ธนาคารเพื่อการลงทุนกับการปรับเปลี่ยนใน Fintech

ธนาคารเพื่อการลงทุนจะรับมือกับความท้าทายจาก Fintech ได้อย่างไร

ธนาคารเพื่อการลงทุน(Investment Banking) เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจาก Digital Disruption ในแง่การมาของ Fintech ที่สนับสนุนด้านการลงทุน อันถือเป็นความท้าทายที่ธนาคารเพื่อการลงทุนต้องหาทางฝ่าไปให้ได้

  • การมาของ Fintech ทำให้ธนาคารเพื่อการลงทุนต้องรับศึก 2 ด้าน คือด้านเทคโนโลยีกับด้านการมาของ 3rd Parties ที่ให้บริการเสริมอื่นๆ ด้วย
  • กลุ่มทุนเริ่มหันมาลงทุนในบริษัท Fintech และเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุน
  • สถาบันการเงินส่วนใหญ่เลือกจะเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทด้าน Fintech เพราะจะได้ลดภาระด้านการพัฒนาเทคโนโลยีให้กับทีมภายใน 
  • จากผลการสำรวจพบว่าธนาคารเพื่อการลงทุนส่วนใหญ่ทุ่มงบให้กับการพัฒนาระบบ แต่เป็นการพัฒนาในส่วนของระบบดั้งเดิม ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พร้อมๆ กับลดงบในการพัฒนาระบบหลังบ้านภายในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อทีมพัฒนาระบบภายใน
  • แรงกดดันเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เครื่องมือประเภท Automation ที่จะช่วยลดเวลาและทรัพยากรของธนาคารที่ต้องใช้ไปกับเทคโนโลยี

 

ธนาคารเพื่อการลงทุนจะรับมือกับความท้าทายจาก Fintech ได้อย่างไร

(เนื่องจากเป็นบทความที่แปลมาจากบล็อกของต่างประเทศ เนื้อหาส่วนใหญ่จึงเป็นความคิดเห็น)

ทุกสถาบันดั้งเดิมของโลกกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายจาก Fintech โดยเฉพาะทีมพัฒนาและปฏิบัติการของธนาคารที่กำลังพุ่งเป้าสู่การตอบสนองต่อนวัตกรรม ที่ถูกเพิ่มความซับซ้อนอีกชั้นด้วยระบบของ 3rd Parties รวมกันเป็นแรงบีบให้ต้องต่อสู้ 2 ทาง ในเวลาเดียวกัน

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เสถียรภาพของธนาคารกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความท้าทายจาก Fintech ที่เข้ามาจากทุกมุม

  • ในปี 2018 จะพบว่ามีการลงทุนจากกลุ่มทุน(Venture capital) ในผู้ให้บริการด้าน Fintech เป็นมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านเหรียญ (ข้อมูลจาก Central Bank)
  • ในปีที่ผ่านมา เฉพาะในสหรัฐอเมริกา S&P Global ทุ่มทุนกว่า 7500 ล้านเหรียญเพื่อลงทุนใน Fintech โดยกว่า 1300 ล้านเลือกลงทุนเฉพาะตลาดเทคโนโลยี (ข้อมูลจาก S&P Global)

ไม่เพียงในขอบเขตของระบบเพย์เมนต์และเงินฝากเท่านั้นที่เกิดความเปลี่ยนแปลง ตลาดทุนก็ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนผ่านด้วยในเวลาเดียวกัน ทั้งด้านการแข่งขัน เทคโนโลยีเกิดใหม่ ทำให้ยากที่จะค่อยๆ ปรับตัว

“บริษัทเอกชนเลือกจะทุ่มทุนลงไปในธุรกิจเหล่านี้ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเข้าสู่โลกดิจิทัล เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางกับตลาดทุน”

ธนาคารเพื่อการลงทุน จะตอบสนองต่อความท้าทายนี้อย่างไร

ผลการสำรวจจาก Mckinsey Panorama พบว่า เกือบ 80% ของสถาบันการเงินเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Fintech 

ตั้งแต่นั้นมาก็พบว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของธนาคารเพื่อการลงทุนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ภาระในส่วนนี้จึงตกเป็นของทีมพัฒนาระบบและทีมปฏิบัติการภายในของธนาคารเอง

จากการสำรวจโดย Accenture ประมาณการได้ว่าธนาคารส่วนใหญ่จะเกลี่ยเงิน 70% ของงบประมาณด้าน IT ไปกับบริการด้าน IT แบบดั้งเดิม(การบริหารสินทรัพย์เดิม หรือสินทรัพย์หลัก เป็นต้น) และที่เหลืออีก 30% จึงจะใช้ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เช่นระบบคลาวด์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล(Data Analysis) รายงานฉบับเดียวกันยังชี้ให้เห็นว่า

“ธนาคารเพื่อการลงทุนต้องการให้งบประมาณ 30 – 40% นี้ ครอบคลุมการปฏิบัติการในช่วงเวลา 3 – 5 ปี ซึ่งในระหว่างนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุนที่ส่งผลกระทบต่อธนาคารราวๆ 5,000-8,000 ล้านเหรียญ เพราะความซับซ้อนในการปฏิบัติการของธนาคารเอง”

ธนาคารเพื่อการลงทุนพบความกดดันใดบ้างจาก Fintech

ไม่เพียงมูลค่าที่กำลังถูกตัดไปเท่านั้น จากการสัมภาษณ์ Anthony Woolley, UK Chief Information Officer at Société Générale โดย EY เพื่อประกอบการรายงานเรื่อง Capital Markets: innovation and the FinTech landscape อธิบายว่า ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องของนวัตกรรม

“ตลาดทุนและธนาคารเพื่อการลงทุนมีการลงทุนอย่างหนักในปีที่ผ่านมา แต่เป็นในส่วนของหน้าบ้าน(Front Office) เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ควรจะทำและช่วยฉุดให้ค่าROE(ความสัมพันธ์ของความสามารถในการทำกำไรกับเงินทุน)เพิ่มสูงขึ้น และลงทุนน้อยลงในส่วนหลังบ้านทันที เนื่องมาจากโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไป จึงต้องมีการวางโครงสร้างค่าใช้จ่ายใหม่ โดยมีพื้นฐานจากนวัตกรรม ที่ต้องสร้างปฏิสัมภัณฑ์และยกเป็นวาระในการสร้างความเข้าใจต่อคนในองค์กร”

ทั้งหมดนี้ชี้ไปในมุมที่ว่ามันจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้ทีมพัฒนาระบบและปฏิบัติการภายในธนาคารจากแง่มูลค่าที่ถูกลดลงและนวัตกรรมใหม่ที่เข้ามา

นี่อาจเป็นทั้งหมดที่จะต้องพูดถึง สำหรับทีมปฏิบัติการแล้วมันคือการให้น้ำหนักกับการทำงานแบบเดิมให้น้อยลง พร้อมๆ กับการทดสอบระบบซ้ำๆ ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม และแก้ไขบั๊กนับพันหรืออาจจะถึง 2,000 ในกรณีที่เป็นธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดกลางขึ้นไป

ในบลอกที่แล้วผู้เขียนได้มีการแชร์ความรู้ที่จะช่วยให้การทำงานของทีมพัฒนาระบบและปฏิบัติการทำได้ดีใน 1 วัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ทีมดังกล่าวมีเวลารับมือกับ fintech และนวัตกรรมมากขึ้น

แล้วอะไรที่ธนาคารเพื่อการลงทุนจะทำได้เพื่อให้อยู่รอดในเวลาที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นในทุกทิศทางในภาวะที่ตลาดกำลังหดตัวลง?

คำตอบที่เหมือนคำหลอกก็คือการใช้ Automation ซึ่งไม่ได้หมายถึงนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่แบบ AI ที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตอันยาวไกล แต่หมายถึงการนำระบบ Automation มาสร้างมูลค่าเพิ่มฟรี และทำให้ทีมพัฒนามีเวลาทำงานมากขึ้นซึ่งทำได้ในวันนี้เลย

ด้วยการตัดกระบวนการทำงานด้วยมือโดยใช้ Automation ธนาคารไม่เพียงแต่จะมีเวลามากขึ้นในการซื้อขายสินทรัพย์ แต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ด้วย แล้วไปมุ่งด้านการสร้างมูลค่าให้กับองค์กร

มันจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ใช้ทรัพยากรน้อยลง และตอบสนองต่อความท้าทายจากเทคโนโลยีทางการเงินได้มากขึ้น Automation จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการทำงานที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับธนาคารเพื่อการลงทุนมากขึ้น

ส่วนท้ายของรายงานจาก Accenture กล่าวว่า

“บทความนี้สอนให้ธนาคารเพื่อการลงทุนรู้ว่า เราไม่อาจเอาชนะได้ด้วยการเติบโตจากฐานที่ยิ่งใหญ่ หรือทรงพลังที่สุดในโลกธุรกิจ และไม่สำคัญว่าผลกระทบที่ได้รับจะมากน้อยอย่างไร เพราะสุดท้ายธนาคารจะเติบโตได้ก็ด้วยแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ในมือ”

 

แปลและเรียบเรียงจาก :: How investment banks can respond to the fintech challenge By Simon Richard.

เปิดบัญชีนักลงทุน

ลงทุนใน SME

Leave a Reply