ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง

การขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding เป็นการขอทุนก้อนใหญ่จากคนหลายๆ คน ซึ่งในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบ Debt Crowdfunding กับแบบ Peer to Peer Lending ที่ผู้ขอระดมทุนจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป

  • ในการระดมทุนแบบ Debt Crowdfunding ผู้ขอระดมทุนต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้ว และนำกิจการออกมาระดมทุนในลักษณะของหุ้นกู้
  • Debt Crowdfunding สามารถระดมทุนได้ตั้งแต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท จนถึงไม่จำกัดจำนวนขึ้นอยู่กับว่าระดมทุนจากนักลงทุนประเภทใด ซึ่งส่งผลให้ดอกเบี้ยของการระดมทุนประเภทนี้ไม่จำกัดจำนวนตามไปด้วย
  • ส่วนการระดมทุนแบบ Peer to Peer Lending ผู้ขอสินเชื่อเป็นบุคคลทั่วไปที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายทั่วไป หรือต้องการใช้จ่ายเพื่อธุรกิจก็ได้
  • Peer to Peer Lending เป็นการขอสินเชื่อที่ขอได้ตั้งแต่ 1.5 – 5 เท่าของรายได้ กรณีขอสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายทั่วไป ในขณะที่สามารถขอได้ถึง 50 ล้านบาทในกรณีที่เป็นการขอสินเชื่อเพื่อประกอบกิจการ
  • ข้อดีของการระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding คือเป็นสินเชื่อหรือการออกหุ้นกู้ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 
  • ความเสี่ยงสำหรับผู้ขอสินเชื่อประเภท Lending Based Crowdfunding คือเสี่ยงต่อการระดมทุนไม่สำเร็จ

 

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง

ถ้าพูดถึงแหล่งเงินทุน เพียร์ พาวเวอร์ เชื่อว่า สิ่งแรกที่แทบทุกคนจะนึกถึงคือการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ในขณะที่การมาถึงของ Fintech ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้จำกัดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป หนึ่งในนั้นคือการขอสินเชื่อหรือขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้ง่ายขึ้น แม้ Lending Based Crowdfunding จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในหลายๆ ประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ผู้สนใจหลายคนน่าจะยังมีความสงสัย ว่าจะสามารถขอสินเชื่อแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง 

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องเข้าใจในหลักการทำงาน

เพียร์ พาวเวอร์เคยพูดถึงความหมายและวิธีการระดมทุนหรือขอสินเชื่อของ Lending Based Crowdfunding ไปแล้วหลายครั้ง ในบทความนี้จึงขออธิบายให้เข้าใจคร่าวๆ ว่า Lending Based Crowdfunding คือการขอระดมทุนจากคนจำนวนมากเพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งเช่น พัฒนาธุรกิจ ใช้จ่ายส่วนตัว เป็นต้น โดยจะมีลักษณะเป็นการขอสินเชื่อ ที่ต้องชำระคืนและมีผลตอบแทนให้กับเจ้าของเงิน โดยในประเทศไทย Lending Based Crowdfunding จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

Debt Crowdfunding 

เป็นการระดมทุนเพื่อธุรกิจ โดยผู้ประกอบการจะนำกิจการของตนมาขอออกหุ้นกู้กับแพลตฟอร์มเช่นเพียร์ พาวเวอร์เป็นต้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ขอระดมทุนกับนักลงทุน โดยผู้ประกอบการที่ได้รับเงินทุนไปแล้ว ต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย SEC

Peer to Peer Lending หรือ P2P Lending

เป็นการขอสินเชื่อระหว่างบุคคล คือใครสักคนที่ต้องการเงินทุน มายื่นขอระดมทุนจากนักลงทุน ผ่านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการในลักษณะการขอสินเชื่อ และต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่ง Peer to Peer Lending อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย BOT

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

ความต่างของ Crowdfunding 2 แบบนี้อยู่ที่ผู้ขอระดมทุนหรือสินเชื่อและการจำกัดอัตาการลงทุนของผู้ลงทุน สำหรับผู้สนใจขอสินเชื่อแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อของตนเองให้ชัดเจน เช่น หากเป็นบุคคลทั่วไป ต้องการขอสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายอุปโภคบริโภค หรือต้องการขยายธุรกิจ จะเหมาะกับการขอสินเชื่อแบบ P2P Lending  แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทซึ่งจดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว และต้องการระดมทุนเพื่อขยายกิจการโดยเฉพาะ การยื่นขอสินเชื่อแบบ Debt Crowdfunding ก็จะมีความเหมาะสมมากกว่า

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ได้วงเงินเท่าไหร่

เนื่องจากการระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding เป็นการระดมทุนระยะสั้นๆ และมีข้อดีคือผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกช่วงเวลาในการผ่อนชำระคืนที่เหมาะสมได้ ทำให้วงเงินที่ได้รับจะเป็นวงเงินที่ไม่เกินกำลังการชำระคืน เพื่อความชัดเจนเพียร์ พาวเวอร์ ขอแบ่งตามประเภทผู้ยื่นขอระดมทุนให้เห็นง่ายๆ 

บุคคลทั่วไป ขอสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว วงเงินระหว่าง 1.5 – 5 เท่าของรายได้ 

บุคคลทั่วไป ขอสินเชื่อเพื่อใช้ในธุรกิจ วงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท 

เหมาะกับการขอสินเชื่อแบบ P2P Lending โดยจะได้รับอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการประเมินโดยระบบของแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลาง

ผู้ประกอบการ ออกหุ้นกู้เพื่อธุรกิจ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท หากเสนอขายให้นักลงทุนรายบุคคล และไม่จำกัดวงเงินถ้าเป็นการเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน เหมาะกับการออกหุ้นกู้แบบ Debt Crowdfunding โดยอัตราดอกเบี้ยจะไม่จำกัด และคิดจากระบบประเมินโดยแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลาง เช่นเดียวกับแบบ Peer to Peer lending

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ทำได้อย่างไร

การขอสินเชื่อหรือระดมทุนจาก Lending Based Crowdfunding ไม่ว่าจะเป็น Debt Crowdfunding หรือ Peer to Peer Lending จะทำผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวกลางในการลงทุน แบบที่เพียร์ พาวเวอร์ดำเนินการอยู่ โดยผู้ขอสินเชื่อหรือผู้ประกอบการที่ต้องการจะออกหุ้นกู้ ซึ่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงของธุรกิจจากเอกสาร ลักษณะการดำเนินการ วินัยในการบริหารการเงินภายในบริษัท เพื่อพิจารณาวงเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ระยะเวลาในการกู้ยืมที่เหมาะสม ตลอดจนอัตราดอกเบี้ย ก่อนนำไประดมทุนในแพลตฟอร์ม และจะดูแลทั้งการให้สินเชื่อ การชำระคืน ตลอดจนการติดตามหนี้หากมีการผิดนัด 

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding มีข้อดีและข้อเสียอะไร

ข้อดี

เป็นแหล่งเงินทุนที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อ อาจไม่มีทรัพย์สินเพื่อยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ในขณะที่การขอสินเชื่อแบบ Lending Based Crowdfunding พิจารณาจากการประเมินความน่าเชื่อถือของกิจการเป็นหลัก

มีโอกาสขอเเงินก้อนใหญ่ได้มากกว่าขอจากแหล่งทุนเพียงแหล่งเดียว นักลงทุนมักเลือกกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการเลือกลงทุนกับสินทรัพย์หลายๆ ประเภท และประเภทละหลายๆ ตัวเลือก ดังนั้นการขอสินเชือหรือระดมทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียวจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่นักลงทุนหลายคนหลีกเลี่ยง แต่สำหรับการลงทุนในหน่วยลงทุนเล็กๆ กับหลายๆ สินเชื่อ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย

มีความเสี่ยงในการระดมทุนไม่สำเร็จ เนื่องจากเป็นการขอระดมทุนหรือขอสินเชื่อจากนักลงทุนจำนวนมากเพื่อเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนแต่ละรายก็จะมีเป้าหมายในการลงทุนที่แตกต่างกันไป จึงไม่มีใครบอกได้ว่าสิ่งที่ผู้ขอสินเชื่อต้องการจะให้ผลตอบแทนได้พอเหมาะพอดีกับความต้องการของยนักลงทุนจนอยากจะให้เงินกับเงื่อนไขนี้หรือเปล่า โอกาสที่จะไม่ได้เงินจึงมีเช่นกัน

เพียร์ พาวเวอร์ ขอฝากไว้ว่า ผู้ที่สนใจลงทุนในแพลตฟอร์มรูปแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องเตรียมตัวรักษาวินัยทางการเงินและเอกสารทางการเงินให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไป เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่ทางแพลตฟอร์มจะใช้เพื่อพิจารณาการนำสินเชื่อหรือหุ้นกู้ของผู้สนใจออกมาระดมทุน

Leave a Reply