fbpx
สินเชื่อ SME และการเงิน
อยากบริหารการเงินให้คล่องตัว มีกระแสเงินสดดี และขอสินเชื่อผ่านฉลุย เชิญทางนี้ได้เลย

สินเชื่อเพื่อธุรกิจเป็นตัวช่วยที่ดีของเจ้าของธุรกิจ SMEที่เริ่มคิดจะขยายธุรกิจเริ่มเพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นนี่คือ 6 ข้อที่จะช่วยให้การขอสินเชื่ของคุณง่ายขึ้น

  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้นมีเงื่อนไขอย่างไร ทั้งด้านวงเงิน ระยะเวลาในการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ย
  • อัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระ ซึ่งสินเชื่อแต่ละประเภท แต่ละผู้ให้สินเชื่อจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน
  • เอกสารสำหรับขอสินเชื่อต้องครบถ้วนและมีการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ
  • เครดิตสกอร์เริ่มถูกนำมาใช้ในการคำนวณสินเชื่อ ยิ่งเกรดดียิ่งได้ดอกเบี้ยต่ำ
  • หลักทรัพย์ค้ำประกัน มีทั้งแบบสินทรัพย์และเครดิตสกอร์
  • ค่าธรรมเนียมผงที่ผู้ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจมักมองข้ามเช่น ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า 

 

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ 6 เรื่องต้องรู้เพื่อการขอสินเชื่อ SME

ในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้น ถือเป็นการก่อหนี้ประเภทหนี้ดี หมายถึงหนี้ที่ก่อให้เกิดโอกาสและความมั่นคงต่อชีวิต และมีผลทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น แต่หนี้ก็คือหนี้ เป็นสิ่งที่ต้องชำระะคืนพร้อมดอกเบี้ย ดังนั้นก่อนจะเริ่มมองหาสินเชื่อประเภทที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ มาลองดูกันก่อนว่าธุรกิจของคุณนั้น มีคำตอบอย่างไรให้กับ 2 คำถามต่อไปนี้ค่ะ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้นใช้เพื่ออะไรและใช้เมื่อไหร่

ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจไปทำไม

เวลาเจ้าของกิจการจะขสินเชื่อย่อมหมายความว่าต้องการเงินก้อน และพร้อมแล้วสำหรับการผ่อนชำระหนี้ที่จะเกิดในการขยายธุรกิจ ซึ่งการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจมักจะเป็นไปเพื่อขยายกิจการ ใช้เพื่อจัดการคลังสินค้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารทรัพยากรบุคคล เตรียมรับมือกับโปรเจคท์ใหม่ หรือรีไฟแนนซ์หนี้เดิมให้มีสภาพคล่องมากขึ้น ซึ่งแต่ละจุดประสงค์ในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่กล่าวมา ก็มีภาระและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน คำถามนี้จะส่งผลต่อการวางแผนขอสินเชื่อทั้งด้านยอดเงินที่ขอยื่นกู้ ระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงความคุ้มค่าในการขอสินเชื่อด้วยค่ะ

และถ้าเจ้าของกิจการไม่ชัดเจนในข้อนี้ จากที่คิดจะขยายโอกาสทางธุรกิจกลับอาจก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินและการบริหารทางการเงินในอนาคตได้อีกด้วย

สินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ขอนั้นควรดำเนินการในช่วงเวลาไหน

สิ่งหนึ่งที่มักพบในธุรกิจ SME คือ ขนาดบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนต้องขยายขนาดกิจการอย่างเร่งด่วน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการไม่ทันได้เตรียมตัวไว้ หรือเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้ต้องปรับโครงสร้างใหม่ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งก็จะเป็นอีกปัญหาที่เจ้าของต้องวางแผนให้ดีว่าจะจัดการหาเงินทุนมาอุดรอยรั่วในส่วนนี้อย่างไรให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ไม่มีสะดุด แต่ปัญหาจริงๆ ทั้งจาก 2 กรณีที่ยกมาคือเจ้าของธุรกิจ SME ไม่ได้วางแผนการใช้เงินทุนไว้ก่อน จึงทำให้พอจะต้องใช้จะเกิดความล่าช้าจนกลายเป็นผลเสียต่อธุรกิจได้ค่ะ

โดยปกติแล้วสินเชื่อเพื่อธุรกิจนั้น สถาบันทางการเงินจะใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อประมาณ  1-3 เดือน เพราะการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้มีความเสี่ยงมากกว่าการขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเองค่ะ ซึ่งผลจากความล่าช้านี่เองที่ทำให้เจ้้าของกิจการ SME หลายคนเลือกใช้บัตรกดเงินสดเป็นตัวแก้ปัญหา ทันทีที่เลือกทางนี้หมายความว่าต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่สูงมากไว้ทันที และกำลังเป็นการใช้เงินปนกระเป๋ากัน และจากหนี้ดีที่สร้างขึ้นเพื่อต่อยอดธุรกิจ จะกลายเป็นหนี้สินส่วนตัวโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเพียร์ พาวเวอร์จึงมีอีกทางเลือกมานำเสนอค่ะ นั่นคือการยื่นขอสินเชื่ออนไลน์กับทางเรานั่นเอง เพราะเราใช้เวลาเพียง 3 วันในการพิจารณาอนุมัติ และดอกเบี้ยไม่โหดร้ายเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลด้วยนะคะ

6 ข้อต้องรู้ ในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

หลังจากตอบได้แล้วว่าเราจะขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจไปทำไม และขอไปใช้เมื่อไหร่ จนได้คำตอบแล้วว่าธุรกิจของเราจำเป็นต้องขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจจริงๆ และวางแผนเลือกวงเงิน เลือกประเภทสินเชื่อที่อยากจะขอได้แล้ว ก่อนการติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อ มี 6 เรื่องที่ต้องรู้เพื่อให้การขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น ได้สินเชื่อที่ถูกต้อง รวดเร็ว นั่นคือ

 

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ต้องรู้อะไรบ้าง - infographic

สินเชื่อเพื่อธุรกิจที่สนใจอยู่มีเงื่อนไขอย่างไร

ผู้ขอสินเชื่อควรทราบถึงเงื่อนไขต่างๆ ได้แก่ วงเงินสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย

วงเงินสินเชื่อ 

เมื่อคุณรู้จุดประสงค์ของเงินกู้ คุณจะสามารถประมาณการณ์ได้ว่ากิจการของคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ คุณไม่ควรขอมากหรือน้อยเกินไปจากความต้องการที่แท้จริง หากคุณขอมากเกินความจำเป็น คุณจะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยซึ่งอาจก่อให้เกิดหนี้ในอนาคตกับบริษัทได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สถาบันการเงินจะพิจารณาจากกำลังที่คุณสามารถผ่อนชำระต่อเดือน กับระยะเวลาการชำระหนี้ประกอบการตัดสินใจว่าคุณจะได้วงเงินสินเชื่อเท่าไหร่

ระยะเวลาการชำระหนี้

ระยะเวลาในการชำระหนี้เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเช่นกัน เพราะระยะเวลามีผลต่อจำนวนเงินที่คุณต้องชำระคืนต่อเดือน คุณควรคำนวณค่าใช้จ่ายและรายรับต่อเดือนอย่างรอบคอบและวางแผนว่าคุณมีกำลังผ่อนชำระต่อเดือนมากน้อยแค่ไหน

จากภาพด้านล่างจะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่ใช้ผ่อนชำระต่อเดือนจะลดลงเมื่อระยะเวลาผ่อนนานขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในการเจรจาระยะเวลาผ่อนชำระกับสถาบันการเงินคือ เงื่อนไขในการปิดหนี้ก่อนกำหนดในสัญญา บ่อยครั้งที่เจ้าของกิจการได้เงินก้อนใหญ่มาจำนวนหนึ่งและพร้อมที่จะปิดหนี้เต็มจำนวนเพื่อลดภาระดอกเบี้ยของบริษัท แต่หลายสถาบันการเงินมองว่าตนเองคือผู้เสียประโยชน์จากการได้ค่าดอกเบี้ยตรงนี้ จึงได้ตั้งเงื่อนไขว่าผู้ขอสินเชื่อไม่สามารถปิดหนี้ก่อนได้ หรือสามารถทำได้แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เป็นต้น ทำให้เจ้าของกิจการต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อไปจนกว่าจะครบตามเงื่อนไข ซึ่ง สินเชื่อของ PeerPower ไม่มีเงื่อนไขในส่วนนี้ เพราะเพียร์ พาวเวอร์ต้องการให้ทั้งนักลงทุนและเจ้าของกิจการได้รับผลตอบแทนที่ดีในเงื่อนไขที่ยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้หากมีการปิดยอดหนี้ก่อนกำหนดจะไม่มีค่าธรรมเนียมดังกล่าว

สินเชื่อเพื่อธุรกิจดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่

เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาของผู้ขอสินเชื่อหลายๆ คน อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะมีการคิดในอัตราที่ไม่เหมือนกันแต่จะไม่เกินไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น สินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากธนาคารรับความเสี่ยงที่สูงกว่า นอกจากนี้ประเภทสถาบันการเงินก็จะมีกฎหมายในการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน เช่น สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ มีเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่ 28% ต่อปี ในขณะที่สินเชื่อจากผู้ให้บริการ marketplace lending อย่าง PeerPower มีเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่ 15% ต่อปี โดยผู้ให้บริการทั้ง 2 แบบเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์เหมือนกัน

ยื่นขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจใช้เอกสารอะไรบ้าง

ตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินหรือธนาคารส่วนใหญ่ มักขอเอกสารหลักๆ ในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่เหมือนกัน คือ
1. เอกสารในการจัดตั้งบริษัท
2. ข้อมูลผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมไปถึงรายงานเครดิตจากเครดิตบูโรของผู้ถือหุ้นรายใหญ่
3. ข้อมูลทางการเงิน เช่น งบการเงินบริษัททีสอบทานแล้ว บัญชีธนาคารแสดงรายการ 6 เดือนย้อนหลัง

จะเห็นได้ว่าสถาบันการเงินพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากเอกสาร การเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ มีเงินหมุนเวียนเข้าออกเพื่อให้เห็นรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นของธุรกิจ จะทำให้ได้รับการพิจารณาที่เร็วขึ้น การแยกบัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวของเจ้าของธุรกิจ SME จึงเป็นเรื่องสำคัญ และการตรวจสอบของธนาคารเป็นการตรวจสอบน้อนหลัง ดังนั้นยิื่งมีบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอ ชัดเจนว่าเป็นบัญชีเพื่อธุรกิจ จะทำให้ธุรกิจของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีโอกาสได้รับการพิจารณาให้สินเชื่อง่ายขึ้น ถ้าตอนนี้ยังไม่มีบัญชีที่เดินเป้นปกติ ลองเริ่มจากการฝากเงินเมื่อมีรายได้เข้ามาทันที และไม่ถอนเงินจนหมดบัญชีก่อนก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจเช็คข้อมูลในรายงานเครดิตบูโรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง และหากพบความผิดพลาดของข้อมูลสามารถแจ้งบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเพื่อแก้ไขได้เลยค่ะ

ดูเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครขอสินเชื่อธุรกิจเพียร์ พาวเวอร์ที่นี่

สินเชื่อเพื่อธุรกิจเกี่ยวอะไรกับเครดิตสกอร์

เครดิตสกอร์ คือสิ่งที่สถาบันการเงินรวมไปถึง marketplace lender อย่าง PeerPower นำมาใช้เพื่อจัดระดับความน่าเชื่อถือ หรือ “ให้เกรด” ผู้ขอสินเชื่อ โดยผู้ขอสินเชื่อที่มีเกรดสูงกว่า ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ในขณะที่ผู้ขอสินเชื่อที่มีเกรดต่ำกว่า ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ฉะนั้นแล้วเจ้าของกิจการควรหมั่นสร้างคะแนนเครดิตของตนเอง เพราะจะทำให้คุณมีโอกาสได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำนั่นเอง ทั้งนี้ PeerPower เคยเขียนบทความแนะนำ 5 เคล็ดลับเพิ่มเครดิตสกอร์ ซึ่งคุณสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ค่ะ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหรือไม่

เจ้าของกิจการที่อาจจะเพิ่งเริ่มต้น หรือไม่มีสินทรัพย์อย่างโรงงานหรือเครื่องจักร อาจจะกังวลอยู่ไม่น้อยว่าตนจะขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจไม่ได้ เนื่องจากหลักทรัพย์เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินหลายแห่งกำหนดไว้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจยื่นขอนเชื่อ เพราะในปัจจุบันมีสินเชื่อประเภทไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันที่เหมาะเปิดโอกาสให้เจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้น (จดทะเบียนบริษัท 1 ปีขึ้นไป) หรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ เช่นเพียร์ พาวเวอร์ที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ขอดูเครดิตสกอร์ของผู้ขอสินเชื่อเพื่อประกอบการพิจารณา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนค่ะ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจกับค่าธรรมเนียมแฝง

การขอสินเชื่อมีค่าธรรมเนียมหลายอย่าง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่มีหลักการยื่นขอสินเชื่อที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้หลายคนมองไม่เห็นว่าค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่ไม่ควรต้องจ่าย แต่มีระบุไว้ในเงื่อนไข เช่น

ค่าธรรมเนียมการปิดบัญชี 

มักคิดเป็นประมาณ 2-3% ตามยอดหนี้ที่เหลือ ณ วันที่ชำระยอดเต็มเพื่อปิดบัญชี

ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ 

ค่าธรรมเนียมนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรามีการผิดนัดชำระหนี้เท่านั้นค่ะ เพราะเมื่อเราผิดนัดแล้วมีการทวงหนี้เกิดขึ้น จะเกิดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทีมงานติดตามทั้งจากภายในธนาคารเองหรือจากบริษัทเร่งรัดหนี้สินภายนอก(ในกรณีที่หนักมากแล้วนะคะ) ซึ่งภาระที่เกิดขึ้นนี้สถาบันการเงินจะให้ลูกหนี้เป็นผู้รับผิดชอบ โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะอยู่ที่ 100-290 บาทต่อครั้ง

ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า 

เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ แต่กรณีนี้ร้ายแรงกว่าคือธนาคารเริ่มใช้สิทธิตามกฎหมายในการบังคับชำระหนี้ เช่นการส่งฟ้อง ตัดยอดเงินในบัญชีธนาคารเดียวกัน หรืออาจยึดทรัพย์ที่นำไปค้ำประกันไว้ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้แปลว่าเราต้องช้ามากๆ และเพิกเฉยต่อคำเตือนในการเรียกชำระหนี้นะคะ

การยื่นขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ไม่ต่างจากขสินเชื่ออื่นๆ ในแง่วิธีการดำเนินการ ต่างกันที่จุดประสงค์และรูปแบบการบริหาร ที่ต้องคิดให้ดี วางแผนให้ดี เพื่อให้เงินที่ต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่กลายเป็นหนี้สินที่สร้างความเสียหายในอนาคต นอกจากสถาบันการเงินแล้วแหล่งเงินทุนสำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันยังมีทางเลือกอื่นอยู่นะคะ โดยสามารถปรึกษาเพียร์ พาวเวอร์เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

 

Lalna W.
Lalna has over 5 years of experience in marketing and business development in financial technology and telecom industry. Her area of expertise spans across digital transformation, change management, online marketing strategy and corporate innovation. She holds MBA degree from Singapore Management University and graduated with a Humanities Degree as a valedictorian from Chulalongkorn University.