รายรับไม่พอรายจ่าย ทำอย่างไรดี?

PeerPower-Income-Debt-1200

เคยรู้สึกมั้ย มีเงินเท่าไหร่ก็เก็บไม่อยู่ซักที? ยิ่งช่วงหยุดยาวทีไร เงินหมดไปกับสิ่งล่อตาล่อใจต่างๆ เงินเก็บแทบไม่ต้องพูดถึง สิ้นเดือนของหลายคนต้องหมดไปกับการจ่ายหนี้บัตรเครดิต กลางเดือนเริ่มต้องรัดเข็มขัด เพื่อให้มีลมหายใจยาวถึงสิ้นเดือน ถ้าคุณประสบเหตุการณ์เหล่านี้ ไม่ต้องกังวลไป วันนี้ PeerPower จะมาแนะนำ 3 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ชีวิตเดือนชนเดือนอีกต่อไป

เคลียร์หนี้บัตรเครดิต

ในยุคสมัยนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าบัตรเครดิตเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่เราขาดแคลนเงินสด บัตรเครดิตก็ช่วยตอบโจทย์ตรงนั้นได้ อย่างไรก็ดี หากคุณใช้บัตรเครดิตไม่ถูกทาง ไม่รู้จักวิธีบริหารเงินสด และเงินในอนาคต คุณก็อาจจะเข้าสู่วงจรการเป็นหนี้บัตรเครดิตโดยไม่รู้ตัว

จะจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตแพงอยู่ทำไม เมื่อสามารถลดภาระตรงนี้ได้?

โชคดีที่สมัยนี้ ยังมีทางออกสำหรับคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่งก็คือการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ซึ่งหมายถึง การกู้ยืมสินเชื่อก้อนใหม่เพื่อนำไปผ่อนชำระสินเชื่อเดิมที่มีอยู่ โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์จะต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต เช่น ในกรณีสินเชื่อ PeerPower มีอัตราดอกเบี้ยที่ 8-15% ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตอยู่ที่ 28%

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจะช่วยให้เรามีเงินสดเหลือใช้ในแต่ละเดือนมากขึ้น ทำให้เราสามารถควบคุมการเงินของเราได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความยุ่งยากในการจ่ายบิลบัตรเครดิตหลายๆ ใบ ซึ่งในบางเดือนที่เรายุ่งมาก อาจลืมชำระบิลของบางธนาคาร จนพนักงานต้องโทรมาทวง ทำให้เสียประวัติได้ สำหรับใครที่มีอาการตึงเครียดจากการเป็นหนี้บัตรเครดิต วิธีการนี้จะช่วยลดความเครียดและภาระที่คุณต้องแบกอยู่ได้ทีเดียว สำหรับท่านที่สนใจขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต สามารถลงทะเบียนรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บันทึกรายรับ รายจ่าย

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเราถึงไม่มีเงินเก็บ หรือมีเงินเก็บไม่พอเท่าที่ตั้งใจไว้? สุขภาพการเงินก็เหมือนสุขภาพกายของเรา ที่คุณต้องหมั่นตรวจสอบ ตรวจเช็ค เป็นระยะๆ หากตอนนี้คุณไม่แน่ใจว่าสถานะการเงินปัจจุบันของคุณเป็นอย่างไร เงินส่วนใหญ่เข้ามาแล้วออกไปตรงไหน เราขอแนะนำให้คุณเริ่มบันทึกรายรับ-รายจ่ายของคุณเองตั้งแต่วันนี้

ในยุคที่สมาร์ทโฟนครองโลก แอพบันทึกรายรับ รายจ่ายมีออกมาให้ผู้ใช้อย่างเราได้ลองกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น MoneyCoach, Pocket Expense, Wally เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้แล้ว คุณควรกลับมาตรวจดูทุกสัปดาห์ว่าคุณได้ทำการใช้จ่ายอะไรบ้าง และมีหมวดการใช้จ่ายใดที่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ ซึ่งในแอพเหล่านี้ คุณสามารถตั้งงบประมาณของแต่ละหมวดหมู่ได้ เช่น คุณจะใช้ 15% ของรายรับไปกับค่าเดินทาง เมื่อไหร่ที่ค่าใช้จ่ายในหมวดนี้เกินงบประมาณที่เราตั้งไว้ แอพก็จะมีแจ้งเตือน ทำให้คุณทราบว่าควรปรับลดการใช้จ่ายที่จุดไหน

เราไม่ควรลืมว่าสุขภาพการเงิน สำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย ฉะนั้นคุณควรให้เวลา อย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีในการตรวจสอบรายรับ รายจ่ายของตัวเอง เพื่อสุขภาพการเงินที่แข็งแรงในระยะยาว

ออมเงิน

นอกจากจะตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายแล้ว เราควรตั้งเป้าหมายในการออมเงิน ซึ่งในกรณีฉุกเฉิน เช่น ตกงาน เราควรมีเงินเก็บที่มากพอกับค่าใช้จ่ายของเราเป็นเวลา 3-6 เดือน

สำหรับใครที่กลัวตัวเองจะเก็บเงินไม่ได้ เราขอแนะนำให้สร้างบัญชีออมทรัพย์ที่ไม่สามารถทำการถอนออกได้ง่าย (เช่น ไม่มีบัตร ATM, บัตรเดบิตผูกกับบัญชีนี้) และทุกครั้งที่เงินเดือนเข้า ให้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีนี้ทุกครั้งตามสัดส่วนที่เรากำหนดไว้

สำหรับคนที่มองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากบัญชีธนาคาร คุณสามารถนำเงินฝากบางส่วนไปลงทุนได้ เช่น ซื้อกองทุน LTF แบบ Dollar Cost Average (DCA), ฝากประจำระยะยาว, การลงทุนทางเลือก marketplace lending ซึ่งให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 8-15% ต่อปี การออมเงินด้วยวิธีการที่กล่าวมานั้น คุณจะได้รับผลตอบแทนและเงินต้นในระยะยาว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับคนที่มีเงินเย็นและไม่มีแผนในการใช้เงินในอนาคตอันสั้น นอกจากนี้ ผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงของการลงทุนแต่ละประเภทและเลือกลงทุนในอัตราความเสี่ยงที่ตนรับได้

จะเห็นได้ว่า การตั้งเป้าหมายและเริ่มลงมือทำเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมีอิสระทางการเงิน คุณเองสามารถเริ่ม #domore ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพการเงินที่ดีในวันหน้า PeerPower ขอเอาใจช่วยค่ะ