ฝากประจำ

ฝากประจำยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่ ฝากประจำอย่างไรคุ้มค่าที่สุด

การฝากประจำ(Fixed Deposit) เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวแรกๆ ที่นักลงทุนมักจะนึกถึง เพราะถือเป็นการลงทุนที่ซับซ้อนน้อย และมีความเสี่ยงต่ำ

  • การฝากประจำคือการนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารโดยจะไม่ถอนเงินส่วนนั้นออกมาถ้ายังไม่ครบสัญญา
  • ระยะเวลาในการฝากประจำเริ่มตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
  • ถ้ามีการถอนก่อนครบกำหนดสัญญาดอกเบี้ยที่ได้อาจจะลดลงหรือไม่ได้เลย
  • บัญชีเงินฝากประจำ(Fixed Deposit Account) มี 2 ประเภทคือฝากประจำแบบทั่วไป(General Deposit Account) กับฝากประจำแบบปลอดภาษี(Tax Free Monthy Deposit)
  • การฝากประจำให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5 – 3% แล้วแต่เงื่อนไขด้านของธนาคารและระยะเวลาในการฝาก
  • ผลตอบแทนจากการฝากประจำคือดอกเบี้ย(Interest) ซึ่งถ้าเป็นการฝากประจำแบบทั่วไปจะมีการหักภาษีดอกเบี้ย 15%

 

ฝากประจำยังน่าลงทุนอยู่ไหม

ถ้าไปคุยกับคุณปู่คุณย่า หรือคนรุ่นผู้ใหญ่หน่อยเรื่องการลงทุนหรือการเก็บออม เชื่อว่าตัวเลือกหนึ่งที่จะถูกพูดถึงคือการฝากประจำ(Fixed Deposit) เพราะเป็นการเอาเงินไปฝากไว้แล้วได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น ไม่มีความเสี่ยงได้ฝึกนิสัยการออม และทำให้มีวินัยทางการเงิน ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ไม่มีข้อโต้แย้งในแนวคิดดังกล่าว แต่ในอีกมุมหนึ่งการฝากประจำก็มีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้น

ฝากประจำคืออะไร

การฝากประจำคือการเปิดบัญชีเงินฝากกันธนาคารใดธนาคารหนึ่ง โดยมีสัญญาว่าผู้ฝากจะฝากเงินจำนวนนี้ไว้โดยไม่ถอนเลยในช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ ช่วงเวลาอาจเป็น 3 6 12 24 เดือน หรือมากกว่านั้นก็ได้ โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ตกลงกันไว้ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากออมทรัพย์ โดยอาจมีการจ่ายทุก 6 เดือน 12 เดือน ตามข้อตกลง ยิ่งฝากเป็นระยะเวลานานอัตราดอกเบี้ยยิ่งสูง เพราะธนาคารสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า แต่ถ้าผู้ฝากถอนเงินก่อนครบสัญญาที่ตกลงกันไว้ ธนาคารมีสิทธิ์จะไม่ให้ดอกเบี้ย หรือให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ได้ แล้วแต่เงื่อนไขที่ตกลงกันไว้แต่แรก และถ้าเป็นการฝากประจำแบบทั่วไป(General Fixed Deposit) จะต้องเสียภาษี 15% จากดอกเบี้ย

บัญชีเงินฝากประจำมีกี่แบบอะไรบ้าง

บัญชีเงินฝากประจำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

บัญชีเงินฝากประจำแบบทั่วไป(General Fixed Deposit)

คือการฝากเงินก้อนไปในธนาคารเป็นครั้งๆ โดยมีสัญญาว่าจะไม่ถอนเลยในระยะเวลาหนึ่ง บัญชีฝากประจำแบบทั่วไปจะฝากกี่ครั้งก็ได้ ครั้งละเท่าไหร่ก็ได้ โดยต้องฝากเป็นเงินก้อนใหญ่ๆ และเงินแต่ละก้อนจะนับช่วงเวลาแยกกัน  เช่น

  • ฝากเงินครั้งแรกเดือนมกราคม 200,000 บาท
  • ฝากเงินครั้งที่สอง เดือนมีนาคม 500,000 บาท

สมมติเป็นบัญชีที่จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนวิธีนับอายุเงินฝากและดอกเบี้ยกรณีที่ไม่ถอนก่อนครบสัญญาคือ

เงินฝากครั้งแรกจะได้ดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 200,000 บาท และจะได้ดอกเบี้ยจากการฝากครั้งที่สองในเดือนกันยายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 500,000 บาท

และบัญชีเงินฝากประจำประเภทนี้มีการหักภาษีจากดอกเบี้ย 15% ซึ่งหนึ่งคนสามารถเปิดได้หลายบัญชี

บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี(Tax Free Monthly Deposit)

เป็นการฝากประจำที่สัญญาว่าจะฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือนในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ถอน และไม่ผิดสัญญาคือไม่มีการเว้นเดือนหรือไม่นำเงินเข้าบัญชีตามกำหนดเวลา(บางธนาคารอาจจะเว้นได้ 1 เดือน แต่เดือนต่อมาฝากX 2 แล้วแต่เงื่อนไข) โดยมักเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทซึ่งบัญชีประเภทนี้เป็นบัญชีประเภท 1 คน 1 บัญชี และเป็นบัญชีได้รับการยกเว้นภาษี

ฝากประจำแบบทั่วไปกับฝากประจำแบบปลอดภาษีต่างกันยังไง

ฝากประจำแล้วได้อะไร

สิ่งจูงใจที่ทำให้คนอยากฝากประจำคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งบัญชีออมทรัพย์อาจให้ผลตอบแทนประมาณ 0.5% ต่อปี ในขณะที่บัญชีเงินฝากประจำให้ผลตอบแทนได้ระหว่าง 0.8 – 3% ต่อปีแล้วแต่เงื่อนไขและระยะเวลาในการฝากประจำของธนาคารนั้นๆ แต่ใช่ว่าฝากครบตามกำหนดแล้วอัตราดอกเบี้ยจะได้ตามนั้นเสมอไป เพราะตามที่เพียร์ พาวเวอร์ได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่ามีการเสียภาษี 15% และถ้ามีการถอนก่อนขึ้นมาการคิดดอกเบี้ยของธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นวัน

ฝากประจำคำนวณดอกเบี้ยยังไง

ดอกเบี้ยเงินฝากประจำจะเป็นดอกเบี้ยแบบขั้นบันได คือยิ่งฝากนาน ดอกเบี้ยยิ่งสูง โดยมีวิธีคำนวนณดอกเบี้ยเงินฝากประจำดังนี้

จำนวนเงินที่ฝาก x ดอกเบี้ย(%)) /365 วัน X จำนวนวันที่ฝาก – ภาษี 15%จากดอกเบี้ยทั้งหมด = ดอกเบี้ยที่จะได้รับ

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อน เพียร์ พาวเวอร์จึงมองหาโปรแกรมคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากมาให้ใช้ เพราะน่าจะง่ายและช่วยประหยัดเวลามากกว่าคำนวณเอง

ฝากประจำแบบ 12 เดือน หรือ 1 ปีที่ไหน ได้ดอกเบี้ยสูงที่สุด

เมื่อดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเลือกบัญชีเงินฝากประจำ เรามาลองดูกันว่า ระยะเวลา 12 เดือน ธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำมากที่สุด (ขอบคุณข้อมูลจาก Checkraka.com :: อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ เดือนกุมภาพันธ์ 2562)

 

ธนาคาร

ชื่อบัญชีเงินฝาก

เปิดบัญชี (บาท) ดอกเบี้ย

(%ต่อปี)

รายละเอียด

ศรีสวัสดิ์ บัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 3,000,000 2.500 คลิก
ไอซีบีซี (ไทย)    บัญชีเงินฝากประจำ Baht – Dollar 1,000,000 2.300 คลิก
ลินน์ ฟิลลิปส์   ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 5,000,000 2.300 คลิก
ออมสิน บัญชีเงินฝากประจำ 12 เดือน 1,000,000,000 2.250 คลิก
แอ็ดวานซ์   บัญชีเงินฝากประจำทั่วไป 10,000 2.000 คลิก
แคปปิตอล ลิ้งค์ ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 500,000 2.000 คลิก
เครดิตฟองซิเอร์เวิลด์ ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt) 500,000 2.000 คลิก
ไทยเครดิต   บัญชีเงินฝากประจำ ประเภทสมุดคู่ฝาก 1,000 1.850 คลิก
ซีไอเอ็มบี ไทย โปรแกรมเงินฝากประจำพิเศษ 5, 12 และ 24 เดือน Preferred 50,000 1.850 คลิก

ฝากประจำมีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร

ก่อนจะไปถึงคำถามว่าการฝากประจำคุ้มค่าหรือไม่ ลองมาดูข้อดี – ข้อเสียของการฝากประจำ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ข้อดีของการฝากประจำ

  • เหมาะกับคนที่ต้องการมีเงินเก็บและไม่คาดหวังผลตอบแทนจำนวนมาก โดยการฝากประจำแบบฝากทุกเดือนจะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ดี
  • ความเสี่ยงต่ำ เพราะไม่ได้เอาเงินไปทำอะไรแค่ฝากไว้เฉยๆ ในธนาคาร
  • เพิ่มเครดิตทางการเงิน ทำให้การขอสินเชื่อได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น เป็นแหล่งเงินทุนสำรอง

ข้อเสียของการฝากประจำ

  • ถ้าเป็นบัญชีฝากประจำทั่วไป มีการเสียภาษีจากดอกเบี้ย 15%
  • ถอนก่อนกำหนดไม่ได้ดอกเบี้ย หรือได้ดอกเบี้ยต่ำมาก
  • บัญชีแบบฝากประจำทั่วไปจำนวนเงินฝากเริ่มต้นค่อนข้างสูง ผลตอบแทนจึงจะคุ้มค่า
  • ผลตอบแทนต่ำสุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
  • เสียโอกาสในการลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในระยะเวลาที่เท่ากัน

จากทั้งหมดที่กล่าวมา หลายคนคงพอจะมีในใจแล้วว่าการฝากประจำคือการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเหมาะกับตัวเราหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การลงทุนมีตัวเลือกมากมาย และให้ผลตอบแทนต่างกันตามระดับความเสี่ยงการลงทุนที่เสี่ยงน้อยที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็ได้ เพราะการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน แม้แต่ลงทุนกับ เพียร์ พาวเวอร์ก็ไม่เว้น และความเสี่ยงสูงกว่าก็ให้ผลตอบแทนที่มากกว่า ซึ่งถ้าชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการลงทุนของคุณ ลองมาคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply