fbpx
สินเชื่อ SME และการเงิน
อยากบริหารการเงินให้คล่องตัว มีกระแสเงินสดดี และขอสินเชื่อผ่านฉลุย เชิญทางนี้ได้เลย

P2P lending (การกู้ยืมระหว่างบุคคลต่อบุคคล) เป็นแนวคิดที่แพร่หลายในประเทศฝั่งตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ หรือแม้แต่ในภูมิภาคใกล้เคียงบ้านเราอย่างจีน สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซียนั้น ธุรกิจประเภท P2P lending ก็ยังได้รับความนิยมสูง

บริษัท P2P lending ที่ทาง Forbes จัดให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุด ได้แก่ Lending Club, Prosper, Upstart และ Funding Circle ซึ่งต่างเป็น FinTech Startup ที่มีอายุไม่ถึง 10 ปี แต่มีการกู้เงินผ่านเว็บไซต์มูลค่ากว่าร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

ก่อนที่จะพูดถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ P2P lending เราจะขอมาสรุปให้ฟังกันอีกครั้งว่า P2P lending คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับวงการ FinTech ในประเทศไทย

P2P lending (peer-to-peer lending) ตามที่ Wikipedia ได้จำกัดความไว้ หมายถึง การให้สินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบบจะจับคู่ผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนซึ่งเป็นบุคคลทั่วไป โดยจะแตกต่างจากการให้สินเชื่อแบบดั้งเดิมที่แหล่งทุนนั้นมาจากธนาคาร หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของ P2P lending ทาง PeerPower ได้เขียนอธิบายไว้ในบทความนี้

ทีนี้มาดูกันว่าคนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ P2P lending ที่ว่านี้อย่างไรบ้าง

  • P2P lending คือการกู้นอกระบบ

ด้วยความที่ระบบ P2P lending เป็นการเชื่อมต่อผู้ขอสินเชื่อกับนักลงทุนที่เป็นบุคคลทั่วไป คนส่วนใหญ่จึงมักเข้าใจผิดว่า P2P lending คือการกู้นอกระบบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว P2P lending ต่างจากการกู้นอกระบบอย่างสิ้นเชิง โดยแพลตฟอร์ม P2P lending เช่น PeerPower นั้น ได้ทำการพัฒนาระบบคำนวณคะแนนเครดิต (credit score) โดยระบบได้ทำการประมวลข้อมูลจากเครดิต บูโร เพื่อตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ รวมถึงข้อมูลจำเป็นอื่นๆ เช่น ประวัติการทำงาน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระเงินของผู้ขอสินเชื่อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ขอสินเชื่อควรได้รับ กระบวนการนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้กู้เงินมีวินัยในการชำระสินเชื่อตรงเวลา จะเห็นได้ว่า การกู้ผ่านแพลตฟอร์ม P2P lending มีมาตรฐานและความโปร่งใสกว่าการกู้นอกระบบ

นอกจากนี้ ดอกเบี้ยของระบบ P2P lending มักจะต่ำกว่าการกู้นอกระบบมาก โดยทั่วไป การกู้นอกระบบจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 5-20% ต่อเดือน ในขณะที่การกู้ผ่านระบบ P2P lending เช่น PeerPower นั้น มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 8-15%  ต่อปี ซึ่งปฎิบัติตาม พรบ. การเก็บดอกเบี้ย เมื่อเกิดการผิดชำระหนี้ ตัวกลางทำหน้าที่ในการติดตามทวงถามหนี้ซึ่งก็ต่างจากการกู้นอกระบบ

  • P2P lending เป็นทางเลือกที่ไม่ได้รับความนิยม

P2P lending มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 โดยมีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ ปัจจุบัน หากเทียบเป็นจำนวนเงินกู้ต่อประชากร ตลาด P2P lending ในอังกฤษถือว่าเป็นตลาดเงินกู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยคิดเป็นจำนวนเงินที่กู้ต่อหัวสูงกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 72% ในขณะที่สหรัฐฯ มีมูลค่าการกู้ผ่านแพลตฟอร์ม P2P lending สูงที่สุด (6.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตจากปีที่แล้วสูงถึง 128% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกถึงความนิยมของ P2P lending ในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

สาเหตุหลักๆ ที่ P2P lending ได้รับความนิยมในต่างประเทศนั้น เนื่องจากการกู้ผ่านแพลตฟอร์ม P2P lending ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งสองฝ่าย ในด้านของผู้ขอสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินทั่วไป ส่วนในมุมของนักลงทุนนั้น ก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการนำเงินไปฝากธนาคาร หรือซื้อธนบัตรรัฐบาล เป็นต้น หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมการกู้แบบ P2P lending สามารถให้อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่จูงใจได้ คำตอบคือ ระบบ P2P lending เป็นตลาดปล่อยสินเชื่อที่ทำผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ต้นทุนในการดำเนินการของผู้ให้บริการ P2P lending นั้นต่ำกว่าธนาคารซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ที่ช่องทางออนไลน์ไม่มี เช่น การเปิดสาขา การจ้างพนักงานประจำสาขา เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้ที่เป็นนิยมสูงของ P2P lending คือ การกู้ยืมเพื่อไปปิดหนี้สินบัตรเครดิต เนื่องจากดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตมักจะสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ

  • P2P lending เป็นเรื่องไกลตัว

หลายคนมักเข้าใจว่า P2P lending เป็นเรื่องใหม่ และน่าจะใช้เวลาอีกนานสำหรับธุรกิจประเภทนี้ที่จะดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในขณะนี้ ธปท.เตรียมประกาศเกณฑ์ประกอบธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform พร้อมเปิดให้ผู้สนใจยื่นเข้าทดสอบในแซนด์บ็อกซ์ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเอื้อต่อธุรกิจฟินเทค และส่งเสริม startup economy ของประเทศไทย ซึ่ง PeerPower เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทแรกของคนไทยที่กำลังดำเนินการตามแนวทางของธปท. และกระทรวงการคลังอยู่เช่นกัน

  • ผลตอบแทนสำหรับนักลงทุนแปรตามกลไกตลาด

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าผลตอบแทนจากแพลตฟอร์ม peer-to-peer lending จะแปรตามกลไกตลาด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผลตอบแทนของนักลงทุนจะมีความแน่นอนและไม่แปรเปลี่ยนไปตามภาวะตลาด เนื่องจากในการทำสัญญากู้เงินและลงทุนได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยชัดเจนชัดเจน ฉะนั้นการลงทุนใน P2P lending จึงให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอเป็นรายเดือน (stable returns) ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยของผู้กู้ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (fixed rates) ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์และสถิติการดำเนินการ P2P lending ในประเทศอื่นๆ

Lalna W.
Lalna has over 5 years of experience in marketing and business development in financial technology and telecom industry. Her area of expertise spans across digital transformation, change management, online marketing strategy and corporate innovation. She holds MBA degree from Singapore Management University and graduated with a Humanities Degree as a valedictorian from Chulalongkorn University.