Category

ลงทุน

เงินดิจิทัลสกุลใหม่ของจีนจะคล้ายกับ Libra ของ Facebook

เงินดิจิทัลสกุลใหม่ของจีนจะคล้ายกับ Libra ของ Facebook  จีนนำเสนอ Cryptocurrency เงินดิจิทัลสกุลใหม่ที่คล้ายกับเหรียญ Libra ของ Facebook โดยคาดว่าจะใช้ในการใช้จ่ายในระดับใหญ่ตามแพลตฟอร์มหลักของจีน เช่น WeChat,AliPay เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศจีนกล่าว Mu ChangChun deputy director of the People’s ธนาคารแห่งประเทศจีนกล่าวว่า มีการพัฒนาเงินดิจิทัลขึ้นมาเพื่อรับมือกับการขยายตัวของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศให้ยังคงมีเอกภาพเพื่อรับมือกับการขยายตัวของเงินสกุลดิจิทัล ที่ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น “ทำไมธนาคารกลางจะต้องสร้างเงินดิจิทัลขึ้นมาอีก ในเมื่อระบบการใช้จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการพัฒนาแล้ว” Mu กล่าว อ้างอิงจากรายงานการบรรยายของเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเผยแพร่ผ่านทางโลกออนไลน์ “มันเกิดขึ้นเพื่อปกป้องอธิปไตยทางการเงินและต้องได้รับการรองรับทางกฎหมาย เราจึงต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าเผื่อเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง” เขากล่าวว่ามันจะเป็นเงินตราที่ปลอดภัยสำหรับธนาคารที่ถือตั๋วเงินไว้ และควรจะใช้งานได้แม้จะไม่เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่นใช้ได้บนเครือข่าย Tencent’s(คลื่นความถี่ 0700 HK)ที่สนับสนุนการทำงานของ WeChat และ Alibaba ที่ให้การสนับสนุน AliPay ความเห็นดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์จากหนังสือพิมพ์ภายในประเทศ Shanghai Securities ในวันศุกร์ที่ผ่านมา(6/9/2019) ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน ได้จัดตั้งทีมวิจัยขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อเตรียมการลอนช์เงินดิจิทัลของพวกเขาเอง เพื่อตัดวงจรเงินกระดาษแบบดั้งเดิมและเตรียมกฎหมายรองรับเพื่อควบคุมปริมาณเงินในระบบ ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวมีน้อยมากเมื่อเทียบกับความเป็นจริง Mu ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่าเงินดิจิทัลใหม่นี้เกือบจะพร้อมใช้งานแล้ว เมื่ออ้างอิงจาก US. Financial Magazine, Forbs มีการให้ข้อมูลว่าเงินสกุลดังกล่าวจะพร้อมใช้งานช่วงใกล้ๆ เดือนพฤศจิกายน นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าจีนต้องรีบบ่มเพาะและผลักดันสกุลเงินนี้ออกมาก่อนที่ Facebook ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียสัญชาติอเมริกันจะลอนช์ Libra ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2020 Mu กล่าวอีกว่าเงินดิจิทัลของจีนจะอยู่ระหว่างการอนุญาตให้คนใช้จ่ายผ่านระบบแบบไม่ระบุตัวตน ในขณะเดียวกันก็ป้องกันการฟอกเงิน แม้จะมีความคล้ายกับ Libra ในแง่การออกแบบแต่ไม่ใช่การก็อปปี้มาโดยตรง เขากล่าวอย่างไร้ที่ติ การนำเสนอสกุลเงินดิจิทัลของ Facebook จุดประกายความวิตกกังวลด้านกฎหมายให้เกิดขึ้นกับทั่วโลก เพราะน่าจะเป็นการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัล เพย์เมนต์ และเป็นช่องทางในการฟอกเงินจากความได้เปรียบด้านการเข้าถึงงของโซเชียลมีเดีย Libra จะได้รับการหนุนหลังจากกลุ่มทุนในโลกความเป็นจริง รวมถึงการรับฝากเงิน การรักษาความปลอดภัยระยะสั้นจากรัฐบาล รวมถึงผู้ดูแลอื่นๆ เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งอันจะนำไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือและความคงที่ด้านราคา เช่นเดียวกับเงินดิจิทัลอื่นๆ การทำรายการของ Libra จะใช้ระบบการบันทึกลงใน Blockchain ที่แบ่งปันการทำรายการร่วมกับผู้ใช้คนอื่นๆ ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ Mu กล่าวว่าธนาคารกลางได้เปรียบในแง่การเป็นผู้ถือหุ้น WeChat และ AliPay ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์… Read more

สินทรัพย์หมุนเวียน Current Asset ตัวบ่งชี้สภาพคล่องของบริษัท

สินทรัพย์หมุนเวียน Current Asset ตัวบ่งชี้สภาพคล่องของบริษัท ในการตัดสินใจลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้น หุ้นกู้ สิ่งที่นักลงทุนมักให้ความสำคัญนอกเหนือจากผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน คือความมั่นคงและความสามารถในการเติบโตของบริษัทนั้นๆ เพียร์ พาวเวอร์ เคยพูดถึงตัวบ่งชี้สภาพคล่องที่ปรากฏชัดเจนในหนังสือชี้ชวนการลงทุน(Fact Sheet) แล้วในแง่ของงบกระแสเงินสด ซึ่งลึกลงไปในงบประแสเงินสดคือเรื่องของสินทรัพย์(Asset)ซึ่งมีทั้งสินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset) สินทรัพย์ถาวร (Non-Current Asset) และสินทรัพย์อื่นๆ (Other Asset)ซึ่งส่วนที่มีรายละเอียดมากที่สุดและนักลงทุนมักให้ความสนใจคือสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Asset)คืออะไร สินทรัพย์หรือ Asset คือสิ่งของที่บริษัทนั้นๆ ครอบครองอยู่ โดยทั่วไปเรียกว่าทรัพย์สิน แต่ในทางบัญชีจะเรียกว่าสินทรัพย์(Asset) โดยสินทรัพย์หมุนเวียน จะหมายถึงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายในเวลา 1 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็น 10 ประเภทด้วยกัน เงินสด(Cash) ดูได้ในงบกระแสเงินสด การมีเงินสดอยู่ในบริษัทเยอะกว่าหนี้สินย่อมแสดงถึงเสถียรภาพและความสามารถในการขยายกิจการของบริษัทนั้นๆ  เงินฝาก(Bank deposit) คือเงินในบัญชีต่างๆ ของบริษัท นอกจากนี้ยังรวมเช็คที่ยังไม่ได้ขึ้นเงินแต่จะถึงกำหนดภายในระยะเวลา 1 ปีนี้ด้วย  เงินลงทุนชั่วคราว(Short Term Investment) สินทรัพย์ต่างๆ ที่บริษัทสร้างขึ้น หรือจัดหามาเพื่อสร้างดอกผลจากมัน(ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตเพื่อขาย) ซึ่งจะสามารถนำมาแปลงเป็นเงินสดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ลูกหนี้การค้า(Accounts Receivable) เราอาจจะคุ้นเคยกับกลุ่มนี้ในแง่ของการให้เครดิต ซึ่งกลุ่มนี้คือคนที่มีสัญญาจะชำระหนี้ให้กับบริษัทในระยะเวลาอันใกล้ สัดส่วนของลูกหนี้การค้าไม่ควรมีมากเกินกว่าเงินสด เพราะยิ่งมีมาก ยิ่งหมายถึงเงินสดที่จมไปกับการผลิตโดยไม่ได้คืน ซึ่งสำหรับผู้ประกอบการแล้วลูกหนี้การค้าสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ด้วยการเก็บหนี้ให้ได้ และการใช้บริการรับซื้อลูกหนี้การค้า Invoice Factoring เพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียนในบริษัท ตั๋วรับเงิน(Notes Receivable) สัญญาที่จะได้รับเงิน โดยไม่จำกัดว่าเป็นสัญญาอะไรไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย สัญญากู้ยืม เพียงแต่มีการกำหนดว่าจะได้รับการจ่ายเงินสดให้กับบริษัท โดยมีระยะเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน เงินให้กู้ยืมระยะสั้น(Short Term Loan) เป็นเงินที่บริษัทให้คนอื่นกู้ยืม และมีกำหนดการใช้คืนในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน สินค้าคงคลัง(Inventory) สินค้าที่บริษัทนั้นผลิตขึ้นมาเพื่อขายหรือทำกำไรให้กับกิจการ สินค้าคงคลังหมายถึงรายได้ในอนาคตของบริษัทก็จริง แต่ถ้ามีเพิ่มมากขึ้นในปริมาณมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ก็เป็นไปได้ว่าบริษัทนั้นมีปัญหาเรื่องการระบายสินค้า ซึ่งหมายถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนที่จมไปกับการผลิตด้วย วัสดุสำนักงาน(Supplies) อุปกรณ์สิ้นเปลืองใช้แล้วหมดไปใน 1 ปีทั้งหลาย เช่นกระดาษ ปากกา เครื่องเขียนอื่นๆ ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝง บริษัทที่มีการบริหารจัดการดี สินทรัพย์ในส่วนนี้ต้องไม่มากจนเกินไป รายได้ค้างรับ(Accrued Revenue) รายได้ที่จะได้รับแน่นอน แต่ยังไม่ได้รับในตอนนี้… Read more

Lending Based Crowdfunding เป็นอย่างไรในสถานการณ์โลก

Lending Based Crowdfunding เป็นอย่างไรในสถานการณ์โลก เพียร์ พาวเวอร์ เคยพูดถึง Lending Based Crowdfunding มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในแง่ความหมายและวิธีการทำงาน โดยมักจะย้ำเสมอว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขอระดมทุนในรูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีรูปแบบการใช้และให้บริการ Lending Based Crowdfunding ที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันไป จุดเริ่มต้นของ Lending Based Crowdfunding  ลักษณะของ Lending Based Crowdfunding เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีทางการเงินที่ทำให้การระดมทุน(Crowdfunding) กับการขอสินเชื่อ(Lending) มาพบกัน เกิดเป็นรูปแบบการระดมทุนที่มีการให้ผลตอบแทนขึ้นมา ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ  Debt Crowdfunding นิติบุคคลที่จดทะเบียนบริษัทแล้วนำกิจการของตนมาขอระดมทุนผ่านแพลตฟอร์ม มีกำหนดการชำระคืนพร้อมผลตอบแทน Peer to Peer Lending(P2P lending) บุคคลขอระดมทุนหรือขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวหรือเพื่อธุรกิจ มีกำหนดการชำระคืนพร้อมผลตอบแทน โดย Lending Based Crowdfunding ที่แพร่หลายที่สุดทั่วโลกคือ P2P Lending  Lending Based Crowdfunding ในประเทศต่างๆ การเติบโตของเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้แนวคิดแบบ Lending Based Crowdfunding ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปที่ไม่มีสมุดบัญชีและหลักฐานทางการเงินแล้ว ยังเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดและอัตราผลตอบแทนคงที่อีกด้วย โดยเฉพาะ P2P Lending ที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเกิดขึ้นหลักๆ เพื่อ 4 วัตถุประสงค์คือ เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อธุรกิจขนาดกลางและย่อม เพื่อการศึกษา และเพื่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ ขอยกตัวอย่าง 5 ประเทศที่ P2P Lending ได้รับความนิยมมาเป็นกรณีศึกษากัน ประเทศจีน P2P Lending ในตลาดสีเทา ช่วงปี 2000 ยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตให้มีผู้ให้บริการในลักษณะ P2P Lending เพื่อธุรกิจ SME โดยได้รับความนิยมมากในประเทศจีน เป็นลักษณะการเติบโตคู่กับธนาคาร โดยในปี 2016 ถือเป็นปีที่รุ่งเรืองที่สุดของ P2P… Read more

Yield Curve อ่านได้ เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจ

Yield Curve อ่านได้ เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจ ในการเลือกถือหุ้นกู้ที่มีอยู่มากมายในตลาด นักลงทุนจะพิจารณาจากช่วงผลตอบแทน หรือที่เรียกว่า Yield Curve ซึ่งจะสัมพันธ์กับระยะเวลาในการถือครองและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถูกกำหนดโดยรัฐบาลและแรงกดดันจากตลาดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ผลสะท้อนที่เห็นได้จาก Yield Curve ไม่ได้มีเพียงผลตอบแทนที่จะได้รับเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักลงทุนสามารถมองเห็นทิศทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการลงทุน รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ Yield Curve คืออะไร  เพียร์ พาวเวอร์ เคยเล่าถึงทั้งหุ้นกู้ และ Yield to Maturity ไปแล้วในบทความก่อนหน้า แต่ยังไม่ได้เจาะลึกในส่วนของช่วงผลตอบแทน หรือ Yield Curve ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะบอกได้ว่าหุ้นกู้นั้นให้ผลตอบแทนในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร ดังนั้นค่า Yield นี้จึงอิงอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อในอนาคตของแต่ละช่วงเวลา ซึ่งระยะเวลาถือครองหุ้นกู้ มีตั้งแต่ระยะสั้นคือไม่เกิน 90 วัน ไปจนถึงถือครองเป็นระยะเวลานับ 10 – 30 ปี ซึ่งทั้ง 2 อัตราขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกัน อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดด้วยธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ เช่นธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ควบคุมอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ถ้าประชาชนมีอัตราการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารในอัตราต่ำ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ต้องประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนในประเทศเกิดการออม รวมไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยวิธีอื่นๆ เช่นออกพันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้จะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลเสมอ เพราะมีความเสี่ยงมากกว่า ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารนี้จะเป็นตัวกำหนด Yield Curve ของหุ้นกู้ระยะสั้น เพราะถ้าธนาคารดึงอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานเกินไป จะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อ ในเมื่ออัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจากหุ้นกู้ เป็นการเสนอซื้อขายด้วยค่าเงินในปัจจุบัน และมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งมีโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อจะมีความเปลี่ยนแปลงไปจากราคาซื้อขายในปัจจุบัน ถ้าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากดอกเบี้ยจะยิ่งน้อยลง โดยมีความเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยที่ถูกตั้งโดยธนาคารในปัจจุบัน จะเป็นอัตราเงินเฟ้อในอนาคต ด้วยวิธีการนี้ เงินเฟ้อในอนาคตจึงจะไม่มีทางสูงไปกว่าอัตราผลตอบแทนจากหุ้นกู้ อัตราผลตอบแทน หรือ Yield Curve ในหุ้นกู้ระยะยาว จึงต้องดูจากส่วนนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ  Yield Curve มีกี่แบบ อะไรบ้าง หน้าตาของ Yield Curve คือกราฟที่อิงกับระยะเวลาในการถือครองและอัตราผลตอบแทน ที่แตกต่างกันตามปัจจัยทั้ง 2 ด้าน ซึ่งรูปแบบของ Yield Curve แบ่งออกได้เป็น… Read more

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง

ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง ถ้าพูดถึงแหล่งเงินทุน เพียร์ พาวเวอร์ เชื่อว่า สิ่งแรกที่แทบทุกคนจะนึกถึงคือการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ในขณะที่การมาถึงของ Fintech ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้จำกัดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป หนึ่งในนั้นคือการขอสินเชื่อหรือขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้ง่ายขึ้น แม้ Lending Based Crowdfunding จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในหลายๆ ประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ผู้สนใจหลายคนน่าจะยังมีความสงสัย ว่าจะสามารถขอสินเชื่อแบบ Lending Based Crowdfunding ได้อย่างไรบ้าง  ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องเข้าใจในหลักการทำงาน เพียร์ พาวเวอร์เคยพูดถึงความหมายและวิธีการระดมทุนหรือขอสินเชื่อของ Lending Based Crowdfunding ไปแล้วหลายครั้ง ในบทความนี้จึงขออธิบายให้เข้าใจคร่าวๆ ว่า Lending Based Crowdfunding คือการขอระดมทุนจากคนจำนวนมากเพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งเช่น พัฒนาธุรกิจ ใช้จ่ายส่วนตัว เป็นต้น โดยจะมีลักษณะเป็นการขอสินเชื่อ ที่ต้องชำระคืนและมีผลตอบแทนให้กับเจ้าของเงิน โดยในประเทศไทย Lending Based Crowdfunding จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Debt Crowdfunding  เป็นการระดมทุนเพื่อธุรกิจ โดยผู้ประกอบการจะนำกิจการของตนมาขอออกหุ้นกู้กับแพลตฟอร์มเช่นเพียร์ พาวเวอร์เป็นต้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ขอระดมทุนกับนักลงทุน โดยผู้ประกอบการที่ได้รับเงินทุนไปแล้ว ต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย SEC Peer to Peer Lending หรือ P2P Lending เป็นการขอสินเชื่อระหว่างบุคคล คือใครสักคนที่ต้องการเงินทุน มายื่นขอระดมทุนจากนักลงทุน ผ่านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการในลักษณะการขอสินเชื่อ และต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่ง Peer to Peer Lending อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย BOT ขอระดมทุนแบบ Lending Based Crowdfunding ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ความต่างของ Crowdfunding 2 แบบนี้อยู่ที่ผู้ขอระดมทุนหรือสินเชื่อและการจำกัดอัตาการลงทุนของผู้ลงทุน สำหรับผู้สนใจขอสินเชื่อแบบ Lending… Read more
1 2 3 16