Category

ลงทุน

เงินลงทุนเท่าไหร่ ถึงจะใช่สำหรับแผนการลงทุนของคุณ

เงินลงทุนเท่าไหร่ ถึงจะใช่สำหรับแผนของคุณ นักลงทุนส่วนมากมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นตัวเลขกลมๆ กันอยู่แล้ว เช่นต้องการเก็บเงินให้ได้ 5,000,000 บาท ภายใน 3 ปี หรือต้องการมีเงินล้านแรกตอนอายุ 25 เป็นต้น แล้วจึงเลือกว่าลงทุนอะไรดี ที่จะให้ผลตอบแทนได้ตามวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งนอกเหนือจากการเลือกสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือเป้าหมายดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่จึงจะเป็นไปได้ ซึ่งสำหรับนักลงทุนแล้วการวางแผนใช้เงินลงทุนมีหลายปัจจัย เงินลงทุนนั้นมาจากไหน แหล่งที่มาของเงินลงทุนนั้น เหมือนจุดเริ่มต้นของการลงทุนที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน มันจึงเป็นตัวกำหนดทั้งการวางแผนและวิธีการที่ใช้ในการลงทุนไปในเวลาเดียวกัน รวมถึงเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายการลงทุนดังกล่าวด้วย ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ ขอแบ่งแหล่งที่มาของเงินลงทุนออกเป็น 2 ประเภท เงินที่แบ่งมาจากก้อนอื่น นักลงทุนที่ใช้เงินลงทุนลักษณะนี้มักเป็นพนักงานบริษัทที่รับเงินเดือนเป็นรายได้ทางเดียว ซึ่งสามารถลงทุนได้โดยสัดส่วนที่เหมาะสมกับเงื่อนไขด้านเงินลงทุน การวางแผนลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้คือการวางแผนการลงทุนด้วยการทำความเข้าใจกับเงิน 4 ประเภทต่อไปนี้เป็นอันดับแรก รายได้ หมายถึงเงินที่ได้รับทั้งหมดต่อเดือน ค่าใช้จ่ายจำเป็น หมายถึง เงินที่ใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตต่างๆ  ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย  เงินออม หมายถึงเงินที่เก็บไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากมีรายได้ทางเดียว ความเสี่ยงต่อการจะขาดรายได้หากตกงานก็จะตามมาด้วย หรือเป็นกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยที่ประกันสุขภาพไม่ครอบคลุม ซึ่งเงินออมนี้มีหลายสูตรที่ต่างกัน บ้างบอกว่าต้องมีอย่างน้อย 3 เดือน บ้างก็บอกว่า 6 เดือนขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและช่องทางในการจะได้รับเงินคืนมาอีกครั้ง เงินลงทุน หมายถึงเงินที่จะเอาไปต่อยอดให้งอกเงยขึ้นด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งในทั้ง 4 ก้อนนี้ นักลงทุนหลายคนสับสนระหว่างเงินออมกับเงินลงทุน หลายคนเลือกใช้เงินออมมาลงทุน ซึ่งหากพิจารณาในมุมหนึ่งนั่นคือการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเองจากการลงทุน เพราะหากมีเงินออมไม่เพียงพอต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินในชีวิต และการลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือเลวร้ายที่สุดคือเสียการลงทุนนั้นไป ก็อาจทำให้นักลงทุนเกิดปัญหาทางการเงินได้ วิธีคำนวณเงินลงทุนของกลุ่มนี้ควรจะเป็น รายได้ – เงินออม – ค่าใช้จ่าย = เงินลงทุน หากคุณเป็นนักลงทุนกลุ่มนี้และเป็นนักลงทุนมือใหม่ เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้อาจรู้สึกท้อว่าการลงทุนช่างเป็นหนทางที่ยาวไกล และด้วยสูตรนี้แล้วโอกาสจะบรรลุเป้าหมายการลงทุนจะเป็นไปได้อย่างไร เพียร์ พาวเวอร์ อยากบอกให้ทราบว่าคุณอยู่ในกลุ่มนักลงทุนที่มีมากที่สุด และนักลงทุนส่วนมากก็เริ่มต้นด้วยวิธีเดียวกัน คือวางแผนการเงินเป็นอันดับแรก สะสมจนมีเงินออมเพียงพอ แล้วจึงมองหาการลงทุนที่พอดีกับเงื่อนไขด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน ดังนั้นวิธีที่เพียร์ พาวเวอร์แนะนำนี้จึงเป็นวิธีคำนวณเงินลงทุนที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับนักลงทุนมือใหม่ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมากที่สุด เงินที่ได้มาจากการต่อยอดหรือเงินเย็น นักลงทุนกลุ่มนี้คือนักลงทุนที่ใช้เงินเหลือมาต่อยอดความมั่งคั่ง เพียร์ พาวเวอร์ พบว่ามีตั้งแต่พนักงานบริษัทระดับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ ผู้ได้รับมรดก หรือบางทีก็เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาที่ได้รับโบนัสประจำปี และไม่มีแผนใช้เงินก้อนดังกล่าว และบ่อยครั้งก็เป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีประสบการณ์ มีมุมมองและวิธีการลงทุนรวมถึงเป้าหมายการลงทุนเป็นของตัวเอง  กลุ่มนี้จึงใช้เงินลงทุนในลักษณะทำอย่างไรให้การลงทุนนั้นคุ้มค่ามากที่สุด เช่นกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ประเภทใดจึงจะดี ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้เป้าหมายมักไม่ใช่ตัวเลขกลมๆ… Read more

ประโยชน์ของ Debt Crowdfunding ในภาพรวมคืออะไร

ประโยชน์ของ Debt Crowdfunding ในภาพรวมคืออะไร  เพียร์ พาวเวอร์ พูดถึง Debt Crowdfunding มาหลายครั้งในแง่มุมต่างๆ กัน ส่วนใหญ่เป็นมุมของผู้ประกอบการและนักลงทุน แต่ในความเป็นจริง Debt Crowdfunding สามารถถอยออกมามองในภาพที่ใหญ่กว่าได้อีกขั้น คือภาพของการเพิ่มผลผลิตมวลรวมประชาชาติ(GDP) เพื่อให้เห็นประโยชน์ในแต่ละส่วนของแหล่งเงินทุนประเภทนี้ได้ชัดเจนขึ้น เพียร์ พาวเวอร์ ขอทำหน้าที่อธิบายไปทีละส่วน ประโยชน์ของ Debt Crowdfunding ต่อผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ประกอบการถือเป็นผู้รับผลประโยชน์โดยตรงจากบริการดังกล่าว เพราะเป็นกลุ่มที่ยื่นขอแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจต่อ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งในรูปแบบการขยายกิจการและเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับธุรกิจ โดยประโยชน์หลักๆ ที่ผู้ประกอบการได้รับจาก Debt Crowdfunding คือ เงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ Debt Crowdfunding มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งเพื่อซื้อวัตถุดิบเพิ่ม ขยายพื้นที่ดำเนินการ สั่งซื้อเครื่องจักร ฯลฯ รวมถึงการซื้อลูกหนี้การค้า(Invoice Factoring) ซึ่งเดิมผู้ประกอบการอาจไม่มีเงินทุนเพียงพอสำหรับเรื่องดังกล่าว หรือหากใช้จ่ายเงินทุนที่มีอยู่ไปกับการขยายกิจการ โอกาสที่จะขาดสภาพคล่องก็มีมาก การได้รับเงินทุนจาก Debt Crowdfunding จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการหมุนเวียนได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง โอกาสในการขยายกิจการ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Debt Crowdfunding คือแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ ที่จะนำไปใช้จ่ายสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังอยู่ในระยะขยายตัวในช่วง 1 – 2 ปีหลังจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งยากต่อการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการ SME จำนวนมากไปต่อไม่ไหว เพราะขาดเงินทุนสำหรับขยายกิจการให้เติบโตทันกับความต้องการของตลาด ทำให้พลาดโอกาสในการทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย  Debt Crowdfunding จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจต่างๆ ได้เข้าถึงแหล่งทุน และขยับขยายไปในทิศทางที่ควรจะเป็น การได้รับเงินทุนโดยไม่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน ในการขยายกิจการที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ถ้าเป็นผู้ประกอบการที่เพิ่งดำเนินธุรกิจได้ไม่นานการขอสินเชื่อวงเงินสูงๆ จากธนาคารมักยากที่จะได้รับการอนุมัติ หรือสามารถขอสินเชื่อในวงเงินที่ต้องการได้โดยมีเงื่อนไขคือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่อีกเช่นกัน เพราะผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มีสินทรัพย์ในส่วนนี้ ดังนั้น Debt Crowdfunding ที่สนับสนุนแหล่งเงินทุนโดยพิจารณาจากความเป็นไปได้ทางธุรกิจ จึงตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากกว่า ประโยชน์ของ Debt Crowdfunding ต่อนักลงทุน กลุ่มนักลงทุนเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ทางตรงจาก Debt Crowdfunding เพราะเป็นผู้รับผลตอบแทนโดยตรงจากผู้ประกอบการที่ชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยรายเดือน ซึ่งการลงทุนใน Debt Crowdfunding จะให้ประโยชน์กับนักลงทุนหลักๆ แล้ว 3 ด้าน… Read more

แหล่งเงินทุนแบบ Debt Crowdfunding กับ P2P Lending เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

 แหล่งเงินทุนแบบ Debt Crowdfunding กับ P2P Lending เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แหล่งเงินทุนที่ดีเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากแสวงหาไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไป ในขณะเดียวกันหากพูดถึงคำนี้ คนส่วนมากจะยังเข้าใจว่าสามารถขอแหล่งเงินทุนได้จากธนาคารและสถาบันการเงินเท่านั้น แต่น้อยคนจะทราบว่านอกจากสถาบันการเงินแบบอนุรักษ์นิยมที่เราคุ้นเคยกันดี ยังมีบริการแหล่งเงินทุนในรูปแบบ Debt Crowdfunding และ P2P Lending ที่เป็นแหล่งเงินทุนอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน เพียร์ พาวเวอร์ ขอหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาอธิบาย แหล่งเงินทุน แบบ Debt Crowdfunding กับ P2P Lending มีจุดร่วมกันอย่างไร ที่จริงแล้วทั้ง 2 ประเภทเป็นแหล่งเงินทุนในลักษณะการระดมทุน(Crowdfunding) แบบ Lending Based Crowdfunding คือการระดมทุนในลักษณะการให้สินเชื่อ โดยผู้ต้องการใช้แหล่งทุนจะขอระดมทุนจากนักลงทุนหลายๆ คนในครั้งเดียว ให้ได้ยอดระดมทุนในอัตราที่ร้องขอ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเหมือนกัน ซึ่งในต่างประเทศมักเรียกรวมกันแค่ Peer to Peer Lending หรือ P2P Lending  แหล่งเงินทุนแบบ Debt Crowdfunding กับ P2P Lending ต่างกันอย่างไร สำหรับในประเทศไทยแล้ว P2P Lending อยู่ใต้การกกำกับดูแลโดย BOT ส่วน Debt Crowdfunding อยู่ภายใต้การกำกกับดูแลโดย SEC จึงทำให้แหล่งเงินทุนดังกล่าวในประเทศไทยแยกออกจากกันตาม ซึ่งแบ่งความแตกต่างออกไปได้อีก 3 ส่วน คือ ผู้ใช้บริการแหล่งเงินทุน  แบบ Debt Crowdfunding ผู้ยื่นขอระดมทุนจะต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในกิจการ เช่นขยายกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน ในขณะที่ P2P Lending ผู้ยื่นขอระดมทุนจะเป็นบุคคลธรรมดา ที่ยื่นขอระดมทุนเพื่อนำไปใช้จ่ายตามความต้องการ ซึ่งเป็นได้ทั้งใช้จ่ายส่วนตัวและประกอบธุรกิจ วิธีการขอพิจารณาการลงทุน ทั้ง Debt Crowdfunding และ P2P Lending ล้วนแต่ขอระดมทุนผ่านผู้ให้บริการที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางทั้งคู่ ต่างกันตรงที่ Debt Crowdfunding ผู้ประกอบการจะขอระดมทุนในลักษณะการขอออกหุ้นกู้ ในขณะที่แบบ… Read more

Bitcoin ใกล้แตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

Bitcoin ใกล้แตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังการตอบรับอย่างอบอุ่นต่อการเปิดตัว Future ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค Bitcoin ต้องดิ้นรนให้พ้นจากการตกต่ำของราคาที่สุดในรอบ 3 เดือนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งนักเทรดต่างยกให้เป็นผลของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คที่เพิ่งเปิดขายตราสารอนุพันธ์แบบ Future Bitcoin เงินสกุลดิจิทัลเจ้าใหญ่ที่สุดในตลาดมีมูลค่าลดลง 2% แตะระดับ 8,364 เหรียญดอลล่าร์ ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยลดลงกว่า 15% เป็นช่วงสั้นๆ เมื่อวันอังคารแตะที่ระดับ 8,000 เหรียญดอลล่าร์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้น จากการที่ The Intercontinental Exchange ผู้เป็นเจ้าของ NYSE(New York Stock Exchange)ได้ขึ้นทะเบียนให้ Bakkt ซึ่งเป็นเงินสกุลดิจิทัลสกุลหนึ่งเป็นตราสารประเภท Future ในวันจันทร์ที่ 23 กันยายน ซึ่งได้รับการคาดการณ์จากนักเทรดว่าจะนำไปสู่การลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ การเปิดตัว Bakkt ซึ่งเป็นบิตคอยน์ภายใต้แพลตฟอร์ม ICE จะเป็นกฎหมายอ้างอิงสำหรับการซื้อขายบิตคอยน์ในลักษณ์ Future ซึ่งคาดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ราคาของ bit coin เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงก่อนหน้านี้ของปี Bakkt ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีเพียงแค่ 166 สัญญาเท่านั้นที่มีการทำการซื้อขาย ซึ่งไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่สำหรับนักวิเคราะห์และนักเทรดบางคนที่ตีความว่าการอัตราการเทรดจำนวนน้อยนั้นคือหลักฐานของความไม่มั่นใจที่มีต่อคริปโตเคอเรนซีของนักลงทุนรายใหญ่ “มันคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้สถาบันการเงินเชื่อมต่อกับบิตคอยน์” Jame Farquahan ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ NKB Group ใน London กล่าว “มันคืออะไรซักอย่างที่จะทำให้พวกเขาสะดวกพอที่จะซื้อมัน” Bitcoin Future ได้มีการเสนอขายตามกฎหมายการเงินฉบับนี้ได้รับความนิยมอย่างเป็นวงกว้างภายในปีนี้ เพราะว่านักลงทุนส่วนหนึ่งมองหาการลงทุนใน คริปโตที่มีการป้องกันจากการโจรกรรมข้อมูล การแฮ็ค และความผันผวนที่เกิดขึ้น ในบางตลาดการซื้อขายหลักทรัพย์กำลังจะเสนอขาย Bitcoin ในลักษณะ Future จะนำไปสู่การซื้อขายล่วงหน้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เสนอให้นักเทรดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในเงินสกุลดิจิทัล CME Group ผู้ดำเนินการด้าน Future ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีแผนการเปิดให้บริการ Option เพื่อซื้อขายสัญญา Bitcoin ภายในไตรมาสแรกปี 2020 ผู้เล่นบางคนในตลาดกล่าวว่า การร่วงของ Bitcoin เมื่อวันอังคารส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาด้านเทคนิค… Read more

Larry Ellison กับ 5 ประโยคบันดาลใจ

Larry Ellison กับ 5 ประโยคบันดาลใจ การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดทุนหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินเท่านั้น นักลงทุนที่เพียร์ พาวเวอร์ รู้จัก หลายคนได้รับการยกย่องในด้านการลงทุนกับหุ้น ในขณะที่อีกหลายคนโดดเด่นในการลงทุนกับสินทรัพย์ทางเลือก Larry Ellison เป็นอย่างหลัง แม้คนส่วนใหญ่จะรู้จักเขาในแง่ของการเป็น CEO และ CTO ของ Oracle Corporation บริษัทผู้พัฒนาระบบ CRM ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดระบบหนึ่งของโลก ส่งให้ Ellison เป็นบุคคลที่รวยที่สุดติดอันดับ Top10 ของคนวงการ IT แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีมีวิธีการเลือกสินทรัพย์ในการลงทุนที่ไม่เหมือนใคร ทัศนคติของเขาสะท้อนออกมาทางคำพูดที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ เลือกมา 5 ประโยค ที่สอดคล้องกับช่วงชีวิตของเขา และน่าจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนคนต่อไป When I do something, It is all about self-discovery. I want to learn and cover my own limits. :: เมื่อผมทำบางสิ่ง ทั้งหมดนั้นเพื่อการค้นหาตัวเอง ผมต้องการเรียนรู้และค้นพบข้อจำกัดของตัวเอง ปี 1944 Larry Ellison เป็นเด็กชายที่เกิดจากแม่วัยรุ่น เขาเกิดมาพร้อมกับอาการป่วย นั่นทำให้แม่วัย 19 ปีของเขาตัดสินใจยก Ellison ให้เป็นลูกบุญธรรมของลุงกับป้า ที่ให้ความรักกับเขาอย่างเต็มที่ แต่แม่บุณธรรมที่มีความรักให้เขาล้นเหลือจากไปตั้งแต่ Larry ยังเป็นวัยรุ่น เขาจบมัธยมและเลือกเข้าเรียนแพทย์ตามแรงผลักดันของคนในครอบครัว เพื่อจะพบว่าเขามีข้อจำกัดในการเรียนสาขาวิชานี้ Larry Ellison เข้าเรียนแพทย์ที่ University of Illinois at Urbana–Champaign เพื่อจะลาออกจากมหาวิทยาลัย และเข้าเรียนอีกครั้งที่ Chicago University เพื่อจะลาออกอีกเช่นกัน นั่นหมายความว่า Ellison เรียนไม่จบในระดับอุดมศึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความสามารถด้านอื่น เขาเลือกหยิบทักษะพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์มาใช้สร้างโอกาสให้กับชีวิต และเมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ของ Oracle Corporation… Read more
1 2 3 17