fbpx
สินเชื่อ SME และการเงิน
อยากบริหารการเงินให้คล่องตัว มีกระแสเงินสดดี และขอสินเชื่อผ่านฉลุย เชิญทางนี้ได้เลย

เจ้าของกิจการหลายคนอาจกำลังประสบปัญหามีกระแสเงินสดไม่พอในการหมุนเวียนธุรกิจ พอคิดจะกู้เงิน ก็ยังมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลต่างๆ ที่ค้างชำระอยู่ ในอดีตที่การเงินคล่องตัวกว่านี้ คุณอาจจะไม่มีปัญหาในการจ่ายดอกเบี้ยของสินเชื่อ แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย เมื่อรู้ตัวอีกทีอาจจะเป็นเวลาที่คุณเริ่มขาดสภาพคล่องจนต้องจ่ายยอดขั้นต่ำหลายเดือน ซึ่งมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่สูงในอัตราสูงสุดถึง 18-28% ต่อปี

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังติดอยู่ในวงจรการจ่ายหนี้บัตรเครดิตอันไม่รู้จบนี้ และคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป บทความนี้มีคำตอบค่ะ

วิธีรับมือกับเรื่องนี้มีหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะค่อยๆ ชำระหนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลไปทีละก้อน โดยเริ่มจากก้อนที่มีหนี้จำนวนน้อยที่สุดเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ หรือ ชำระก้อนหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เพราะเป็นหนี้ที่มีต้นทุนในการกู้ยืมสูง อย่างไรก็ตาม หนึ่งในวิธีที่เป็นที่นิยมที่สุด คือ การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ด้วยการกู้สินเชื่อลดภาระหนี้สำหรับเจ้าของกิจการ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตคืออะไร?

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือการขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิตเพื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่ โดยสามารถทำได้กับสถาบันการเงินโดยตรง

เมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับ SME ในการใช้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต?

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์ต่อไปนี้ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีในการพิจารณาสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตค่ะ

  • เมื่อจำนวนหนี้สินมากขึ้นจนส่งผลให้ต้องผ่อนต่อเดือนมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลให้กระแสเงินสดลดลง และเริ่มขาดสภาพคล่อง
  • เมื่อมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบจนไม่รู้ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้ง่ายและให้ได้ผลประโยชน์มากที่สุด
  • เมื่อต้องการลดดอกเบี้ยในการกู้ยืมกับภาระในปัจจุบันที่ยังเป็นหนี้สินอยู่
  • เมื่อต้องการจะลดภาระหนี้สินแต่ละเดือนให้น้อยลง โดยใช้หลักการยืดระยะเวลาการผ่อนจ่ายให้นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม คุณควรจะมั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ก้อนใหม่ต้องไม่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บอยู่เดิม เพราะการที่ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลงไม่ได้หมายความว่าคุณได้ประหยัดเงินเสมอไป มันอาจทำให้กระแสเงินสดดีขึ้นในระยะสั้นก็จริง แต่ดอกเบี้ยทั้งหมดที่คุณต้องจ่ายในระยะยาวอาจเพิ่มขึ้นก็ได้

ทำไม SME ถึงควรใช้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

    1. ทำให้บริหารเงินสะดวกขึ้นด้วยการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว
      ถ้าคุณเหนื่อยกับการจัดการบิลหลายใบ ทั้งยังมีวันครบชำระ หรือดอกเบี้ยขั้นต่ำที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณมีหนี้ค้างในบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ การรีไฟแนนซ์จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นด้วยการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ซึ่งจะช่วยให้คุณมีการวางแผนในการชำระเงินหรือบริหารเงินได้ง่ายขึ้น

 

    1. ช่วยลดภาระหนี้จากยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่ลดลง
      ประโยชน์ที่คุณจะได้รับโดยตรงจากการรีไฟแนนซ์หนี้ ก็คือ ภาระการผ่อนชำระต่อเดือนที่ต่ำลงจากดอกเบี้ยที่ลดลง การจ่ายดอกเบี้ยที่สูงทำให้คุณต้องชำระหนี้นานกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเงินที่ผ่อนจ่ายต่อเดือนมีสัดส่วนภาระดอกเบี้ยที่สูง เงินต้นจึงไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร
      ในอีกทางหนึ่ง คุณยังสามารถรีไฟแนนซ์โดยการยืดระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น เพื่อลดยอดผ่อนชำระต่อเดือนลงได้อีกด้วยตัวอย่าง
      นักธุรกิจหนุ่ม ฟิลลิป กู้สินเชื่อเพื่อธุรกิจจำนวน 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราคงที่ที่ 18% เพื่อซื้อเครื่องมือในโรงงานกรณีที่ 1: ผ่อนน้อยต่อเดือน ระยะเวลานาน
      ยอดผ่อนชำระต่อเดือน: 23,974 บาท
      ระยะเวลา: 5 ปี 6 เดือน
      ดอกเบี้ย: 582,275 บาทกรณีที่ 2: ผ่อนมากต่อเดือน ระยะเวลาสั้นขึ้น
      ยอดผ่อนชำระต่อเดือน: 46,732 บาท
      ระยะเวลา: 2 ปี 2 เดือน
      ดอกเบี้ย: 215,030กรณีที่ 3: รีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 15% ในระยะเวลาเท่าเดิม
      ยอดผ่อนชำระต่อเดือน: 22,340 บาท
      ระยะเวลา: 5 ปี 6 เดือน
      ดอกเบี้ย: 474,482 บาท
      ประหยัดค่าดอกเบี้ย: 107,793 บาท

      กรณีที่ 4: รีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 15% และลดระยะเวลาในการผ่อนชำระ
      ยอดผ่อนชำระต่อเดือน: 45,287 บาท
      ระยะเวลา: 2 ปี 2 เดือน
      ดอกเบี้ย: 177,470 บาท
      ประหยัดค่าดอกเบี้ย: 404,805 บาท

      สรุป – การรีไฟแนนซ์ช่วยให้ SME สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ โดยสามารถทำได้ทั้ง 2 กรณี ในกรณีที่มีกำลังจ่ายต่อเดือนเยอะ สามารถเลือกร่นระยะเวลาในการผ่อนชำระ โดยจะเห็นว่าการทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยไปได้เยอะมาก

 

    1. ช่วยให้คุณมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือการสร้างธุรกิจให้เติบโต
      การรีไฟแนนซ์หนี้เพื่อให้มีรายจ่ายต่อเดือนลดลงจะช่วยให้กระแสเงินสดต่อเดือนของคุณเพิ่มขึ้น ซึ่งเงินส่วนต่างที่เราไม่ต้องนำไปจ่ายดอกเบี้ยนั้นก็สามารถนำไปลงทุนเพื่อให้ออกดอกออกผลได้เพิ่ม ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อขยายกิจการของคุณ เก็บเป็นเงินสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน หรือนำไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ

 

  1. ช่วยเพิ่มเครดิตสกอร์ (credit score)
    อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ คือ การรวมหนี้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตนั้นยังช่วยให้ทำให้คะแนนเครดิต/เครดิตสกอร์ (credit score) ของคุณดีขึ้นได้ เมื่อคุณชำระหนี้บัตรเครดิต เครดิตสกอร์ของคุณก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากคุณได้ลด Credit Utilization ratio (อัตราส่วนของเครดิตที่คุณใช้ไป จากจำนวนเครดิตทั้งหมดที่คุณสามารถใช้ได้) ผลก็คือเครดิตสกอร์ของคุณอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 30% ซึ่งจะเป็นผลดีแก่การยื่นกู้เพื่อการลงทุนในอนาคต

ขั้นตอนที่จะช่วยให้การรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องง่าย

    1. คำนวณตัวเลข: รวบรวมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อทั้งหมดว่าคุณมีภาระหนี้คงเหลือเป็นจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงจำนวนผ่อนจ่ายต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาที่เหลือในการชำระหนี้ แล้วลองคำนวณดูว่าการรีไฟแนนซ์จะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้เท่าไหร่ ลองคำนวณที่นี่ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณควรทราบ เพื่อจะได้คำนวณต้นทุนที่แท้จริงในการกู้ยืม
        • จำนวนหนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อ รวมอัตราดอกเบี้ย
        • อัตราค่าธรรมเนียมรายปี* (Annual fee)
        • อัตราค่าบริการรายเดือน* (Service fees)
        • อัตราค่าสมัครบัตรเครดิต/สินเชื่อ* (Application fee)

      หมายเหตุ: *= ค่าใช้จ่ายที่อาจได้รับการยกเว้น

       

    2. ศึกษาข้อมูล: ตรวจสอบข้อมูล สิทธิประโยชน์ของผู้ให้กู้ อ่านรีวิวของผู้ที่เคยมีประสบการณ์กู้มาก่อน ลองจัดเวลาที่จะโทรไปสอบถามเงื่อนไขของผู้ให้กู้

 

    1. เตรียมตอบคำถามจากผู้ให้กู้: แน่นอนว่าผู้ให้กู้ย่อมอยากจะให้กู้กับผู้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตรงเวลา จึงมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้กู้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเงินธุรกิจและการเงินส่วนตัวโดยการตรวจสอบจากข้อมูลเครดิตบูโร , หลักฐานทางการเงินและงบการเงิน, ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต, ข้อมูลทางภาษี รวมถึงหลักฐานการถือครองสิ่งปลูกสร้างต่างๆ

 

  1. ถ้าหากพร้อมแล้ว ก็เตรียมสมัครรับสินเชื่อสำหรับเจ้าของกิจการจาก PeerPower ได้เลย โดยสินเชื่อ SME ของ PeerPower มีอัตราดอกเบี้ยที่ 8-15% ต่อปีเท่านั้น ช่วยให้คุณสามารถประหยัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตได้สูงถึง 12-15% เราพร้อมคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับคุณ บอกลาอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่แสนแพง ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพียงแค่มีประวัติเครดิตที่ดี คุณก็สามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ คลิกที่นี่

 

Lalna W.
Lalna has over 5 years of experience in marketing and business development in financial technology and telecom industry. Her area of expertise spans across digital transformation, change management, online marketing strategy and corporate innovation. She holds MBA degree from Singapore Management University and graduated with a Humanities Degree as a valedictorian from Chulalongkorn University.