บทสรุป ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2019 สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME

หมดช่วงเทศกาลปีใหม่ ของปี 2019 กันไปแล้ว เศรษฐกิจที่คึกคักจากช่วงเทศกาลก็เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางตามปกติก็อาจจะทำให้เจ้าของกิจการทั้งนั้นสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวและความเป็นไปของเศรษฐกิจต่างๆได้มากขึ้น

วันนี้ เพียร์ พาวเวอร์ มีบทสรุป ภาพรวมของเศรษฐกิจ 2019 มาให้เจ้าของกิจการทั้งหลายได้สามารถวางแผนธุรกิจ และตั้งกลยุทธ์ในการปรับตัวกับเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้ได้อย่างมั่นคงมากขึ้น จะมีอะไรที่ต้องรู้และต้องระวังบ้างไปดูกันเลยค่ะ

ภาพรวมของประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา

ในสายตาของต่างชาตินั้น มองว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีแนวโน้มในการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีอยู่ เพราะถึงแม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงแต่ก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆและเมื่อเทียบกับเขตอาเซียน ไทยยังคงมี GDP มากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจาก อินโดนีเซีย และเป็นอันดับที่ 8 จาก 39 ประเทศในเขตอาเชียแปซิฟิก ซึ่งผลพวงจากพิษเศรษฐกิจโลกนั้นส่งผลกระทบโดยทั่วกัน แต่ประเทศไทยก็ยังคงมีตัวเลขที่ดีรวมถึงมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจในปี 2018 นั้นยังถือว่าดี และคาดว่าในช่วงต้นปี 2019 ก็จะยังคงใกล้เคียงกับในช่วงที่ผ่านมา

ท่องเที่ยวไทยบูมทั้งในและนอกประเทศ

น่าแปลกที่ในยุคข้าวยากหมากแพง เงินเฟ้อต่ำจนเกือบจะเป็นเงินฝืดแล้ว แต่ผู้คนยังคงมองหาการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยนั้นมีรายได้จากการนักท่องเที่ยวที่สูงมาก และยังติดอันดับ 3 เมืองน่าเที่ยว ใน 20 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางที่คนอยากมากมากที่สุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังคาดว่าในปี 2019 หรือ 2562 นี้จะยังสามารถเติบโตได้มากขึ้นจากเดิมอีก 11.5%

การเลือกตั้งยังคงมีบทบาทในเชิงเศรษฐกิจ

ต้องบอกว่าการเมืองและเศรษฐกิจนั้นเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ขาดอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศว่าจะให้มีการเลือกตั้งขึ้น ประชาชนต่างก็ตื่นตัวเศรษฐกิจเริ่มคึกคักขึ้น เหล่าบรรดานักการเมืองหน้าเก่าและนักธุรกิจหน้าใหม่ที่สนใจในการเมืองต่างพากันเคลื่อนไหว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการเลือกตั้งนั้นก็คือการดำเนินนโยบายของรัฐที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในวงกว้าง และอาจส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจจะไปไหนทางไหนก็คงต้องรอติดตามกัน สำหรับเจ้าของธุรกิจอาจจะต้องรอติดตาม นโยบายการสนับสนุนธุรกิจรายย่อยของรัฐ และนโยบายทางเศรษฐกิจอื่นๆเพื่อให้สามารถปรับตัวและรองรับสถานการณ์ได้ถูกต้อง

การปรับตัวของดอกเบี้ย ยังต้องจับตามอง

หลังจากการประกาศปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจากเฟดซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเงินลงทุนของชาวต่างชาติ รวมถึงรายได้จากการส่งออกทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลให้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อและเงินฝากประจำจากธนาคารต้องปรับตามนโยบายภายในช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ ทำให้ธนาคารต่างออกมาประชาสัมพันธ์อัตราดอกเบี้ยเงินฝากใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะมีการปรับในฝั่งของสินเชื่อในระยะเวลาไม่ช้านี้ เจ้าของกิจการอาจจะต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นบางส่วน

สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ

แน่นอนว่าสงครามการค้าครั้งนี้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพราะนักลงทุนจากชาวต่างชาตินั้นเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงในนโยบายการค้าของรัฐทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและไทยนั้นผันผวน การส่งออกชะลอตัว ในภาพรวมของประเทศไทยตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนั้นตกลงหลังจากที่มีการประกาศสงครามการค้าเกิดขึ้นอย่างทันที แต่ถึงอย่างไร ไทยก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ใน ไตรมาสที่ 4 ด้วยหลายสาเหตุและหลายปัจจัย ในปี 2019 นี้ก็ยังคงจะต้องเกาะติดสถานการณ์และนโยบายของจีนและสหรัฐไว้อย่างใกล้ชิด

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

Leave a Reply