านเครดิตบริษัทผู้ให้บริการ P2P Lending ส่วนใหญ่ก็ยังขาดทุน โดยในปี 2014 ทุกบริษัทมีหนี้เสียรวมกันราว 700 ล้านเหรียญยูโร จนในปี 2015 ธุรกิจ P2P Lending ได้รับการรับรองทางกฎหมาย และด้วยการทุ่มทุนจากรัฐบาลทำให้ธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีกำไร และสร้างกระแสเงินหมุนเวียนภายในประเทศได้ในปัจจุบัน

สหรัฐอเมริกา P2P Lending ทางออกของพิษเศรษฐกิจ

ด้วยบทเรียนจากอังกฤษ ทำให้ตลาด P2P Lending ในสหรัฐอเมริกามมีความเข้มงวดในด้านการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ใช้บริการมากกว่า โดยในปี 2006 Prosper ได้เข้าไปดำเนินกิจการตามด้วย Lending Club ทั้ง 2 บริษัทนำระบบการประเมินเครดิตเข้ามาใช้ ทำให้ผู้ขอสินเชื่อจำนวนมากไม่ผ่านการคัดกรองดังกล่าว ในขณะเดียวกันด้วยระยะเวลาการผ่อนชำระสินเชื่อที่นานถึง 3 ปี เกิดเป็นความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่ทำให้นักลงทุนคิดหนักก่อนตัดสินใจ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทผู้ให้บริการจึงสร้างตลอดรองขึ้นมารองรับการซื้อขายสิทธิในสิกรลงทุนระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง ทำให้ปัญหาด้านสภาพคล่องทางการลงทุนหมดไป

ในขณะเดียวกัน P2P Lending ในสหรัฐอเมริกาได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินดั้งเดิม เพราะเป็นพาร์ทเนอร์ที่ระดมทุนให้กับสินเชื่ออื่นๆ ของธนาคารด้วย 

ด้วยลักษณะการดำเนินการที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นทั้งบุคคลทั่วไปที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือเอกสารทางการเงิน รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมที่ต้องการขยายกิจการ ทำให้ P2P Lending รองรับผู้ขอสินเชื่อที่ไม่สามารถขอจากแบงค์ได้ ประกอบกับในช่วงปี 2007 – 2008 เกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซาขึ้นมาพอดี ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อกับผู้คนจำนวนมาก ธุรกิจ P2P Lending ในสหรัฐอเมริกาจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเงินเติมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตเป็นโมเดลทางการเงินแบบใหม่ ที่ได้รับการต้อนรับทั้งจากผู้ใช้งานและธนาคาร รวมถึงได้รับการรองรับจากกฎหมายในเวลาเดียวกัน

เกาหลีใต้ P2P Lending เพื่อจุดประสงค์ที่หลากหลาย

แรกเริ่ม ธุรกิจ P2P Lending ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการมากนัก เพราะบริษัท Fintech ในประเทศส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ โดยบริษัทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ 8Percent ที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน 

โดยช่วงที่ถือเป็นยุคทองของ P2P Lending ในเกาหลีคือช่วงปี 2014 – 2015 มีผู้ให้บริการกว่า 100 บริษัท และด้วยปัญหาด้านการหลอกลวง ทำให้ในปี 2015 ผู้ให้บริการด้าน P2P Lending ในเกาหลีใต้ต้องปิดบริษัทลง และเมื่อมีการออกกฎหมายรับรองพร้อมกับการจำกัดอัตราการลงทุนต่อปีของนักลงทุน บริษัทต่างๆ จึงได้เปิดขึ้นใหม่อีกครั้งในปีเดียวกัน 

โดยในปี 2017 มีผู้ให้บริการด้าน P2P Lending ทั้งหมด 148 รายในเกาหลีใต้ แต่มีเพียง 40 บริษัทเท่านั้นที่เป็นสมาชิกของสมาคม Korea P2P Financial Associate 

สิงคโปร์ P2P Lending ที่เติบโตที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

ประเทศสิงคโปร์ คือดินแดนที่ P2P Lending มีมูลค่ารวมถึง 58.4% ของทั้งภูมิภาค ด้วยผู้ให้บริการกว่า 700 ราย และเป็นไปในลักษณะการให้บริการทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเพื่อธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากรัฐบาล ธนาคารภายในประเทศ รวมถึงกลุ่มทุนจากต่างประเทศ โดยในผู้ให้บริการจำนวนกว่า 700 รายนี้ เป็นรายใหญ่และให้ผลตอบแทนที่ดี รวมถึงมีอัตราการเบี้ยวหนี้ที่ต่ำมาก

ประเทศผู้ให้บริการ P2P Lending และอัตราผลตอบแทน

 

การเติบโตของ Lending Based Crowdfunding

ในปัจจุบัน แนวคิดการระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding โดยเฉพาะ P2P Lending ขยายตัวไปทั่วโลก โดยในทวีปเอเชียมีอัตราการเติบโตมากกว่าในยุโรปและสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า ทั้งธุรกิจที่เป็น P2P Lending และธุรกิจลักษณะอื่นที่มีการดำเนินการใกล้เคียงกัน โดยทั่วโลกมีมูลค่ารวม 54,000 ล้านเหรียญ ในปี 2018*            

อัตราการเติบโตของ P2P Lending ทั่วโลก                                                   

*ข้อมูลจาก Robocash Group

 

สำหรับในปะเทศไทยเอง Lending Based Crowdfunding อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย โดยจะมีการเปิดให้บริการทั้ง Debt Crowdfunding ซึ่งกำกับกูแลโดย SEC และ P2P Lending ที่อยู่ภายใต้การดูแลโดย BOT ซึ่งในอนาคตน่าจะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจได้ไม่น้อยเลย

Leave a Reply