fbpx
เริ่มต้นธุรกิจ
อยากเป็นผู้ประกอบการ SME แต่ยังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มยังไง ทางนี้อาจมีคำตอบให้

SME คืออะไร ผู้ประกอบการหลายคนที่เริ่มทำธุรกิจ อาจยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นคือธุรกิจประเภทไหนกันแน่ จะเป็น SME หรือสตาร์ทอัพ หรือ E-Commerce เพื่อให้ตอบได้ว่าธุรกิจของคุณใช่ SME หรือไม่ คงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า SME คืออะไร

  • SME คือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิต จำหน่ายและการให้บริการ โดยมีผู้ประกอบการเป็นเจ้าของด้วยตัวเอง
  • ธุรกิจ SME ครอบคลุมกิจการ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกิจการผลิตสินค้า กลุ่มกิจการให้บริการและกลุ่มค้าส่งกับค้าปลีก
  • ประเภท SME แบ่งออกเป็น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยใช้ 2 เกณฑ์ในการแบ่ง ได้แก่ มูลค่าสินทรัพย์ถาวรและจำนวนการจ้างงาน
  • SME มีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพราะช่วยให้เกิดการจ้างงาน ทำให้ประชาชนมีรายได้
  • ข้อดีของ SME คือ ผู้ประกอบการมีอิสระในการดำเนินธุรกิจและส่งผลดีต่อ GDP ของประเทศ
  • ข้อเสียของ SME คือ ผู้ประกอบการอาจขาดเงินทุนและสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ แผนการตลาดไม่มีประสิทธิภาพและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ไม่ได้

SME คืออะไร ทำไมผู้ประกอบการต้องรู้

สำหรับผู้ประกอบการที่มีไอเดียในการทำธุรกิจแต่ยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรากำลังทำธุรกิจประเภทอะไรอยู่กันแน่ จะใช่ SME หรือไม่ หรือจะเป็นสตาร์ทอัพ หากผู้ประกอบการอยากได้คำตอบว่า SME คืออะไร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจชัดเจนเพียร์ พาวเวอร์จึงไปหาคำตอบมาให้ เผื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจได้ดีขึ้นว่าธุรกิจของเรานั้นคืออะไร เพื่อจะได้วางแผนต่อยอดธุรกิจของเราให้ไปต่อได้อย่างถูกทางค่ะ

SME คืออะไร

สำหรับคำถามนี้ เพียร์ พาวเวอร์ไปหาคำตอบมาและพบว่า ส่วนใหญ่จะให้นิยามว่า SME คือธุรกิจที่ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิต จัดจำหน่ายและการให้บริการ โดยมีผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจบริหารจัดการธุรกิจนั้นด้วยตัวเอง แนวคิดของธุรกิจ SME คือ เน้นการต่อยอดสินค้าที่มีอยู่แล้วในตลาดให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น การผลิตสินค้าจะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม ไม่ได้คิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจากแนวคิดของสตาร์ทอัพ ที่เน้นการสร้างนวัตกรรม 

นอกจากนี้ เราจะเห็นคำว่า SME กับ SMEs ซึ่งผู้ประกอบการหลายคนอาจจะเกิดความเอ๊ะ ขึ้นมาในใจว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ ซึ่งเพียร์ พาวเวอร์ขอบอกว่า ไม่ต่างค่ะ เพราะทั้งสองคำนี้มีความหมายเหมือนกันและย่อมาจากคำเดียวกัน คือ Small and Medium Enterprises ที่แปลว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั่นเอง

SME กับ Start up แตกต่างกันอย่างไร

หลายคนมีคำถามตอนจะเริ่มกิจการ เพราะธุรกิจสองประเภทมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากในเรื่องของขนาดธุรกิจที่มีขนาดเล็ก และเป็นการเริ่มต้นทำสินค้าหรือบริการเหมือนกัน ข้อแตกต่างของ SME และ Start up คือ SME จะนำธุรกิจที่มีอยู่เดิมในตลาดมาพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่เดิม และมีขนาดของธุรกิจที่ใหญ่กว่า Start up ขณะที่ Start up เน้นสร้างเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าหรือสังคมและคาดหวังการเติบโตแบบก้าวกระโดด สาเหตุที่ผู้ประกอบการต้องชัดว่าเป็นสตาร์ทอัพ หรือ SME ก็เพราะ วิธีการหาทุน แหล่งเงินทุน เป้าหมาย และวิธีดำเนินการในสตาร์ทอัพและ SME ต่างกันนั่นเองค่ะ

SME คือธุรกิจที่แบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท

SME สามารถแบ่งออกได้ด้วยหลายวิธีค่ะโดยวิธีที่นิยมกันมี 4 แบบ คือลักษณะของกิจการ มูลค่าทรัพย์สินถาวร และจำนวนพนักงานในบริษัท

ประเภท SME แบ่งตามที่กฎหมายกำหนด

ตามที่ได้บอกมาแล้วว่า SME คืออะไร เป็นสิ่งที่ได้รับการนิยามจากหลายความหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสิ่งที่กฎหมายกำหนด โดยพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543  ได้ให้ความหมายไว้ว่าธุรกิจ SME คือ

  • กิจการเกี่ยวกับการผลิตหรือบริการมีมูลค่าทรัพย์สินถาวรไม่เกิน 200 ล้านบาท และจ้างพนักงานไม่เกิน 200 คน
  • กิจการเกี่ยวกับการค้าส่งที่มีทรัพย์สินถาวรไม่เกิน 100 ล้านบาท และจ้างพนักงานไม่เกิน 50 คน
  • กิจการเกี่ยวกับการค้าปลีกที่มีทรัพย์สินถาวรไม่เกิน 60 ล้านบาท และจ้างพนักงานไม่เกิน 30 คน

ประเภทของ SME แบ่งตามการดำเนินงาน

ลักษณะกิจการ

ธุรกิจ SME จะมีลักษณะของกิจการที่ครอบคลุมอยู่ 3 ลักษณะดังนี้

  • กลุ่มกิจการผลิตสินค้า (Product Sector) กลุ่มกิจการที่มีลักษณะของการประกอบการแนวอุตสาหกรรม คือ กิจการที่ดำเนินการเปลี่ยนรูปวัตถุให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ โดยใช้เครื่องจักรหรือมือเปล่าค่ะ
  • กลุ่มกิจการให้บริการ (Service Sector) กลุ่มการให้บริการแก่ลูกค้าในด้านต่างๆ เช่น การโรงแรม การขายอาหารกับเครื่องดิ่ม การให้บริการส่วนบุคคล การให้เช่าสิ่งบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ หรือการให้บริการด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น
  • กลุ่มกิจการค้าส่งและค้าปลีก (Service Sector) แบ่งเป็น 2 ประเภท มีดังนี้ค่ะ
    • ค้าส่ง (wholesale) คือ การขายสินค้าให้แก่ผู้ค้าปลีก หน่วยงานอุตสาหกรรม หรือผู้ค้าส่งด้วยกันเอง
    • ค้าปลีก (Retail) คือ การขายสินค้าที่ไม่มีการแปรรูปให้กับลูกค้า

มูลค่าสินทรัพย์ถาวร

พิจารณาจากสินทรัพย์ถาวรสุทธิซึ่งไม่รวมที่ดินที่ปรากฏในงบการเงินค่ะ โดยสินทรัพย์ถาวรสุทธิ คือ สินทรัพย์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ อาจจะเป็นได้ทั้งสิ่งของ หรือข้อมูลต่างๆ ก็ได้ และมีอายุการใช้งานที่มากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยเกณฑ์นี้ สามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกตามรูปแบบในการทำงานของธุรกิจ SME ค่ะ

  • รูปแบบการผลิต: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
  • รูปแบบการบริการ: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
  • รูปแบบการค้า แบ่งเป็น 2 แบบ
    • ค้าส่ง: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 100 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
    • ค้าปลีก: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 60 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 30 ล้านบาท

จำนวนการจ้างงาน

พิจารณาจากจำนวนการจ้างงานหรือพนักงานที่ผู้ประกอบการมีอยู่โดยกฎหมายกำหนดไว้ตามรูปแบบเช่นกันค่ะ

  • รูปแบบการผลิต: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 คน
  • รูปแบบการบริการ: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 คน
  • รูปแบบการค้า แบ่งเป็น 2 แบบ
    • ค้าส่ง: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 50 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 25 คน
    • ค้าปลีก: วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 30 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 15 คน

ถ้าทั้ง 2 ข้อขัดแย้งกันเอง ระหว่างจำนวนพนักงานกับทรัพย์สินถาวร การจะตัดสินใจว่าธุรกิจของเราเป็นขนาดกลางหรือขนาดย่อม ให้ยึดจากสิ่งที่มีน้อยกว่าเป็นการตัดสินค่ะ

SME คืออะไร

SME คือธุรกิจที่มีข้อดีอย่างไร

ประโยชน์จากธุรกิจ SME ไม่ได้มีแค่การได้เป็นเจ้าของธุรกิจนะคะ แต่ยังส่งผลดีอื่นๆ ต่อผู้ประกอบการเองและประชาชนคนอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งข้อดีของ SME คือ

ผู้ประกอบการมีอิสระในการดำเนินธุรกิจ

ผู้ประกอบการสามารถเลือกทำธุรกิจที่ตนเองสนใจหรือมีความเชี่ยวชาญได้อย่างเต็มที่ สามารถวางแผนและดำเนินกิจการด้วยตัวเอง ทำให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจโดยไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อนค่ะ เพราะ SME คือธุรกิจที่มีเราเป็นเจ้าของเอง การตัดสินใจต่างๆ จึงขึ้นอยู่กับเรา แต่ถ้าผู้ประกอบการขาดประสบการณ์และไม่มีความชำนาญด้านธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ เพื่อจะได้วางแผนธุรกิจให้รัดกุมสามารถแข่งขันในตลาดได้ค่ะ

มีความสำคัญต่อGDP

เพราะ SME ทำให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งเป็นการกระจายเงินจากผู้ประกอบการสู่ลูกจ้างและแรงงาน เกิดรายได้และทำให้มีกำลังซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศเกิดการหมุนเวียน SME จึงเป็น ธุรกิจที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก

SME คือ ธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างไร

ถึงแม้ธุรกิจ SME จะสามารถเริ่มต้นทำด้วยตัวเองได้ มีความคล่องตัวสูงเพราะเป็นธุรกิจขนาดเล็กและไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกัน เราจะพบว่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เข้ามาและอยู่รอดในตลาดได้น้อยมาก นั่นเพราะการประกอบธุรกิจ SME ก็มีความเสี่ยง ความเสี่ยงของ SME คืออะไรได้บ้าง 

เสี่ยงที่จะขาดเงินทุนและสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการอาจใช้เงินของตัวเองหรือกู้ยืมจากครอบครัวเพื่อใช้ลงทุน แต่ธุรกิจSME ย่อมมีการเติบโตขึ้น เงินทุนที่มีอยู่เดิมไม่พอกับแผนงานที่เติบโตขึ้น นั่นคือเวลาที่จะต้องขอสินเชื่อ ซึ่งSME ที่เตรียมตัวมาดี มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายงบการเงินเรียบร้อย จะได้เปรียบในส่วนนี้ เพราะในการขอสินเชื่อสถาบันการเงินจะขอดูเอกสารการเงินย้อนหลัง การวางแผนขอและใช้สินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ ธุรกิจ SME เติบโตไปได้ง่ายกว่า 

ความเสี่ยงด้านความไม่มีประสิทธิภาพของแผนการตลาด

แผนการตลาดมีความสำคัญต่อ SME คือเป็นแผนที่ทำให้ขายของได้นั่นเองค่ะ ถ้าแผนการตลาดดี วางแผนอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน ก็จะช่วยลดความผิดพลาดในการทำธุรกิจของเราลงไปได้ แต่ในทางกลับกันถ้าผลิตได้ แต่ขายไม่ได้ โอกาสจะขาดทุนก็มีมากค่ะ สิ่งที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME คือการลองศึกษาด้วยตัวเอง หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดก็ได้ค่ะ  

เสี่ยงที่จะรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ไม่ได้

พนักงานทุกคนต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องการเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีค่ะ ซึ่ง SME คือธุรกิจที่มีขนาดเล็กและอาจไม่มีสวัสดิการให้เท่าที่ต้องการจึงไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานที่มีความสามารถ ทำให้พนักงานที่ทำงานอยู่กับเราในระยะเวลาหนึ่งตัดสินใจลาออกเพื่อไปสมัครงานในธุรกิจขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีกว่า หากไม่อยากเสียพนักงานที่มีประสบการณ์ไป ผู้ประกอบการอาจต้องให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น หรือมีการสร้างแรงจูงใจอื่นๆ ในการทำงานเช่นพาไปศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มศักยภาพ หรือให้โอกาสในการฝึกอบรมเติมความรู้ให้กับตัวเอง

SME คืออะไร มีข้อดีและความเสี่ยงอย่างไร

SME คือธุรกิจที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานใดบ้าง

ถ้าผู้ประกอบการต้องการทำธุรกิจ SME แต่ขาดความรู้ความสามารถหรือยังคงสับสนว่า SME คืออะไร ผู้ประกอบการสามารถปรึกษากับหน่วยงานภาครัฐได้นะคะ ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐจำนวนมากที่คอยให้ความช่วยเหลือ เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) คือ หน่วยงานที่จัดทำนโยบายในการส่งเสริม SME และให้บริการ one-stop-service เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลด้านธุรกิจได้ง่ายขึ้นค่ะ หรือจะเป็นธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่จะให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจและยังช่วยเหลือปัญหาทางการเงินอีกด้วย ทั้งเรื่องการให้สินเชื่อหรือการร่วมลงทุนกับธุรกิจต่างๆ ซึ่งการติดต่อหน่วยงานเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างรัดกุมและลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาในอนาคตค่ะ

นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลแล้วยังมีหน่วยงานอื่นที่พร้อมช่วยเหลือธุรกิจ SME อีกด้วย หนึ่งในนั้นคือ เพียร์ พาวเวอร์ค่ะ เราเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนบริษัทมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป สามารถยื่นขอสินเชื่อในลักษณะการขอระดมทุน(Crowdfunding)จากนักลงทุนได้

Harit Charoensuk