5 ความผิดพลาดทางการเงินที่เจ้าของกิจการควรหลีกเลี่ยง

5 financial mistakes to avoid

ปัญหาความผิดพลาดทางการเงินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากเกิดขึ้นบ่อยจนสะสมไปเรื่อยๆ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทำให้เจ้าของกิจการขาดกระแสเงินสดและสภาพคล่องทางการเงินได้ หากเจ้าของธุรกิจไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ธุรกิจของคุณอาจเกิดความผิดพลาด จนกลายเป็นปัญหาหนักใจที่ทำให้ผู้ประกอบการเสียการทรงตัวไปเลยทีเดียว วันนี้ PeerPower จะมาแชร์ 5 ข้อความผิดพลาดทางการเงินที่เกิดขึ้นบ่อยกับเจ้าของกิจการ ที่คุณควรระวังและหลีกเลี่ยงก่อนที่ธุรกิจของคุณจะเกินเยียวยาค่ะ

1. ใช้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดในการทำธุรกิจ

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีเงินเก็บ หรือเงินสดส่วนตัวในการลงทุนธุรกิจ การเลือกใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดจึงกลายเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาในการหาแหล่งทุนทำธุรกิจ ถึงแม้บัตรเหล่านี้จะขออนุมัติง่ายกว่าสินเชื่อเพื่อธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการมักจะลืมคิดว่าอัตราดอกเบี้ยของการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดนั้นสูงเอาการ (สูงสุดถึง 28% ต่อปี) สำหรับกิจการที่กำไรจากการธุรกิจมากกว่านั้น และมีเงินหมุนเวียนตลอดเวลา อาจยังไม่ประสบปัญหานี้ แต่สำหรับกิจการที่ไม่แน่นอน หรือมีกำไรที่ไม่เพียงพอต่อค่าดอกเบี้ยที่ต้องเสีย คุณจะมีความเสี่ยงสูงก็การเป็นหนี้บัตรเครดิตอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความล้มเหลวในธุรกิจได้ง่าย

ดังนั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาด เจ้าของกิจการควรเลือกใช้ประเภทสินเชื่อให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อ PeerPower เหมาะกับเจ้าของกิจการที่จดทะเบียนมาแล้วมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และไม่มีหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน เนื่องจากสินเชื่อของ PeerPower เป็นสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (uncollateralized loan) จึงเหมาะกับธุรกิจบริการที่ไม่มีทรัพย์สิน หรือที่ดิน

นอกจากนี้ สินเชื่อ PeerPower ยังเหมาะกับธุรกิจที่อาศัยความไว และคล่องตัว เนื่องจากใช้เวลาในการพิจารณาสินเชื่อเพียง 3 วันเท่านั้น ผู้ขอสินเชื่อจะได้เงินก้อนไปหมุนเวียนทันที ส่วนเรื่องการผ่อนชำระจ่ายเงินต้น สามารถจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืน PeerPower ได้ตามข้อตกลง ซึ่งมีทั้งผ่อนชำระเงินกู้เป็นรายเดือนโดยการหักบัญชีอัตโนมัติ หรือจะกำหนดวันผ่อนชำระเงินกู้และเปลี่ยนแปลงวันผ่อนชำระเงินกู้ได้ตามต้องการ ถ้าไม่อยากผ่อนชำระนาน เมื่อมีเงินก้อนสามารถโปะได้ทันที โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

2. ไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนแฝง

ผู้ประกอบการหลายคนมักตกม้าตาย เพราะลืมคำนึงถึงต้นทุนแฝงที่สำคัญต่อธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนการเข้า-ออกของพนักงาน, ค่าใบอนุญาตต่างๆ, ค่าอุปกรณ์สำนักงาน, ค่าเครื่องจักรและค่าซ่อมบำรุง, ค่าจ้างงานบุคคลภายนอก, ค่าเดินทางนอกสถานที่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่จำเป็นไม่ต่างกับการต้นทุนหลักอื่นๆ ดังนั้น เราควรลิสต์ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างให้ละเอียด พร้อมวางแผนการเงิน และกันเงินบางส่วนไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย ไม่เช่นนั้น อาจทำให้ธุรกิจเกิดสภาวะการเงินบกพร่อง ระบบการทำบัญชีมีปัญหาได้ 


3.นำสินทรัพย์ส่วนบุคคลและขององค์กรมาปนกัน

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย สำหรับเจ้าของกิจการทั่วไป คือ การใช้เงินส่วนตัวและเงินของบริษัทปะปนกัน เช่น นำรายได้ของบริษัทไปซื้อตั๋วเครื่องบินสำหรับท่องเที่ยวกับครอบครัว นำรายได้ของบริษัทไปเติมค่าน้ำมัน เพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือ ใช้เงินของบริษัทไปสั่งสินค้าเครื่องใช้ส่วนตัว แล้วนำกลับมาใช้ยื่นภาษีในส่วนของงบค่าใช้จ่ายบริษัท ถึงแม้จะเป็นบริษัทของตัวเอง จะใช้เงินอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าใช้เงินปนกันเช่นนี้ คุณจะไม่รู้ว่ากำไรต่อเดือนเท่าไร รายจ่ายที่แท้จริงเท่าไร ทำให้ระบบการเงินมีปัญหา กิจการติดขัดได้ ดังนั้น เจ้าของกิจการควรแยกบัญชีส่วนบุคคลกับองค์กรออกจากกัน เพื่อลดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย และปราศจากความซับซ้อนเรื่องของการทำบัญชี



4. จ้างคนที่ไม่เหมาะสมกับงาน

กรณีนี้เกิดขึ้นกับธุรกิจครอบครัวบ่อยมาก นั่นก็คือ ไว้ใจญาติสนิทของตนเองให้ดูแลเรื่องการเงินทั้งๆ ที่ญาติคนนั้นไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินมาก่อน กว่าจะรับรู้ถึงปัญหา ก็สายเกินแก้เสียแล้ว หรือจ้างพนักงานที่ไม่จบด้านบัญชีมาโดยตรง เพียงแค่เห็นว่า เขาผ่านงานด้านบัญชีมาก่อนเท่านั้น เลยไว้วางใจและอยากให้โอกาส แต่หารู้ไม่ว่า โอกาสนั้นอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านการจัดการบัญชีของบริษัทที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทางที่ดี อย่ารีบร้อนรับพนักงาน ควรพิจารณาพนักงานใหม่โดยดูจากความสามารถและประสบการณ์โดยตรง ถ้าให้ดีควรรับคนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรง 2 ปีขึ้นไป เพราะการทำงานด้านการเงินและบัญชีมีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก


5. สร้างค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่จำเป็น

กรณีนี้มักพบเห็นบ่อยในบริษัทที่พึ่งก่อตั้งที่มีเงินจากนักลงทุนในตอนแรก คนกลุ่มนี้ต้องการสร้างออฟฟิศสวยๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะใครๆ ก็ต้องการออฟฟิศสวยๆ เพื่อความสุขในการทำงาน นอกจากนี้ออฟฟิศสวยยังสามารถช่วยดึงดูดคนเก่งๆ มาทำงานได้ด้วย เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าของกิจการควรคำนึงถึงความจำเป็นว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จำเป็นต้องเสียในช่วงที่กิจการยังไม่สามารถสร้างรายได้เลยหรือไม่

นอกจากนี้เรายังพบบริษัทที่จ้างพนักงานเยอะเกินความจำเป็น ซึ่งค่าจ้างพนักงานนับเป็นค่าใช้จ่ายที่กิจการต้องเสียทุกเดือน เพราะฉะนั้น ก่อนที่ต้นทุนจะบานปลายควรคิดวิเคราะห์งานแต่ละส่วนให้ดีว่าต้องจ้างพนักงานที่คน บางตำแหน่งสามารถใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือทำงานแทนหรือไม่ ถ้างานบางชิ้นถ้าไม่จำเป็นจ้องจ้างพนักงานประจำ ก็ส่งงานให้ฟรีแลนซ์ทำก็ได้ เพื่อลดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ไม่จำเป็น

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ อยากให้ผู้ประกอบการทุกคนคิดทบทวนและรอบคอบเรื่องการเงินให้มากๆ ถ้าเกิดมีปัญหาด้านการเงิน นั่นหมายถึงชีวิตของธุรกิจทั้งหมดกำลังตกอยู่ในอันตราย และก่อนที่จะขอสินเชื่อสถาบันการเงินไหนก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ดี โดยเฉพาะถ้าค่าอัตราดอกเบี้ยสูง อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการคนใด ต้องการเงินกู้อนุมัติเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ มีทีมงานเป็นมืออาชีพและประสิทธิภาพ สินเชื่อเพื่อธุรกิจหรือสินเชื่อออนไลน์ “PeerPower” เป็นตัวช่วยสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจของทุกคนให้เติบโตและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมให้ความสะดวกด้านสินเชื่อ สามารถฝากอนาคตสินเชื่อไว้ที่นี่ได้ สามารถ ลงทะเบียนที่นี่ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ