By

sorrasek

ทำไม GDP ถึงเป็นเรื่องสำคัญกับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้

ทำไม GDP ถึงเป็นเรื่องสำคัญกับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้   หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ควรกังวล ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนี้นั้นนำไปใช้ทำอะไรและก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าหนี้ที่ยืมมาสามารถนำมาใช้เพื่อให้ธุรกิจเติบโต และ สามารถสร้างรายได้เพียงพอให้ผู้กู้ยืมนำไปจ่ายหนี้ได้นั้น ก็ถือเป็นผลกำไรกับทั้งผู้กู้ยืมและผู้ปล่อยกู้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น อาจจะทำให้เกิดความเสียหายทางด้านการลงทุนของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ได้ และมีโอกาสที่ทรัพยากรทางการเงินจะไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ฟองสบู่หนี้เกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนมีความคาดหวังกับการลงทุนในการปล่อยกู้เกินความเป็นจริง บวกกับ นโยบายทางการเงินที่หละหลวม ซึ่งส่งผลให้เกิดหนี้เสียขึ้นเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสัญญาณเตือนว่าฟองสบู่กำลังมา คือเมื่อมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปจ่ายภาระหนี้ก้อนเดิม ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าหนี้ของผู้กู้ยืมเป็นหนี้ที่กำลังจะเสีย (Principles for Navigating Big Debt Crises โดย เรย์ ดาลิโอ) ตารางเปรียบระหว่างการเติบโตของ GDP และการเติบโตของหนี้ครัวเรือนในปี 2018   ในระดับมหภาค เมื่อเทียบระหว่างการเติบโตของ GDP กับการเติบโตของหนี้ระดับครัวเรือน ข้อมูลที่มีจะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในฟองสบู่หนี้ที่ใกล้เข้ามาด้วยตัวมันเอง ตัวอย่างเช่นในประเทศจีนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า GDP ทำให้เห็นชัดเจนว่าในอนาคตจะมีธุรกิจบางส่วนที่จะไม่มีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนได้   ในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนยังคงกังวลกับ Flattening yield curve เนื่องจากมันเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่จะถึง Inverted yield curve ซึ่งเป็นสัญญาเริ่มต้นของ ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปัจจุบันเราเริ่มเห็น yield curve ของตราสารหนี้ระยะ 3 – 5 ปีเริ่มที่จะตกลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวส่วนใหญ่ต้องดูความเปลี่ยนแปลงของ yield curve ที่เกิดจาก ตราสารหนี้ที่มีอายุ 6 ถึง 10 ปี ซึ่งยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะเป็นลบ [etrade] เช่นเดียวกับกับ ในประเทศจีน ด้วยสงครามทางการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับภาษีศุลกากร กว่า 250 ล้านดออลล่าสหรัฐ ผนวกกับ โครงสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตมาจากการกู้ยืม ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจครั้งนี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินภายในประเทศ [SCMP] ในขณะที่ยักษ์ใหญ่เกิดความผันผวน หันมามามองเศรษษฐกิจภายในของประเทศไทย อัตราการเติบโตอย่างยั่งยืนส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยอัตราการส่งออกสินค้าที่ลดลง และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการหดตัวในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เศรษฐกิเริ่มชะลอตัวลงในรอบหลายปี เมื่อเจาะลึกลงไปในภาคธุรกิจต่างๆ เราจะพบว่าธุรกิจสื่อ บริการทางการเงิน และธุรกิจการดูแลสุขภาพมีผลผลิตเติบโตมากกว่าอัตราการกู้ยืม [BOT] ซึ่งจะพบรูปแบบการเติบโตดังกล่าวในธุรกิจ SME… Read more