ลงทุนออนไลน์ยุคดิจิทัล

ลงทุนออนไลน์ 2019 ทางเลือกยุคดิจิทัลของนักลงทุน

การลงทุนออนไลน์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการลงทุนที่รวดเร็ว ทำได้ด้วยตัวเอง และมีค่าธรรมเนียมน้อยกว่า

  • การลงทุนออนไลน์ทำได้ทั้งการลงทุนในหุ้น ,Forex ,Bitcoin, กองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ ,ลงทุนกับ Peerpower
  • ลงทุนออนไลน์เริ่มต้นที่การเปิดบัญชีการลงทุนตามประเภทผลิตภัณฑ์ทางการเงินนั้น บางประเภทเช่นหุ้น กองทุน Forex Bitcoin สามารถใช้การเทรดในการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้เลย ในขณะที่การลงทุนบางอย่างให้ผลตอบแทนตามสัญญาและตอบแทนเป็นเงินปันผลเช่นการลงทุนกับ REIT หรือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
  • ความเสี่ยงสำหรับการลงทุนออนไลน์ หากเป็นสินทรัพย์ในตลาดเงินตลาดทุนที่ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แต่อาศัยช่องทางออนไลน์ในการลงทุนความเสี่ยงจะเท่ากับการลงทุนในตลาดปกติ แต่ถ้าเป็นสินทรัพย์เฉพาะที่ซื้อขายนอกตลาด เช่น Bitcoin ความเสี่ยงจะสูงกว่า 

ลงทุนออนไลน์ 2019 ทางเลือกยุคดิจิทัลของนักลงทุน

เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลายอย่างง่ายขึ้นไม่เว้นแม้แต่การลงทุน ที่นักลงทุนมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยี และการสร้างช่องทางหรือแพลตฟอร์มในการลงทุนกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิม ล้วนแต่ช่วยเปิดโอกาสให้การลงทุนสะดวกขึ้น ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้ง่ายขึ้น เพราะการลงทุนออนไลน์ได้ทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ในการลงทุนลงด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ซึ่งหมายความว่าจะลงทุนกับตลาดใดในโลกก็ได้ ในเวลาใดก็ได้ แค่เลือกไทม์โซนของตลาดนั้นให้ถูกต้องก็พอ ข้อได้เปรียบของการลงทุนออนไลน์จึงมีด้วยกันหลายข้อ

ลงทุนออนไลน์กับสินทรัพย์เพื่อการลงทุนแบบดั้งเดิม

สินทรัพย์เพื่อการลงทุนแทบทุกประเภทสามารถซื้อขายผ่านออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝากประจำ ซื้อตราสารหนี้ กองทุนรวม หุ้น โดยดำเนินการเปิดบัญชีผ่านธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่รับเปิดบัญชี  แล้วหลังจากนั้นนักลงทุนจะสามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้ตามข้อตกลงของบัญชีการลงทุนนั้นๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง

ข้อดีข้อเสียของการลงทุนออนไลน์กับสินทรัพย์แบบดั้งเดิม

การลงทุนออนไลน์กับสินทรัพย์ดั้งเดิมกับการลงทุนในตัวสินทรัพย์นั้นโดยตรงแทบจะไม่แตกต่างกันในแง่วิธีการ แต่การลงทุนออนไลน์มีข้อดีที่เพิ่มเติมเข้ามาดังนี้

ลงทุนเองได้

ลงทุนออนไลน์ในสินทรัพย์ดั้งเดิมเป็นการลงทุนที่นักลงทุนสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ โดยสามารถตัดสินใจซื้อขายได้เองโดยจะเลือกใช้บริการที่ปรึกษาจากทางบริษัทที่เปิดบัญชีการลงทุนหรือไม่ก็ได้ ซึ่งการเลือกใช้หรือไม่ใช้บริการมาร์เก็ตติ้งจากทางบริษัทหลักทรัพย์ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ข้อดีคือเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่า และได้ตัดสินใจด้วยตนเอง ซึ่งสำหรับนักลงทุนมือใหม่ การตัดสินใจอาจจะยังไม่แม่นยำนัก จึงมีความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ที่ต้องยอมรับด้วยตนเอง

ลงทุนได้ทั้งกับตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ

โลกอนไลน์ไม่มีกำแพงด้านเวลาและระยะทางมาขวางกั้น นักลงทุนสามารถลงทุนกับสินทรัพย์ในต่างประเทศได้ด้วย เช่นลงทุนในตลาด REIT ที่มีตลาดใหญ่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งถ้าเป็นการลงทุนที่ไม่ผ่านออนไลน์ โอกาสในการสั่งซื้อขาย หรือมองหาตัวเลือกใหม่ๆ ในการลงทุนย่อมน้อยลง

เปรียบเทียบและวางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น

แอปพลิเคชั่นในการลงทุนออนไลน์ มักมีฟังก์ชั่นสำหรับดูทิศทางการลงทุนและเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนแถมมาด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมองภาพรวมของสินทรัพย์ที่กำลังถืออยู่รวมถึงกำลังตัดสินใจว่าจะถือไว้หรือขายไปได้ชัดเจนขึ้น

ลงทุนออนไลน์อะไรได้บ้าง

ลงทุนออนไลน์กับเงินสกุลดิจิทัล

เงินสกุลดิจิทัลจำพวกบล็อคเชน คริปโตเคอเรนซี Bitcoin ล้วนเป็นเงินที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกออนไลน์ การลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลจึงเป็นการลงทุนออนไลน์มาตั้งแต่แรก วิธีการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ เพียร์ พาวเวอร์ เคยกล่าวถึงไปแล้ว ซึ่งขึ้นตอนก็คือการส่งอีเมล์ไปเปิดบัญชีเพื่อรับตัวเลข 2 ชุด สำหรับใช้งานกับบัญชี ก่อนทำการขุดหรือเทรดสินทรัพย์นั้นผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นที่เก็บไว้ ข้อดีของการลงทุนออนไลน์กับเงินสกุลดิจิทัลคือมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีความผันผวนมากเช่นกัน อีกทั้งเงินสกุลดิจิทัลไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายในหลายประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรับไว้หากคิดจะลงทุนออนไลน์กับสินทรัพย์ประเภทนี้

ลงทุนออนไลน์กับ เพียร์ พาวเวอร์

เพียร์ พาวเวอร์เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ ที่ทำหน้าที่เป็นตลาดการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการมองหาการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่ให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดรายเดือนพร้อมผลตอบแทนเปป็นดอกเบี้ย โดยสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกลงทุนนั้นคือธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพ และต้องการเงินทุนในการขยายกิจการ โดยนักลงทุนจะลงทุนในลักษณะการให้สินเชื่อ ซึ่งกระจายความเสี่ยงได้ในหลายๆ กิจการ เริ่มต้นที่หน่วยลงทุนละ 100000 บาท ให้ผลตอบแทนในปีที่ผ่านมาถึง 11.4% และในเมื่อเป็นการให้สินเชื่อ ความเสี่ยงหนึ่งที่นักลงทุนจะมีสำหรับการลงทุนลักษณะนี้ คือความเสี่ยงจากการเบี้ยวหนี้นั่นเอง

การลงทุนออนไลน์ในปัจจุบันจะเริ่มมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งจากทางธนาคารเองที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินภายในประเทศ ตลอดจนความพยายามขยายโอกาสให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงิน(Financial Inclusion) จะทำให้เกิดผู้ให้บริการหน้าใหม่ๆ เช่นฟินเทคที่ให้บริการเฉพาะด้านทางการเงินเพิ่มมากขึ้น เพียร์ พาวเวอร์ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นหากคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการตัวเลือกใหม่ๆ ในการลงทุนออนไลน์ เลือกเพียร์ พาวเวอร์เป็นหนึ่งตัวเลือกในการกระจายความเสี่ยงก็ดีเหมือนกัน

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply